ชำแหละงบ กกต. หลังยอดผู้สมัคร สว. วูบ-กังขา "จัดเลือกตั้งเอง-ตรวจสอบเอง" ขัดกันในตัว



วันนี้ (26 พฤษภาคม 2569) ในการประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณารายงานการเงินและรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยผมได้ร่วมอภิปรายตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. โดยเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมาซึ่งพบความไม่สอดคล้องระหว่างงบประมาณที่ใช้กับผลลัพธ์ที่ได้
.
ผมหยิบยกตัวเลขจากรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาชี้ให้เห็นว่า กกต. ตั้งเป้าผู้สมัคร สว. ไว้สูงถึง 185,600 คนและจัดสรรงบประมาณรองรับไว้กว่า 1,390 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงมีผู้สมัครเพียง 48,117 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 25.9 เท่านั้น ขณะที่งบประมาณกลับมีการเบิกจ่ายไปถึงร้อยละ 65.8 หรือประมาณ 915 ล้านบาท
.
ผมมีข้อสังเกตว่างบประมาณในส่วนการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและประชาสัมพันธ์ที่ตั้งไว้ 57 ล้านบาทหากเทียบตามเป้าหมายเดิมจะตกหัวละ 307 บาท แต่เมื่อมีผู้สมัครน้อยเกินคาด ทำให้ต้นทุนการดึงคนมาสมัครพุ่งสูงถึงหัวละ 1,184 บาทหรือสูงกว่าเป้าหมายถึง 4 เท่าตัว ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 107 ที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นการเลือกตั้งที่เงียบที่สุด
.
อีกประเด็นสำคัญที่ผมเน้นย้ำคือปัญหาเชิงโครงสร้างของ กกต. ที่มีบทบาททับซ้อนกันเอง โดยระบุว่า กกต. เป็นทั้ง "ผู้จัด" และ "ผู้ตรวจสอบ" ในเวลาเดียวกัน เมื่อ กกต. ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งแล้วต้องมาประเมินผลเองว่าการเลือกตั้งนั้นสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่จึงเกิดคำถามเรื่องความโปร่งใสและการขัดกันของผลประโยชน์
.
นอกจากนี้ผมยังกล่าวถึงสภาวะ "Shell Shock" (หวาดผวา) ของ กกต. ที่ต้องกันเงินงบประมาณไว้ส่วนหนึ่งเพื่อชดใช้ค่าเสียหายหากถูกฟ้องร้องคดีความ ทำให้ กกต. ไม่กล้าทำงานเชิงรุกเพราะกลัวผลกระทบทางกฎหมายจนส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ในภาพรวม
.
ด้าน พ.ต.ต. ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงในประเด็นงบประมาณว่า กกต. ได้รณรงค์ทุกช่องทางแล้วแต่ผู้สมัครไม่เป็นไปตามเป้า ส่วนงบประมาณที่ยังดูสูงแม้คนสมัครน้อยเป็นเพราะค่าบริหารจัดการในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ที่ประจำหน่วยเลือกตั้งนั้นมีค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) ที่ไม่สามารถลดลงตามจำนวนผู้สมัครได้ ส่วนงบสืบสวนสอบสวนที่เบิกจ่ายน้อยเป็นเพราะบางสำนวนยังไม่เสร็จสิ้นและมีการเบิกจ่ายคาบเกี่ยวไปในปีงบประมาณถัดไป
.
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าในการชี้แจงของรองเลขาธิการ กกต. ครั้งนี้ไม่ได้มีการตอบคำถามหรืออธิบายในประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตเรื่องความขัดกันของบทบาทหน้าที่ซึ่ง กกต. เป็นทั้งผู้จัดและผู้ตรวจสอบตัวเอง รวมถึงไม่ได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แต่อย่างใด โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่าจะรับข้อสังเกตอื่น ๆ ไว้เพื่อปรับปรุงการดำเนินการต่อไปเท่านั้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?