รัฐต้องทบทวน 'แลนด์บริดจ์ - SEC' - ยกความล้มเหลว EEC เป็นบทเรียน คนใต้ต้องมีสิทธิ์กำหนดอนาคตตัวเอง
.
เริ่มต้นที่ความสับสนในระดับนโยบาย มีความขัดแย้งกันของข้อมูลจากฝั่งรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ต้องเดินคู่ไปกับการเร่งเดินหน้าร่าง พรบ. SEC เพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์และพื้นที่ แต่ในเวลาต่อมาประธานวิปรัฐบาลกลับระบุว่าโครงการแลนด์บริดจ์กับร่าง พรบ. SEC เป็นคนละส่วนกัน และ ครม. ยังไม่ได้ยืนยันร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงความไม่ชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วทิศทางกฎหมายที่จะมารองรับการลงทุนนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
.
ในประเด็นเรื่องทิศทางการพัฒนาภาคใต้ ผมนำเสนอมุมมองว่าไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่การอนุรักษ์ต่างก็มีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยย้ำว่าภาพลักษณ์การอนุรักษ์วิถีเกษตรและการท่องเที่ยวในภาคใต้ที่ดูเหมือนสงบนิ่ง แท้จริงแล้วมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และผลประโยชน์ส่วนใหญ่อาจตกอยู่ในมือนายทุนนอกพื้นที่ ขณะที่คนในพื้นที่บางส่วนยังต้องอพยพไปหางานทำที่อื่นเพราะทรัพยากรที่มีอยู่ไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ดังนั้นการแช่แข็งภาคใต้ไว้ภายใต้วาทกรรมอนุรักษ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับคนทุกคน
.
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องมาพร้อมกับ “ความชัวร์” ไม่ใช่แค่ “ความกลัว” โดยผมได้นำข้อมูลจากรายงานการประเมินยุทธศาสตร์ชาติในส่วนของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มาแสดงให้เห็นเป็นบทเรียนว่า ตั้งแต่ดำเนินการมาในปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 5% ต่อปี โดยในแผนภาพประเมินพบว่ามีแต่สีเหลือง (เสี่ยงพลาดเป้า) และสีแดง (วิกฤติ/ไม่ถึงเป้า) แต่ไม่พบพื้นที่สีเขียวที่แสดงว่าบรรลุเป้าหมายเลย
.
นอกจากนี้ผมยังได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ EEC เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับภาคใต้ เช่น การไล่ที่ประชาชนเพื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ปัจจุบันยังไม่สำเร็จ การเปลี่ยนผังเมืองเอื้อโรงงานในพื้นที่เกษตร การนำที่ดิน สปก. ไปให้นายทุนอุตสาหกรรม รวมถึงปัญหาทุนจีนกว้านซื้อที่ดินเก็งกำไร และการอุบัติขึ้นของ “โรงงานไม่ตรงปก” ที่ก่อมลพิษ ตลอดจนปัญหา “ทุนศูนย์เหรียญ” ที่ใช้ทั้งแรงงานและวัสดุจากจีน โดยที่คนในพื้นที่ไม่ได้โอกาสในการสร้างงานสร้างอาชีพตามที่กล่าวอ้าง
.
ในช่วงท้ายผมยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงอุปสรรคทางกฎหมายว่า แม้จะพยายามออก พรบ. SEC เพื่อสร้างความคล่องตัว แต่รายงานของกรรมาธิการฯ ระบุว่ายังต้องถูกกำกับโดยกฎหมายเฉพาะอีกกว่า 17 ฉบับซึ่งไม่มีสภาพเหนือกว่ากฎหมายอื่น ทำให้ความหวังเรื่องความสะดวกในการลงทุนอาจติดขัด
.
ท้ายที่สุดการกำหนดอนาคตภาคใต้ไม่ควรเป็นนโยบายแบบสั่งการจากบนลงล่าง (Top-down) แต่ควรให้คนในพื้นที่เป็นผู้ตอบโจทย์ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและการทำประชาพิจารณ์หรือประชามติเพื่อให้เกิดความรอบคอบและรอบด้าน โดยนำบทเรียนความล้มเหลวจาก EEC มาปรับปรุงให้ร่างกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีความชัดเจนและประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น