กสม.ย้ำชัดไร้ใบสั่งตั้งบอร์ดสรรหาองค์กรอิสระ พ้อส่งตัวแทนไปก็ไม่ได้รับเลือก - อัปเดตตั้งคณะทำงานถกแก้ปัญหาไรเดอร์ 1.2 ล้านคนตามคำวินิจฉัยปี 67
วานนี้ (18 พฤษภาคม 2569) ในประชุมวุฒิสภา วาระการพิจารณารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประจำปี 2568 ผมได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นที่ตกหล่นไปจากรายงาน โดยเรียกร้องให้ กสม. เร่งติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานแพลตฟอร์ม (ไรเดอร์) และทวงถามความโปร่งใสในการใช้อำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ
.
ผมได้สอบถามถึงความคืบหน้ากรณีที่ กสม. เคยมีคำวินิจฉัยเมื่อ 2 ปีก่อนหน้า (19 มีนาคม 2567) ว่าการที่ธุรกิจแพลตฟอร์มไม่ปฏิบัติต่อไรเดอร์ในฐานะลูกจ้างถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมตั้งคำถามว่า กสม. ได้ติดตามผลจากข้อเสนอแนะหรือไม่เพื่อไม่ให้ข้อเรียกร้องของลูกจ้างนับแสนคนจมหายไป นอกจากนี้ยังได้หยิบยกประเด็นการใช้อำนาจแต่งตั้ง "คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระอื่น ๆ" เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ สตง. ซึ่งไม่ปรากฏรายละเอียดในรายงานผลการปฏิบัติงาน โดยชี้ว่า กสม. ควรเปิดเผยดุลพินิจและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา พร้อมเน้นย้ำถึงหลักการ "Right to Know" ว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ประชาชนสมควรได้รับรู้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ
.
ด้านพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธาน กสม. ได้ชี้แจงถึงประเด็นการใช้อำนาจแต่งตั้งตัวแทนไปทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ โดยยืนยันว่าบุคคลที่ กสม. เลือกสรรไปทำหน้าที่จะต้องยึดหลักเกณฑ์สำคัญ คือ เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน มีความน่าเชื่อถือ และมีประวัติที่โปร่งใส พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่ตัวแทน กสม. ลงมติเลือกนั้นส่วนใหญ่มักจะไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาในภาพรวมซึ่งรวมถึงการสรรหาครั้งล่าสุดด้วย สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า กสม. ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตและไม่มีการรับใบสั่งให้เลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าดำรงตำแหน่งแน่นอน
.
ขณะที่ประเด็นการละเมิดสิทธิแรงงานกลุ่มไรเดอร์ สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ชี้แจงความคืบหน้าว่า กสม. รับทราบข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันว่ามีผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ในประเทศไทยมากถึง 1.2 ล้านคน และพบแนวโน้มว่ามีกลุ่มผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องกระเตงลูกไปทำงานด้วยเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้หลังจาก กสม. ได้ส่งข้อเสนอแนะออกไปเมื่อเกือบ 2 ปีก่อนทาง กสม. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้มีการประชุมติดตามผลการดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด
.
สุภัทราระบุเพิ่มเติมว่าทางกระทรวงแรงงานได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และได้มีการประชุมร่วมกับตัวแทนกลุ่มไรเดอร์ไปแล้ว 3 ครั้ง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาในประเด็นค่าตอบแทน (ค่ารอบ) การรับงานพ่วง และสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ นอกจากนี้ ETDA ยังได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาสิทธิประโยชน์ของแรงงานไรเดอร์และกำลังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อผลักดันและหาข้อสรุปในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยให้กับแรงงานกลุ่มไรเดอร์อีกด้วย
.
ผมได้สอบถามถึงความคืบหน้ากรณีที่ กสม. เคยมีคำวินิจฉัยเมื่อ 2 ปีก่อนหน้า (19 มีนาคม 2567) ว่าการที่ธุรกิจแพลตฟอร์มไม่ปฏิบัติต่อไรเดอร์ในฐานะลูกจ้างถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมตั้งคำถามว่า กสม. ได้ติดตามผลจากข้อเสนอแนะหรือไม่เพื่อไม่ให้ข้อเรียกร้องของลูกจ้างนับแสนคนจมหายไป นอกจากนี้ยังได้หยิบยกประเด็นการใช้อำนาจแต่งตั้ง "คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระอื่น ๆ" เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ สตง. ซึ่งไม่ปรากฏรายละเอียดในรายงานผลการปฏิบัติงาน โดยชี้ว่า กสม. ควรเปิดเผยดุลพินิจและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา พร้อมเน้นย้ำถึงหลักการ "Right to Know" ว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ประชาชนสมควรได้รับรู้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ
.
ด้านพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธาน กสม. ได้ชี้แจงถึงประเด็นการใช้อำนาจแต่งตั้งตัวแทนไปทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ โดยยืนยันว่าบุคคลที่ กสม. เลือกสรรไปทำหน้าที่จะต้องยึดหลักเกณฑ์สำคัญ คือ เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน มีความน่าเชื่อถือ และมีประวัติที่โปร่งใส พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่ตัวแทน กสม. ลงมติเลือกนั้นส่วนใหญ่มักจะไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาในภาพรวมซึ่งรวมถึงการสรรหาครั้งล่าสุดด้วย สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า กสม. ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริตและไม่มีการรับใบสั่งให้เลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้าดำรงตำแหน่งแน่นอน
.
ขณะที่ประเด็นการละเมิดสิทธิแรงงานกลุ่มไรเดอร์ สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ชี้แจงความคืบหน้าว่า กสม. รับทราบข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันว่ามีผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ในประเทศไทยมากถึง 1.2 ล้านคน และพบแนวโน้มว่ามีกลุ่มผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องกระเตงลูกไปทำงานด้วยเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้หลังจาก กสม. ได้ส่งข้อเสนอแนะออกไปเมื่อเกือบ 2 ปีก่อนทาง กสม. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้มีการประชุมติดตามผลการดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด
.
สุภัทราระบุเพิ่มเติมว่าทางกระทรวงแรงงานได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และได้มีการประชุมร่วมกับตัวแทนกลุ่มไรเดอร์ไปแล้ว 3 ครั้ง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาในประเด็นค่าตอบแทน (ค่ารอบ) การรับงานพ่วง และสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ นอกจากนี้ ETDA ยังได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาสิทธิประโยชน์ของแรงงานไรเดอร์และกำลังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อผลักดันและหาข้อสรุปในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยให้กับแรงงานกลุ่มไรเดอร์อีกด้วย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น