12 ปี 'บิลลี่'


ช่วงระหว่างวันนี้ 30 เม.ย.-2 พ.ค.ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อร่วมรำลึกการจากไปของคุณบิลลี่(พอละจี รักจงเจริญ) รวมทั้งรับฟังความเดือดร้อนของของคนในพื้นที่ ตั้งแต่ประเด็นนโยบายการถือครองที่ดินและเกษตรกรรม ทำให้ถูกบังคับอพยพและสูญเสียพื้นที่ทางจิตวิญญาณและแหล่งอาหาร ความล่าช้าของการจัดการปัญหาที่ประชาชนถูกจัดการอุ้มหาย ขาดสิทธิในด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และความต้องการในการกลับไปใช้ชีวิตที่ดังเดิมของเขาซึ่งเป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณและพื้นที่ดำรงชีวิต รวมกับ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) เครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ (มูฟดิ MovED) ภาคีเซฟบางกลอย สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และกลุ่มบางกลอยคืนถิ่น Rebel Art Space เป็นต้น
.
โดยในวันที่ 2 เม.ย. ยังมีการจัดเสวนา เรื่อง “ยุติธรรมอำพรางและทางออกชาติพันธุ์” ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลจากผู้แทนในระดับนโยบายและระดับพื้นที่และเปิดเวทีแลกเปลี่ยน รับฟังความคิดเห็นถึงปัญหาและความต้องการ ความช่วยเหลือของชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบางกลอยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ขออนุญาตสรุปเบื้องต้นมาให้ดังนี้
.

- ปัญหาการจัดการพื้นที่ -

.
สถานการณ์ความรุนแรงและปัญหาในปัจจุบัน จากวงเสวนาระบุว่าแม้ความรุนแรงทางกายภาพจากเจ้าหน้าที่รัฐจะลดลง แต่ชาวบ้านยังเผชิญกับ "ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง" เช่น การถูกอคติทางชาติพันธุ์ การขาดแคลนที่ดินทำกินที่เหมาะสม (พื้นที่อพยพลงมาเป็นหินและเป็นพื้นที่ทหาร) และการขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
.
ต่อกรณีข้อเรียกร้องของคนในพื้นที่ที่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตที่ "ใจแผ่นดิน" ซึ่งเป็นพื้นที่ดั้งเดิมนั้น โดยคณะกรรมการอิสระฯ (ชุดปี 2564) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีมติยืนยันแล้วว่าชาวบ้านอยู่อาศัยมาก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ จริง รวมทั้งมีการเสนอให้ทดลองกลับไปอยู่อาศัยและทำไร่หมุนเวียนเป็นเวลา 5 ปี ควบคู่ไปกับการทำงานวิจัยเพื่อพิสูจน์ว่าวิถีชีวิตดั้งเดิมสามารถอยู่ร่วมกับการอนุรักษ์ป่าได้ แต่อุปสรรคจากหน่วยงานรัฐที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังไม่ยอมรับข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ ทำให้การแก้ไขปัญหาหยุดชะงัก
.
วงเสวนาเห็นพ้องร่วมกันว่าพื้นที่อพยพปัจจุบันไม่สามารถรองรับการดำรงชีวิตได้จริง รัฐจำเป็นต้องคืนสิทธิในการจัดการทรัพยากรให้ชุมชน ดังนั้นกลไกลคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย (ภาครัฐ, ภาควิชาการ/อิสระ, และภาคประชาชน) จึงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาบางกลอยให้มีความเป็นกลางและโปร่งใสที่สุด พร้อมทั้งสนับสนุนการผลักดันกฎหมายระดับชาติ เพื่อเป็นเกราะป้องกันสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในระยะยาว แทนการพึ่งพามติ ครม. หรือคำสั่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัยทางการเมือง
.
สิ่งที่ต้องผลักดันคือ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาลงนามใน ร่างคำสั่ง 2 ฉบับ ที่ค้างอยู่หน้าห้องนายกฯ ได้แก่: คำสั่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการระดับนโยบาย (เพื่อกำหนดทิศทางภาพรวม) และคำสั่งตั้งคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย (เพื่อลงพื้นที่วิจัยและทดลองให้ชาวบ้านกลับไปอยู่ใจแผ่นดิน 5 ปี) เพราะที่ผ่านมาการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและตัวนายกรัฐมนตรีหลายยุค (จาก พล.อ.ประยุทธ์ สู่คุณเศรษฐา และคุณแพทองธาร) ทำให้การลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการล่าช้าและต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่
.
วงเสวนาย้ำว่า การผลักดัน พรบ. ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยใช้กฎหมายนี้ประกาศให้พื้นที่ บางกลอยบน (ใจแผ่นดิน) เป็นพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพิเศษ รวมทั้งการตั้งกลไกการจัดการร่วมกันผ่านคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง เพื่อให้ชาวบ้านและหน่วยงานรัฐมีส่วนร่วมในการออกแบบกติกาการอยู่ร่วมกับป่าร่วมกัน
.

- คดีบิลลี่ -

.
สำหรับคดีความนั้นศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกอดีตหัวหน้าอุทยานฯ เป็นเวลา 3 ปี (ไม่รอลงอาญา) ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่าง การอุทธรณ์ เนื่องจากครอบครัวและทีมทนายความเห็นว่าบทลงโทษยังไม่สอดคล้องกับความผิดฐานฆาตกรรม ส่วนคดีแพ่งนั้นมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นเงิน 44 ล้านบาท แต่ศาลสั่งให้ จำหน่ายคดีชั่วคราว เพื่อรอผลการตัดสินของคดีอาญาให้ถึงที่สุดก่อน
.
นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการบังคับใช้กฎหมายใหม่อย่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาเป็นบรรทัดฐาน แม้ปัจจุบันจะมี การบังคับใช้ พรบ.นี้มา 2 ปี แต่คดีบิลลี่ศาลชั้นต้นยกฟ้องในข้อหาฆาตกรรม เนื่องจากชิ้นส่วนกระดูกที่พบไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ชัดเจนตามหลักกฎหมาย ทำให้คดียังมีช่องโหว่
.
ในภาพรวมยังมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องบันทึกภาพและเสียงขณะจับกุมทุกครั้ง เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนซ้ำรอย โดยเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. อุ้มหายฯ อย่างเคร่งครัด โดยต้องบันทึกภาพและเสียงขณะควบคุมตัว และแจ้งอัยการ/ฝ่ายปกครองทุกครั้งที่มีการจับกุม
.
สำหรับคดีความนั้นทีมทนายความและครอบครัวจะเดินหน้าต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม การลงโทษผู้กระทำผิดที่แท้จริง และการเยียวยาที่เหมาะสม
.

- ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ -

.
ขณะที่ที่อยู่ปัจจุบันนอกจากความไม่พอเพียงของพื้นที่ทำกินแล้ว ยังมีปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ ขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างหนัก ได้แก่ ถนน ไฟฟ้า (โซลาร์เซลล์ไม่เพียงพอ) น้ำประปา และอินเทอร์เน็ต ซึ่งอินเทอร์เน็ตมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการเรียนออนไลน์ของเยาวชน และยังพบปัญหาด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะปัญฆาการเดินทางไปโรงพยาบาลใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างทางแล้ว 2-3 ราย ในช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมา
.
วงเสวนาเห็นว่า ต้องเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง (เช่น อบต., กรมทางหลวงชนบท, กสทช.) เพื่อแก้ปัญหาโดยด่วน ตั้งแต่การหารือกับ กสทช. และค่ายมือถือ (AIS, True) เพื่อหาทางออกเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่, ผลักดันให้มีแพทย์หมุนเวียนเข้ามาตรวจในพื้นที่ (สุขศาลา) เป็นประจำทุกวัน และแก้ปัญหาค่าตอบแทน/สวัสดิการของ อสม. ในพื้นที่ หารือกับอบต. และ กรมทางหลวงชนบท เพื่อซ่อมแซมถนน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาน้ำประปาภูเขาและระบบโซลาร์เซลล์ จนถึงติดตามการตั้ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอย โดยตรงจากนายกรัฐมนตรี
.
เป็นต้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?