บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ยุบสภา

ทันข่าววุฒิสภา "ยุบสภากลางพายุ อนาคตการเมืองและประเทศไทย" เจาะลึกกับ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย

รูปภาพ
วานนี้ ผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์กับทางรายการทันข่าววุฒิสภาา กับประเด็น "ยุบสภากลางพายุ อนาคตการเมืองและประเทศไทย" พูดคุยตั้งแต่มุมมองต่อการเลือกยุบสภาของนายกฯ การจัดการเลือกตั้งของ กกต. รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภาหลังจากนี้

รัฐบาลเสียงข้างน้อยเฉพาะกิจ ต้องยึดมั่นเพียง 2 ภารกิจ ‘ยุบสภา-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ในวันนี้ (5 กันยายน 2568) เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าประเทศไทยได้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ภายใต้เงื่อนไขทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยชุดใหม่นี้ได้ให้คำมั่นว่าจะดำรงตำแหน่งเพียง 4 เดือนนับจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงเป็นเพียง "รัฐบาลเสียงข้างน้อยเฉพาะกิจ" ที่เข้ามาเพื่อบริหารประเทศช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การยุบสภาเท่านั้น . ต้องเน้นย้ำว่ารัฐบาลที่จะตั้งขึ้นในห้วงหลังจากนี้มีภารกิจเพียง 2 อย่าง ภายใต้กรอบเวลา 4 เดือนตามที่ตกลงไว้กับพรรคประชาชนเท่านั้น ภารกิจแรกคือการยุบสภาและเร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ภารกิจที่สองที่สำคัญไม่แพ้กันคือเดินหน้าสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อลบล้างผลพวงคณะรัฐประหาร . รัฐบาลเฉพาะกิจชุดนี้แม้มีอำนาจเต็มตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติหากยึดตามสองภารกิจที่กล่าวมาข้างต้นรัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจบริหารอย่างเต็มรูปแบบ ไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งคณะรัฐมนตรีให้ครบจำนวน 36 คน เมื่อเป็นดังนี้แล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สูตรการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีแบบ 1 เก้าอี้ต่อ สส. 4...

ไม่เพียงแค่การยุบสภา แต่คือการคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกทางออกการเมือง และต้องไร้ข้อจำกัดทางเทคนิค

ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่พลิกไปมาได้ทุกนาที ล่าสุดรัฐบาลรักษาการของพรรคเพื่อไทยได้ทูลเกล้าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ขนานกันไปพรรคประชาชนก็ได้ประกาศหนุนพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาล ผมมีความเห็นว่าเวลานี้เราควรมองให้ข้ามพ้นชื่อพรรคหรือบุคคลที่เป็นผู้ยื่น พรฎ. ยุบสภา เพราะแก่นแท้ของสถานการณ์ขณะนี้คือ “การคืนอำนาจให้ประชาชน” การยุบสภาไม่ใช่ชัยชนะของฝ่ายใด แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ของกระบวนการตัดสินใจให้คนทั้งประเทศได้กลับมาเป็นเจ้าของอำนาจอีกครั้ง เมื่อมองในมุมนี้การถกเถียงว่าใครได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จึงไม่สำคัญเท่ากับการที่สิทธิในการกำหนดอนาคตจะกลับคืนสู่มือประชาชน . ในขณะเดียวกันความหวาดกลัวรัฐประหารที่บางคนยังมีฝังใจนั้น ผมเห็นว่าเงื่อนไขของวันนี้แตกต่างจากปี 2549 และ 2557 ค่อนข้างมาก กลไกที่เคยใช้ปูทางให้รัฐประหารสำเร็จในอดีตไม่ว่าจะเป็นการปลดนายกฯ หรือการยุบพรรคก็ได้ถูกฝังไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเสียแล้ว การยุบสภาในครั้งนี้จึงไม่ได้มีลักษณะเดียวกับอดีตที่มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การรัฐประหารแต่อย่างใด แนวทางแรก คือในกรณีที่รัฐบาลสามารถยื่นยุบสภาได้สำเร็จ การดำเนินการใน...

ทันข่าววุฒิสภา "วิบากกรรมรัฐบาล : ศึกนอกสุมไฟ ศึกในลูกโหม" เจาะลึกกับ สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย

รูปภาพ
ให้สัมภาษณ์รายการ ทันข่าววุฒิสภา เมื่อวานนี้ กับสถานการณ์ตั้งแต่คลิปเสียงนายกฯ การปรับครม. จนทิศทางการเมืองหลังจากนี้ หากนายกฯยังยื้อต่อหรือลาออกหรือยุบสภา

รัฐบาลต้องนำกองทัพ สังคมต้องประณามหากมีใครฉวยโอกาสรัฐประหาร ย้ำสถานการณ์ยังแก้ได้ด้วยกลไกรัฐสภา หรือที่สุดให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

รูปภาพ
จากที่มีการเผยแพร่คลิปการสนทนาระหว่างแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชาที่เกิดขึ้นในวันนี้ (18 มิถุนายน 2568) จนมีผู้วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พบว่ามีกระแสเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ยุบสภา ไปจนถึงเรียกร้องให้กองทัพทำรัฐประหาร . ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งนี้นายกรัฐมนตรีถูกวิจารณ์ว่าไม่แสดงตัวสมเป็นผู้นำ แต่กลับปล่อยให้กองทัพมีอำนาจนำทั้งในแง่การปฏิบัติการพื้นที่ไปจนถึงสังคมจิตวิทยา รัฐบาลถูกมองว่าอ่อนแอ สังคมเกิดการแบ่งข้างระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ นำมาสู่กระแสเรียกร้องการรัฐประหาร สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าฝ่ายบริหารไม่ได้มีอำนาจสูงสุด การตัดสินใจใด ๆ ของรัฐบาลในเหตุการณ์นี้จำเป็นต้องฟังกองทัพ ซึ่งสังคมเองก็ปล่อยให้กองทัพมี "อำนาจนำ" รัฐบาลอยู่นับตั้งแต่เกิดข้อพิพาทเป็นต้นมา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อประเด็นล่าสุดยิ่งเห็นภาพชัดในเรื่องการแบ่งแยกระหว่างกองทัพกับรัฐบาล เพราะกระแสสังคมต่างไปทางสนับสนุนกองทัพอย่างมหาศาล ยิ่งสร้างความชอบธรรมให้กองทัพมากขึ้นไปอีก . ผมขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลใช้อำน...