บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ กสทช.

ติดตามงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ทั้งการผูกขาดโทรคมนาคม - ความรับผิดชอบ กสทช. - ความเข้มแข็งองค์กรผู้บริโภค - สิทธิผู้บริโภคกับสิทธิแรงงาน

รูปภาพ
. วานนี้ (1 กันยายน 2569) ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณารายงานประจำปี 2568 สภาองค์กรของผู้บริโภค ผมได้มีโอกาสร่วมอภิปรายพร้อมตั้งคำถามและข้อสังเกตต่อการดำเนินงานและข้อจำกัดขององค์กรนี้หลายประเด็น . ผมเริ่มต้นด้วยการเชิญชวนประชาชนทุกท่านสแกน QR Code เพื่ออ่านรายงานประจำปี 2568 ของสภาองค์กรของผู้บริโภค [ดูลิงก์ได้ในคอมเมนท์] เพราะผมเห็นว่าเนื้อหาในรายงานฉบับนี้ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะต่อสมาชิกในสภาเท่านั้นแต่เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคนในฐานะผู้บริโภค รายงานฉบับนี้ช่วยให้เราเห็นทั้งผลการดำเนินงาน ประเด็นปัญหา ตลอดจนข้อจำกัดในการทำงานขององค์กร ซึ่งผมเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ประชาชนควรได้รับรู้และเข้าถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายและตั้งข้อสังเกตต่อรายงานฉบับนี้ทั้งหมด 6 ประเด็นด้วยกัน . ประเด็นแรก นโยบายสิทธิบริการสุขภาพเท่าเทียม มีมาตรฐานและคุณภาพ ผมเห็นว่าคำถามสำคัญคือ คุณภาพของระบบสุขภาพทุกวันนี้ไปถึงไหนแล้ว โดยมีความพยายามในการยกระดับสิทธิของ 3 กองทุนหลัก ได้แก่ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ใช้สิทธิแต่ละระ...

วิกฤตบอร์ด กสทช. สู่สุญญากาศนโยบาย: สะเทือนอนาคตทีวีดิจิทัลและสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ไม่สามารถดำเนินภารกิจสำคัญตามกฎหมายได้เนื่องมาจากปมปัญหาความชอบธรรมทางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการกำหนดทิศทางนโยบายสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศไทย . ต้นตอสำคัญของวิกฤตระลอกล่าสุดเกิดขึ้นเพราะ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังคงทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมบอร์ด กสทช. แม้ว่าก่อนหน้านี้คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเนื่องจากยังคงประกอบอาชีพตรวจรักษาผู้ป่วยในสถาบันการแพทย์ ซึ่งเข้าข่ายการประกอบงานอื่นอันขัดต่อพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และส่งผลให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิ์หรือขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ต้น . ปัญหาดังกล่าวยังตอกย้ำภาวะผิดปกติในการบริหารงานภายใน โดยเฉพาะการที่บุคลากรบางส่วนของสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีหน้าที่เป็นเพียงฝ่ายเลขานุการกลับวางตัวและแสดงบทบาทเหนือคณะกรรมการ มีการส่งสัญญาณชี้แนวนโยบายหรือกดดันการลงมติของบอร์ด ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากในอด...

ขอ กสทช. เร่งเคาะโรดแมปทีวีดิจิทัล ย้ำฟรีทีวีคือความมั่นคงรัฐ - สิทธิพื้นฐานคนจน

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ในการประชุมวุฒิสภามีการพิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้วุฒิสภาพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัล พ.ศ. 2572 และทิศทางการกำกับดูแล รูปแบบการอนุญาต การบริหารจัดการคลื่นความถี่และโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของไทยในอนาคต ซึ่งเสนอโดย สว. สุทนต์ กล้าการขาย ซึ่งผมได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าวโดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ไทย . ประเด็นสำคัญที่ภาคผู้ประกอบการ สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน และผู้บริโภคต่างเรียกร้องร่วมกันในขณะนี้ คือ ความชัดเจนเกี่ยวกับแผนนำทางหรือโรดแมป (Roadmap) จากทางภาครัฐว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเมื่อใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดลงในปี 2572 ซึ่งปัจจุบันเหลือเวลาสำหรับการเตรียมตัวอีกไม่ถึง 3 ปีเท่านั้น หากมีความชัดเจนเกิดขึ้นก็จะเป็นการสร้างแรงจูงใจและช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผนและออกแบบแนวทางการลงทุนต่อไปได้ . อย่างไรก็ตามจากการติดตามการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อช่วงที่ผ่านมาพบว่าที่ประชุมร่วมของ กสทช. ยังไม่ได้มีการลง...

บททดสอบ กสทช. ในกำกับตามเงื่อนไขและมาตรการเฉพาะยิ่งสำคัญ หลังศาลปกครองชี้การควบรวมไร้ปัญหา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่สภาองค์กรของผู้บริโภคยื่นขอเพิกถอนมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งมีมติรับทราบการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค คำพิพากษาดังกล่าวยืนยันว่ามติ กสทช. ยังคงชอบด้วยกฎหมายและมีผลบังคับใช้ต่อไป ส่งผลให้การควบรวมกิจการครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์โทรคมนาคมไทยเดินหน้าต่อโดยปราศจากอุปสรรคทางกฎหมาย เท่ากับศาลเห็นว่าเพียงมติ “รับทราบ” ของ กสทช. ก็มีอำนาจเพียงพอในการเปิดทางให้การควบรวมครั้งนี้เกิดขึ้น . อย่างไรก็ตาม แม้ผลการพิจารณาของศาลจะชัดเจน แต่สิ่งที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมคือมาตรการกำกับดูแลหลังการควบรวมที่ กสทช. จัดทำขึ้นนั้นมีความเพียงพอและเข้มแข็งเพียงใดในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและรักษาความเป็นธรรมของตลาด . เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ผมได้อภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี 2567 โดยได้ข้อกังวลเรื่องการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ทั้งกรณี True–Dtac และ AIS–3BB ซึ่งสะท้อนปัญหาการกำกับดูแลและการคุ้มครองผู้บริโภค กสทช. ล่าช้าในการตั้งคณะอนุกรรมการติดตาม ใช้...

ฝาก 3 ปมคำถามถึง กสทช. 3 ปีควบรวมสู่ข้อกังขาความโปร่งใส

รูปภาพ
วันนี้ (22 กันยายน 2568) ผมร่วมอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี 2567 รวมถึงรายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของสำนักงานและเลขาธิการ กสทช. . ก่อนอื่นรายงานการประเมินผลของ กตป. ได้ระบุว่า กสทช. ผ่านการประเมินทุกมิติ แต่ผมมีข้อสังเกตสำคัญเพียงประเด็นเดียวที่จะขอหยิบยกขึ้นมาอภิปราย คือ เรื่องการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ซึ่งสะท้อนในรายงานหน้าที่ 203–204 โดยระบุถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับการกระทำอันมีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโทรคมนาคมอันมีผลกระทบต่อประโยชน์ของรัฐและประชาชน . การควบรวมระหว่าง True และ Dtac เมื่อเดือนตุลาคม 2565 เป็นตัวอย่างสำคัญที่ กสทช. เพียงมีมติ “รับทราบ” การควบรวม พร้อมกำหนดมาตรการเฉพาะออกมา ขณะเดียวกันยังมีกรณีการควบรวมของ AIS และ 3BB ที่ถูกกล่าวถึงเช่นกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการและเงื่อนไขหลังการควบรวมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองผู้บริโภคและประโยชน์สาธารณะ . หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2565 ยังมีข้อถกเถียงว่า กสทช. มีอำนาจอนุมัติให้ควบรวมหรือไม่ ผลสุดท้ายคือเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 ของ กสทช. ระบุว่าไม่มีอำนาจ จึงเพียงรับทราบและออกมาตรการเฉพาะ...

จับตาหลังประมูลคลื่นความถี่ ผู้บริโภคได้อะไรในตลาดผูกขาด

รูปภาพ
วันนี้ (29 มิถุนายน 2568) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดการประมูลคลื่นความถี่ (Spectrum Auction) สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล คลื่นความถี่ย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz โดยมีเอกชน 2 รายเข้าร่วมประมูล ได้แก่ เอไอเอสและทรู – ดีแทค . ขณะประมูลได้มีสมาชิกสหภาพแรงงานบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT นับร้อยคนมาชุมนุมคัดค้านอยู่ภายนอก โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้เกิดการผูกขาด ราคาแพงขึ้น และคุณภาพแย่ลง ผู้ชุมนุมยังได้พยายามเข้ามายังสถานที่จัดประมูลด้วยแต่ไม่สำเร็จ . สำหรับผลการประมูลปรากฎว่าเอกชน 2 ราย ใช้เวลาในการประมูลคลื่นความถี่เพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยเคาะ 2 ครั้งใน 3 คลื่นความถี่ดังนี้ คลื่น 1500MHz มีผู้เสนอ 1 ราย ที่ราคา 1,163,490,000 บาทจำนวน 1 ใบอนุญาต คลื่น 2100MHz เสนอราคา 4,950,000,000 บาท จำนวน 3 ใบอนุญาต คลื่น 2300MHz เสนอราคา 3,110,000,000 บาท จำนวน 11 ใบอนุญาต ส่วนคลื่น 850MHz ไม่มีผู้ประสงค์เสนอราคา รวมมูลค่าประมูลรวมทั้งสิ้น 41,273 ล้านบาท . จะเห็นได้ว่าการประมูลคลื่นความถี่ในครั้งน...