บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก เมษายน, 2026

‘เราคือผู้บริสุทธิ์’ ถอดบทเรียนคดี 14 ตุลา 63 สะท้อนกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยว และความหวังที่ต้องหล่อเลี้ยงในระยะยาว

รูปภาพ
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ณ อาคาร ALL RISE (iLaw) มีการจัดวงเสวนาหัวข้อ “เราคือผู้บริสุทธิ์” เพื่อถอดบทเรียนคดีการเมือง โดยเฉพาะคดีขบวนเสด็จเมื่อปี 2563 วงเสวนานี้นำโดย พูนสุข พูนสุขเจริญ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อดีตแกนนำนักศึกษาและ ผศ. ดร.ภาสกร อินทุมาร จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย รัตนาภรณ์ เจือแก้ว จากกลุ่มกรองข่าวแกง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การใช้สิทธิเสรีภาพแต่เป็นโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมที่เลือกปฏิบัติ ทว่าท่ามกลางการปราบปราม พลังของประชาชนและความหวังยังคงอยู่ . [14 ตุลา 63: วันประวัติศาสตร์ที่รัฐล้มเหลวในการจัดการ และผลักภาระให้ผู้ชุมนุม] . จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นวันประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนออกมาชุมนุมอย่างสร้างสรรค์เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ การปฏิรูปสถาบันฯ และเสรีภาพในการแสดงออก แม้จะมีการจับกุมแกนนำไปก่อนหน้า แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งมวลชนที่เดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลได้ จุฑาทิพย์ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของการสื่อสารในสังคมไทยและการจัดการของรัฐ โดยระบ...

ถกรายงาน กกต.ปี 67 - ขอ ครม. เร่งผลักดันพิจารณา 7 ร่าง กม.ฉบับปชช. - กมธ.สำคัญอย่างไร [Live]

รูปภาพ
เก็บตกประชุมวุฒิสภา 27-28 เม.ย. และอื่นๆ - ถกรายงาน กกต.ปี 67 : เลือก สว. ล้มเหลว-คดีล่าช้า "แสวง" แจงยิบทุกปม ยันไม่ดองคดี สว. - ปัดฟ้องปิดปาก ปชช. - ขอ ครม. เร่งผลักดันพิจารณา 7 ร่างกฎหมายฉบับประชาชน ก่อนเส้นตาย 13 พฤษภาคมนี้ ชี้ต้องรักษาเจตจำนงคนเข้าชื่อ อย่าให้ตกไปเพราะการเมือง พ่วงด้วย ร่าง พรบ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า/ที่ดิน - ปธ.วุฒิสภา อนุญาตให้ตั้งกระทู้ติดตามความคืบหน้าคดีสลายชุมนุมเสื้อแดงก่อนหมดอายุความตามคดีตากใบในอีก 4 ปีข้างหน้า แล้ว - กมธ.สำคัญอย่างไร ทำไมรัฐบาลจึงนั่งเก้าอี้สอดคล้องกับกระทรวงที่พรรคได้

ชำแหละ กกต. กลางสภา ซัดเลือก สว. ล้มเหลว-คดีล่าช้า "แสวง" แจงยิบทุกปม ยันไม่ดองคดี สว. - ปัดฟ้องปิดปาก ปชช.

รูปภาพ
วันนี้ (28 เมษายน 2568) ผมได้ร่วมอภิปรายตั้งข้อสังเกตวาระรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยเจาะลึกถึงปัญหาการจัดการเลือก สว. ที่ผ่านมา ความล่าช้าในการทำคดีใหญ่ ความโปร่งใสของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง และจุดยืนของ กกต. ต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน . ผมเริ่มจากการตั้งคำถามถึงจำนวนผู้สมัคร สว. ที่มีเพียง 48,117 คน ซึ่งน้อยกว่าที่อดีตประธาน กกต. เคยคาดการณ์ไว้กว่าครึ่ง (1 แสนคน) ว่า กกต. ได้มีการประเมินสาเหตุความผิดพลาดนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังตอกย้ำถึงปัญหาของ "ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัว" (โดยเฉพาะข้อ 7, 8 และ 11) ที่จำกัดให้ผู้สมัครแนะนำตัวได้เพียงหน้ากระดาษ A4 สองหน้า ซึ่งเป็นการตัดสิทธิการใช้ความสามารถของกลุ่มสื่อมวลชนและศิลปิน รวมถึงปิดกั้นโอกาสที่ประชาชนทั่วไปจะได้ร่วมตรวจสอบผู้สมัครตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แม้ในภายหลังศาลปกครองจะสั่งเพิกถอนระเบียบบางข้อแต่ก็ถือว่าสายเกินไป . ในด้านการดำเนินคดีทางการเมือง ผมชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งในการทำงานของ กกต. โดยระบุว่าคดีของผู้สมัคร สว. ทั่วไป (เช่น ใน จ.ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ ชลบุ...

ขอสภาต่อลมหายใจ ร่าง พรบ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า/ที่ดิน ก่อนถึงเส้นตาย 13 พ.ค. นี้

วานนี้ (27 เมษายน 2569) ในที่ประชุมวุฒิสภา ผมได้ร่วมอภิปรายในญัตติขอให้วุฒิสภาพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาสิทธิที่ดินทำกินและการถือครองที่ดินของประชาชน โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาสะสมยาวนาน ทั้งความเหลื่อมล้ำ การทับซ้อนของแนวเขต และผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า พร้อมเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งเดินหน้าร่าง พรบ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า/ที่ดินก่อนหมดเวลาในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ . ประเทศไทยเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินทำกินสูงมาก ภาพสะท้อนที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือการพบเห็นพื้นที่มูลค่าสูงในย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองถูกนำมาใช้ทำเกษตรในเมือง เช่น การปลูกกล้วยหรือมะนาว ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นภาพสะท้อนหนึ่งของความล้มเหลวและช่องโหว่ในการบริหารจัดการที่ดินของประเทศ . ประเด็นสำคัญที่นำมาสู่ข้อพิพาทคือปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดินของรัฐและที่ดินของประชาชน หรือที่ดินชุมชน โดยผมได้หยิบยกรายงานการศึกษาของสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ และคณะ ที่เสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อปี 2559 มาประกอบการอภิปราย โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาเกิดจากการที่รัฐมักเป็นฝ่ายกำหนดแนวเขตแดนเพียงฝ่...

ขอรัฐจัดระเบียบ E-Commerce ชู ‘การค้าที่เป็นธรรม’ ยกระดับคุ้มครอง ‘ไรเดอร์-ผู้ผลิตสื่อ’

รูปภาพ
  วันนี้ (28 เมษายน 2569) ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณารายงานการศึกษาเรื่องการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (E-Commerce) ซึ่งคณะกรรมาธิการการต่างประเทศพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ผมได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนรายงานฉบับดังกล่าวพร้อมเสนอแนะให้ภาครัฐขยายมุมมองเรื่องความเป็นธรรมให้ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันระหว่างกลุ่มทุนข้ามชาติและทุนไทยแต่ต้องรวมถึงผู้บริโภคและผู้ใช้แรงงานในระบบด้วย . ผมยังได้เน้นย้ำถึงหลักการ "การค้าที่เป็นธรรม" (Fair Trade) โดยระบุว่าความเป็นธรรมในห่วงโซ่อุปทานเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ โดยชี้ให้เห็นถึงนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเป้าเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมถึงการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งองค์กรเหล่านี้มีแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดในการตรวจสอบความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน และสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งกล่าวสนับสนุนร่างกฎหมายของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่ว่าด้วยการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งจะเข้ามาเป็นกลไกสำ...

ขอ ครม. เร่งผลักดันพิจารณา 7 ร่างกฎหมายฉบับประชาชน ก่อนเส้นตาย 13 พฤษภาคมนี้ ชี้ต้องรักษาเจตจำนงคนเข้าชื่อ อย่าให้ตกไปเพราะการเมือง

รูปภาพ
วันนี้ (28 เมษายน 2569) ผมได้ปรึกษาหารือในที่ประชุมวุฒิสภาไปยังถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านประธานวุฒิสภา ขอให้รัฐบาลเร่งทำเรื่องร้องขอต่อสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนเข้าชื่อเสนอ ซึ่งยังคงค้างจากการปฏิบัติหน้าที่ของสภาชุดที่แล้วจำนวน 7 ฉบับ โดยเน้นย้ำว่าต้องดำเนินการภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ มิเช่นนั้นกฎหมายจะตกไปโดยปริยาย . กลไกที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมือง ดังนั้นเจตจำนงของประชาชนไม่ควรได้รับผลกระทบทางลบ หรือต้องสูญเปล่าเพียงเพราะความขัดแย้งทางการเมืองที่นำไปสู่การยุบสภาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา . แม้ร่างกฎหมายบางฉบับอาจถูกมองว่ายังมีช่องว่างหรือข้อบกพร่อง แต่นั่นคือเหตุผลที่เราควรนำกลับมาพิจารณาในสภาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช่ปล่อยให้ตกไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งขณะนี้เรามีเวลาจำกัดถึงวันที่ 13 พฤษภาคมนี้เท่านั้น ที่ ครม. จะต้องร้องขอให้สภาดำเนินการต่อ . สำหรับร่างกฎหมายฉบับประชาชน 7 ฉบับที่นายเทวฤทธิ์เสนอให้เร่งต่ออายุ ประกอบด้วย: ร่าง พรบ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด (ค้างอยู่ในวุฒิสภา) ร่าง พรบ. การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้าย...

กองทุนสื่อฯ ควรเร่งแก้ปม "ฟ้องปิดปาก-กดขี่แรงงาน" ชงงัดข้อแพลตฟอร์มข้ามชาติ ทวงคืนนิเวศสื่อที่เป็นธรรม

รูปภาพ
วันนี้ (27 เมษายน 2569) ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณารายงานผลการดำเนินงานประจำปีของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผมได้ร่วมอภิปรายตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกองทุนฯ ในรอบทศวรรษ แม้ภาพรวมในปีที่ผ่านมาจะอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ยังพบปัญหาเชิงโครงสร้างที่ขัดขวางการสร้าง "ระบบนิเวศสื่อที่ดี" อย่างแท้จริง โดยเฉพาะประเด็นความโปร่งใส สวัสดิภาพแรงงานสื่อ เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร และการรับมือกับแพลตฟอร์มข้ามชาติ . ผมได้ชี้ให้เห็นถึงข้อวิจารณ์เรื่องการผูกขาดการให้ทุน ซึ่งส่วนใหญ่มักตกไปอยู่กับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ในขณะที่ภาคประชาสังคมที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างนิเวศสื่อกลับได้รับทุนน้อยมาก นอกจากนี้โครงการจากสถาบันการศึกษามีสัดส่วนเพียงร้อยละ 2 ซึ่งอาจขัดต่อเป้าหมายของกองทุนฯ . พร้อมกันนี้ผมได้หยิบยกผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ที่ลดลงเหลือ 88.23 คะแนน โดยแนะว่าควรตั้งเป้าให้ถึงระดับ 95 คะแนน และเรียกร้องให้มีการเปิดเผยเหตุผลในการอนุมัติหรือไม่อนุมัติทุนต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนเพื่อลดความคลางแคลงใจ รวมถึงต้องจัดตั้งระบบอุทธรณ์ที่มีประสิทธิภาพ . ในวาระที่กอ...

ขอสถาบันการศึกษาติดอาวุธ “สิทธิแรงงาน” สร้างบัณฑิตเท่าทัน - ป้องกันกดค่าแรง

วันนี้ (27 เมษายน 2569) ในที่ประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณารายงานพิจารณาศึกษาแนวทางการผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ผมได้ร่วมอภิปรายรายงานฉบับดังกล่าวโดยชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งในเชิงข้อมูล แต่ยังแสดงความกังวลในหลายมิติ โดยเฉพาะอำนาจการต่อรองของแรงงาน และการขาดส่วนร่วมจากภาคแรงงานตัวจริง . ผมเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงข้อเสนอนโยบายด้านการสร้างระบบฐานข้อมูลและการพัฒนา Dashboard ในทางสาธารณะว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อปัจเจกบุคคล เพราะในโลกความเป็นจริงฝ่ายแรงงานเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสมอเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการ เนื่องจากมีข้อมูลข่าวสารและอำนาจต่อรองที่น้อยกว่า การมี Dashboard จะช่วยให้แรงงานรู้เท่าทันแนวโน้มตลาดเพื่อนำไปวางแผนอนาคต ทั้งการกำหนดแนวทางการศึกษา การเลือกงาน และที่สำคัญที่สุดคือ “การต่อรองเรื่องสวัสดิการและค่าแรงที่มีคุณภาพ” . แม้รายงานฉบับนี้จะได้รับคำชมว่ามีความสมบูรณ์รอบด้านและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง 22 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และตัวแทนนักศึกษา แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ “ภาคแรงงาน” เนื่องจากกลุ่มคนที่พูดถึงเรื่องสะพานเชื่อมระหว่างการศึกษากับการทำงาน คนท...

ทันข่าววุฒิสภา “ชะลอสรรหาองค์กรอิสระ:ดุลอำนาจ ความชอบธรรม วิกฤตความเชื่อมั่น” กับ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย

รูปภาพ
ข่าวว่าวันนี้ ประธานสภาจะดำเนินการกระบวนการตั้ง "ผู้นำฝ่ายค้านในสภา" หลายคนอาจจะโฟกัสที่บทบาทในสภา แต่จริงๆ ตำแหน่งนี้ยังเป็นกรรมการสรรหาผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญด้วย และแน่นอนกระบวนการนี้ยังดำเนินต่อเนื่องโดยไม่รอให้มีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเข้าไปร่วมด้วย วานนี้ผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "ทันข่าววุฒิสภา" จึงได้มีโอกาสชี้ปัญหาประเด็นเหล่านี้ หลังสัปดาห์ก่อนผมเพิ่งยื่นหนังสือถึงประธานกรรมการสรรหาว่าให้รอผู้นำฝ่ายค้านก่อน อีกทั้งในส่วนการสรรหา กกต. ก็ขอให้รอให้ กกต.มีคำวินิจฉัยในคดีของ สว. ก่อนเพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์อีกประเด็น . โดยมีรายละเอียด . 1. ปัญหาคณะกรรมการสรรหาขาด "ผู้นำฝ่ายค้าน" : โครงสร้างปัจจุบันของคณะกรรมการสรรหาขาดองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ "ผู้นำฝ่ายค้าน" แม้ในทางกฎหมายจะระบุว่าสามารถเดินหน้าสรรหาต่อไปได้ แต่ในมิติของดุลยภาพทางการเมือง การขาดตัวแทนฝั่งค้านหมายถึงการขาดกลไกตรวจสอบถ่วงดุลและการเป็นหูเป็นตาให้ประชาชน ทำให้กระบวนการนี้เสี่ยงต่อการถูกมองว่า "ถูกปิดตา" หรื...

คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ กับการขาด “การปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน” อย่างเพียงพอ

ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอาจคุ้นเคยกับบทบาทของคณะกรรมการสรรหาฯ ในกระบวนการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ โดยนอกจากขั้นตอนปลายทางซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา (สว.) แล้ว กระบวนการต้นทางยังประกอบด้วย 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ ช่องทางจากที่ประชุมใหญ่ศาล และช่องทางจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทั้งสองส่วนจะถูกกลั่นกรองโดยคณะกรรมการสรรหาก่อนเสนอรายชื่อให้ สว. พิจารณา . องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 203 (ซึ่งใช้เป็นหลักเดียวกันกับองค์กรอิสระอื่น) ประกอบด้วย . 1. ผู้แทนฝ่ายตุลาการ ได้แก่ ประธานศาลฎีกา และประธานศาลปกครองสูงสุด 2. ผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้าน 3. บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากองค์กรอิสระอื่น (ที่ไม่ได้อยู่ระหว่างการสรรหาในขณะนั้น) . ประเด็นสำคัญอยู่ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 203 วรรคหก ซึ่งกำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่พึงได้รับการสรรหาไว้ว่า ต้องเป็นผู้ที่ . 1. มีความรับผิดชอบสูง 2. มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ 3. มีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม . นอกจากนี้หนังสือ “ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของร...

เมื่อศาลรับคดี44สส. - ขอ กก.สรรหา กกต.รอก่อน - คุณม้าเป็น กก.คัดเลือกกับ ส.พระปกเกล้า [Live]

รูปภาพ
คุยกันวันที่ 25 เม.ย.69 กับประเด็น - เมื่อศาลรับคดี 44 สส. แม้ไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็มีเงื่อนไข - ยื่นขอ กก.สรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ-กกต. ชะลอกระบวนการก่อน - คุณม้าเป็น กก.คัดเลือกผู้เข้าอบรม ส.พระปกเกล้า

ทนายสิทธิฯ ร้อง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา สอบปม "คำพิพากษาล่องหน" จากเว็บศาลปกครอง จี้ทวงคืนสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

วันนี้ (23 เมษายน 2569) นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีระบบฐานข้อมูลของสำนักงานศาลปกครองระงับการเผยแพร่คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดอย่างมีเงื่อนงำ . ทนายนรเศรษฐ์ระบุว่าก่อนหน้านี้ระบบฐานข้อมูลกฎหมายและคำพิพากษาของศาลปกครอง ได้มีการเผยแพร่คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดซึ่งเป็นคดีที่ถึงที่สุดและเป็นบรรทัดฐานสำคัญ จำนวน 2 คดีมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ปัจจุบันข้อมูลดังกล่าวกลับไม่สามารถสืบค้นได้ โดยไม่มีการแจ้งสถานะหรือเหตุผลประกอบ . การระงับเผยแพร่คำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ถือเป็นการใช้อำนาจดุลพินิจจำกัดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนโดยมิชอบ และละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เนื่องจากการปกปิดข้อมูลข่าวสารของรัฐ จะกระทำได้เฉพาะกรณีที่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ชัดแจ้ง เช่น เรื่องข้อมูลส่วนบุคคลหรื...

ขอรัฐเลิก IO ชายแดนใต้-ชี้เป้าหมายสันติสุขปี 70 จะล้มเหลวหากรัฐยังมองประชาชนเป็นศัตรู

รูปภาพ
วานนี้ (21 เมษายน 2569) ผมได้ร่วมอภิปรายร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี พ.ศ. 2568 – 2570 โดยให้ทั้งการสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตสำคัญ 5 ประการเพื่อสะท้อนโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขหากต้องการบรรลุเป้าหมายการหยุดความรุนแรง 100% ภายในปี 2570 . ผมเริ่มต้นด้วยการสนับสนุนนโยบายข้อที่ 2 (การจัดการความขัดแย้งตามหลักสันติวิธี) และ ข้อที่ 3 (การอำนวยความยุติธรรมและเยียวยา) โดยเน้นย้ำว่า "สันติวิธีและความเป็นธรรม" ไม่ใช่เพียงแค่วิธีการทำงานแต่เป็นเป้าหมายในตัวเอง เพราะทุกก้าวย่างของการปฏิบัติการ ย่อมทิ้งรอยเท้าไว้เสมอ และรอยเท้านั้นอาจกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นำไปสู่ปัญหาในอนาคต . จากนั้นผมได้ตั้งข้อสังเกต 5 ประการต่อรายงานฉบับดังกล่าว ดังนี้ . 1. ความย้อนแย้งของกฎหมายพิเศษ: ผมได้ชื่นชมความ "หาญกล้า" ที่รัฐตั้งเป้ายุติความรุนแรง 100% ภายในปี 2570 แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งที่รัฐยังคงต่ออายุ พรบ. ฉุกเฉินและกฎหมายพิเศษมาถึงครั้งที่ 82 ซึ่งพื้นที่ยกเว้นทางกฎหมายเช่นนี้มักนำไปสู่ปัญหาการใช้อำนาจโดยพละการและการซ้อมทรมานซึ่งขัดกับเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะ...

ยื่นหนังสือขอคณะกรรมการสรรหาฯ ชะลอการคัดเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและ กกต. ชี้ปัญหาขาดผู้นำฝ่ายค้านทำเสียดุลยภาพ พร้อมระวังผลประโยชน์ทับซ้อนกรณี 138 สว. ถูกสอบสวน

รูปภาพ
วันนี้ (21 เมษายน 2569) ผมได้แถลงข่าวโดยเปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านช่องทางสำนักเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเสนอข้อเรียกร้องและแสดงความกังวลต่อกระบวนการสรรหาบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยแบ่งประเด็นสำคัญออกเป็น 3 ส่วนหลัก . ประเด็นแรกคือการพิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาให้ครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้รัฐสภายังไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญในคณะกรรมการสรรหาที่ช่วยสร้างดุลยภาพระหว่าง 3 อำนาจ คือฝ่ายตุลาการ ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ แม้รัฐธรรมนูญมาตรา 203 จะอนุญาตให้คณะกรรมการที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้แต่การขาดตัวแทนจากฝ่ายค้านซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลและเป็นหูเป็นตาให้ประชาชนจะส่งผลให้กระบวนการสรรหาขาดความรอบด้าน อีกทั้งไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการเนื่องจากผู้ดำรงตำแหน่งเดิมที่หมดวาระลง ทั้งในส่วนของ กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะอายุครบ 70 ปี ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีกรณ...

กก.สรรหาองค์กรอิสระรอก่อน - #VAT 10% - สว.ควรเปิดรายงาน กมธ.สอบประวัติฯ มากกว่า 1 หน้า A4 [Live]

รูปภาพ
คุยเก็บตกประชุมวุฒิสภา 20-21 เม.ย.ที่ผ่านมา - ว่าด้วย กมธ.เศรษฐกิจ ถอนรายงานแนวทางการปรับโครงสร้างภาษี ออกจากวุฒิสภาแล้ว หลังมีประเด็นข้อเสนอขึ้น #VAT เป็น 10% - ขอ สว. เปิดประวัติแคนดิเดตองค์กรอิสระให้ ปชช.รู้มากกว่านี้ ซัดรายงาน "หน้าเดียว" สวนทางเป้าหมายรัฐบาลเข้า OECD - ขอ กก.สรรหาองค์กรอิสระ ชะลอการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ-กกต. เหตุยังไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน รวมทั้งพิจารณามาตรการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงต่อการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้สมควรเป็น กกต.

กรมการปกครองควรไปตรวจสอบ #ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รั่วไหล แทนไล่ฟ้องคนออกมาเปิดข้อมูลนี้

รูปภาพ
ผมได้ปรึกษาหารือผ่านประธานวุฒิสภาไปยังกระทรวงมหาดไทย กรณีอธิบดีกรมการปกครองฟ้องร้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อนายสมชัย ศรีสุทธิยากร และผู้เชี่ยวชาญด้านไอที จากกรณีการตั้งข้อสังเกตเรื่องข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านคนรั่วไหล โดยเสนอให้หน่วยงานเลือกใช้วิธีการชี้แจงข้อเท็จจริงและเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส แทนการฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนเป็นการปกป้องชื่อเสียงของหน่วยงานอย่างเหมาะสมตามหลักการประชาธิปไตย

ประชาชนแทบไม่รู้จักคนที่มาถืออำนาจองค์กรอิสระ เพราะกระบวนการปิดลับมาก ทั้งที่ต้องเปิดเผย โปร่งใส รวมทั้งมีส่วนร่วมมากกว่านี้

  ภาพประกอบที่คุณเห็นในโพสต์นี้ คือ ข้อมูลที่สาธารณชนได้ทราบผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งสำคัญของประเทศ ในที่นี้คือ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ผ่านรายงานของ กมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติฯ ผู้ได้รับการเสนอชื่อดังกล่าว ของวุฒิสภา อีกแผ่นที่ใส่มาในรายงานคือ "แบบรายการตรวจสอบฯ" เปล่าๆ ที่เหลือคือการบันทึกคำสั่งแต่งตั้งและกระบวนการแบบไม่ระบุรายละเอียด (ดูรายงานที่พูดถึง https://pis.parliament.go.th/PARFileDownloadProxy/download?s=-l8r2Pe6kX1cLovAB0m_Se6ojPeXLLZZKyPO7pBLw-z5V-3hNKk3WLwCWU5joKLpKxX0j5_Nm2rW1eIjRI9rk7WaHNnVolIDTmeo_gz72dDniDHW89Xhbd7y9dR3lFL4hMqBF1u1Sz3toSVRgFRuUo7I9pdrUC_XHkc=&ref=9877661&n=1 ) . ประเด็นสำคัญคือ ข้อบังคับการประชุมฯ สว. ข้อ 109 ได้ระบุว่าการประชุมของ กมธ.นี้ ให้ "กระทำเป็นลับ" รายงานของ กมธ.จึงทำแยกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ปรากฎตามลิงก์ สรุปแบบสาธารณชนไม่รู้เรื่อง กับส่วนที่เป็น "รายงานลับ" ตามข้อบังคับที่ 112 ซึ่งหากติดตามการประชุม สว. เวลาพิจารณาเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระหรือศาล...

ขอ สว. เปิดประวัติแคนดิเดตองค์กรอิสระให้ ปชช.รู้มากกว่านี้ ซัดรายงาน "หน้าเดียว" สวนทางเป้าหมายรัฐบาลเข้า OECD

รูปภาพ
วันนี้ (20 เมษายน2569) ผมได้ร่วมอภิปรายในวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยพุ่งเป้าไปที่ "รายงานเปิด" ของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ซึ่งพบว่ามีข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะเพียงน้อยนิด จนอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ . ผมเห็นว่าตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก แต่เมื่อเข้าไปดูรายงานฉบับที่เปิดเผยต่อสาธารณชน กลับมีข้อมูลเพียงประวัติย่อแบบ 1 หน้ากระดาษ A4 ที่ระบุเพียง ชื่อ อายุ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ทำงาน โดยไม่มีรายละเอียดของการประเมินใด ๆ . หากเราลองสวมบทเป็นประชาชนหรือข้าราชการที่จะต้องอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน เราจะคิดอย่างไรเมื่อคนที่จะมาดำรงตำแหน่งมีประวัติให้รับรู้เพียงเท่านี้ แล้ว สว. ใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจ ผมยังได้ยกตัวอย่างกรณีการให้ความเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 ท่าน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งคู่เป็นอดีตอธิบดี (กรมการขนส่งทางบกและกรมโยธาธิการฯ) มีประวัติ 1 หน้า A4 เหมือนกันทุกประก...

ผ่ากระบวนการต้นน้ำองค์กรอิสระ: เมื่อสภาไร้ผู้นำฝ่ายค้าน และ กกต. ไร้ความหลากหลาย

รูปภาพ
  ขณะนี้ กระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังคงเดินหน้าต่อไป แม้สภาผู้แทนราษฎรจะยังไม่มีการแต่งตั้ง "ผู้นำฝ่ายค้าน" อย่างเป็นทางการ . จริงอยู่ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 203 วรรคสอง เปิดช่องให้คณะกรรมการสรรหาสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้แม้จะมีกรรมการไม่ครบองค์ประกอบ แต่การขาดหายไปของผู้นำฝ่ายค้านฯ ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญจากฝ่ายนิติบัญญัติ (คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วย 3 เสาหลัก: ตุลาการ, ตัวแทนองค์กรอิสระ และนิติบัญญัติ) ย่อมทำให้เกิดคำถามถึงความสมบูรณ์และความชอบธรรมของกระบวนการต้นน้ำ . [เหตุใดกระบวนการนี้จึงควรรอผู้นำฝ่ายค้านฯ ?] . ปัจจุบันมีวาระสำคัญในการสรรหา 2 ตำแหน่ง คือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (แทน ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์) และ กกต. (แทน นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ) ซึ่งล่าสุดกระบวนการได้เดินหน้าไปแล้ว ทั้งการเรียกสัมภาษณ์แคนดิเดตศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 เม.ย. และการประกาศรับสมัคร กกต. ระหว่างวันที่ 20 เม.ย. - 11 พ.ค. โดยที่คณะกรรมการสรรหายังไม่ครบถ้วน . ในความเป็นจริง การชะลอกระบวนการสรรหาออกไปเพื่อรอผู้นำฝ่ายค้านฯ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของทั้งสององค์กร เนื...

ปมแม่ทัพภาค 4 ไม่ใช่เวลามายันว่า “มืออาชีพ” ไม่ปล่อยให้รอด แต่ “ทหารอาชีพ” ต้องย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่ “พลเรือน”

เหตุการณ์ลอบยิงกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม นอกจากจะเป็นอาชญากรรมอุกอาจในพื้นที่เปราะบางอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังกลายเป็นจุดปะทุที่เปลือยให้เห็นถึงปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ารถยนต์ของ กอ.รมน. ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ . ในห้วงเวลาที่กองทัพควรเร่งพิสูจน์ความโปร่งใสเพื่อกอบกู้ศรัทธา พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กลับหลุดประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นการเติมเชื้อความไม่ไว้วางใจกัน ผ่านความพยายามแสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ใจที่ชี้แจงข้อสงสัยของสังคมประเด็นความเกี่ยวโยงกับกองทัพ ด้วยคำกล่าวแบบปิดไมค์ต่อสื่อมวลชนที่ว่า "ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ" และเมื่อถูกตั้งคำถามเพิ่มเติม ท่านได้ขยายความตรรกะนี้ผ่านสื่อว่า หากเป็นการกระทำของ "มืออาชีพ" ย่อมต้องบรรลุเป้าหมาย การที่เหยื่อรอดชีวิตจึงเป็นข้อสังเกตว่าอาจไม่ใช่ฝีมือทหาร พร้อมเตือนสังคมว่าอย่าด่วนโยนความผิดให้กองทัพ ซึ่งคำพูดลักษณะนี้นับได้ว่าเป็นการ "เติมเชื้อไฟ" อย่างชัดเจน . แม้สังคมจะเข้าใจเจตนาที่แม่ทัพภาคที่...

รอยล้อบนถนนสายกลับบ้าน: สิทธิและตัวตนทางการเมืองที่หล่นหายของ ‘แรงงานอพยพ’

รูปภาพ
ภาพคลื่นมนุษย์มหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่สถานีขนส่งผู้โดยสารและขบวนรถที่ติดขัดยาวเหยียดบนถนนสายหลักมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคต่าง ๆ คือมุมมองที่คุ้นตาในทุกเทศกาลสงกรานต์ ในด้านหนึ่งนี่คือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและการคืนสู่บ้านเกิด แต่หากมองทะลุรอยยิ้มของการพบปะกันระหว่างครอบครัว ปรากฏการณ์นี้กำลังทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างของสังคมไทยอย่างชัดเจนที่สุด . การเดินทางกลับภูมิลำเนาของคนนับล้านนับเป็นบทพิสูจน์ถึงความล้มเหลวของการกระจายอำนาจและการกระจายความเจริญ เมื่อศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ทุน และโอกาสถูกผูกขาดไว้ที่เมืองหลวงและเขตอุตสาหกรรมเพียงไม่กี่แห่ง ประชาชนจึงถูกบีบบังคับให้ต้องกลายสภาพเป็น "แรงงานอพยพ" ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อแลกกับค่าจ้างที่พอจะหล่อเลี้ยงชีวิตและส่งเสียครอบครัวที่รอคอยอยู่เบื้องหลัง . พวกเขาเหล่านี้คือ "ประชากรแฝง" ผู้ขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจในเมืองใหญ่ เป็นฟันเฟืองสำคัญในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นผู้สร้างตึกระฟ้าและเป็นผู้ให้บริการในทุกมิติของชีวิตคนเมือง คาดว่ามีมากกว่า 8.4 ล้านคน เฉพาะในกรุงเทพฯมีเกือบ 3 ล้านคน ทว่าในสายตาของโค...

ไม่มีรัฐธรรมนูญใหม่ในแถลงนโยบาย - 16 ปี 10 เมษา - สรรหา กกต.และศาลรธน.ต่อไม่รอผู้นำฝ่ายค้าน [Live]

รูปภาพ
ชวนคุย - เก็บตกแถลงนโยบายรัฐบาล ไม่มีนโยบายจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งที่ประชามติแรกผ่านแล้ว - ครบรอบ 16 ปี 10 เมษา กับอีก 4 ปีก่อนหมดอายุความ - กระบวนการสรรหา กกต.และศาลรธน.เดินหน้าต่อ ไม่รอผู้นำความค้านฯในกรรมการสรรหา

ทวงยุติธรรม 16 ปี 10 เมษา 53 ย้ำต้องไม่มีอายุความ-ทหารขึ้นศาลพลเรือน อย่าปล่อยให้รัฐใช้อาวุธสงครามกับประชาชน

รูปภาพ
  วันนี้ (10 เมษายน 2569) ในกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เมษายน 2553 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ผมได้มีโอกาสกล่าวปราศรัยรำลึกเหตุการณ์นี้ถึงความสำคัญของการสะสางความยุติธรรมที่ยังค้างคามานานกว่า 16 ปี โดยเน้นย้ำว่าการทวงคืนความยุติธรรมไม่ใช่เพียงเพื่อคนเสื้อแดงแต่เป็นการสร้างมาตรฐานเพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากการใช้อาวุธสงครามของรัฐมาใช้ในการควบคุมการชุมนุม . ผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์เมื่อ 16 ปีที่แล้วและเห็นถึงความผิดปกติของการปฏิบัติการโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตัวอย่าง การใช้อาวุธสงครามและรถหุ้มเกราะเข้ากระชับพื้นที่ในยามวิกาล ซึ่งขัดต่อหลักการสากลที่ไม่มีการควบคุมฝูงชนที่ไหนในโลกใช้อาวุธสงคราม พร้อมตอบโต้คำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ในอดีตที่ปัดตกคดีโดยอ้างการปฏิบัติดังกล่าวนั้นเป็นไปตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน . ผมยังได้ยกตัวอย่างของผู้เสียชีวิตหลายรายเพื่อชี้ให้เห็นว่าความรุนแรงจากอาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ในหลากหลายอาชีพที่อาจไม่ใช่ผู้ชุมนุมโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัคร กู้ชีพ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ด้วยกันเอง โดยปรากฏชื่อดังนี้ . เกรียงไกร คำน้อย อันนี้เป็นผู้ชุมนุ...

หยุดปล่อยฆาตกรต่อเนื่องลอยนวล 16 ปี เมษาเลือด นับถอยหลัง 4 ปี ก่อนคดีหมดอายุความ ซ้ำรอยตากใบ

รูปภาพ
เวียนมาอีกปีแล้วสำหรับวันครบรอบเหตุการณ์อาชญากรรมรัฐกลางกรุง เ10 เม.ย.53 ที่นับเป็นประตูบานแรกของโศกนาฏกรรมการสังหารประชาชนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ครั้งใหญ่ต่อเนื่องไปถึงเดือนพฤษภา เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและส่งกำลังทหารเข้าปราบปรามประชาชน ในเหตุการณ์ในวันดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 25 ราย ในจำนวนนี้ประกอบด้วย พลเรือน ผู้ชุมนุม ทหาร และช่างภาพชาวญี่ปุ่น 1 ราย คือฮิโรยูกิ มูราโมโตะ รวมถึงมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ 800 คน ไปจนถึง 1,427 คน . อย่างไรก็ตามเมื่อเหตุการณ์ผ่านมากว่า 16 ปี ความล่าช้าและอายุความของคดีถือเป็นอุปสรรคที่เร่งด่วนที่สุด โดยคดีสลายการชุมนุมปี 53 ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 มีอายุความ 15 ปี ซึ่งสิ้นสุดลงในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 68 แต่ข้อหาฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 จะมีอายุความ 20 ปี ในปี 73 ซึ่งเมื่อนับจากวันนี้ก็จะเหลืออายุความอีกเพียง 4 ปีเท่านั้น . เราได้เห็นบทเรียนสำคัญจากคดีตากใบที่คดีหมดอายุความ 20 ปี โดยไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมารับโทษได้ เพราะกฎหมายไทยกำหนดให้กระบวนการ...

นโยบายจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ตามผลประชามติ ที่ไม่มีในคำแถลงนโยบาย ทั้งที่เมื่อ 2 เดือนก่อนนายกฯเองก็ยืนยันว่า "ไม่ด่วนได้หรอ เสียงของประชาชนไม่ฟังได้หรอ"

รูปภาพ
ดึกวานนี้ (9 เม.ย.) ผมได้มีโอกาสอภิปรายในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ตอนเช้าประธานอุตส่าห์แจ้งผลประชามติว่า ประชาชนจำนวนกว่า 21.6 ล้านเสียง ได้ลงมติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่คำแถลงนโยบายของนายก มีเพียงการระบุถึงอดีตที่ว่าได้จัดทำประชามติรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว แต่กลับ ไม่มีการระบุถึงขั้นตอนต่อไป ว่าจะดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร . ความจริงแล้ววันนี้เราควรมาคุยกันด้วยซ้ำว่า “รัฐบาลและรัฐสภา” จะพยายามอย่างไรให้ประชาชนในฐานะผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิม ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมได้มากที่สุด ตามประชามติที่ท่วมท้นขนาดนั้น จะเอาอย่างไรกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่คาอยู่วาระ 2 จะพยามให้ประชาชนได้เลือกผู้ร่างได้บ้างไหม อย่างไร . พรรคแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล (กล่าวถึงพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้) ล้วนเคยเน้นย้ำและสนับสนุนให้ต้อง "เร่ง" จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นขนาดใส่ไว้นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาซึ่งเป็นพันธผูกพันยังทำแบบยากเย็น แต่เรื่องนี้ไม่ถูกบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายปัจจุบันจะมีอะไรการันตีว่าจะดำเนินการได้อย่างไร . สุดท้า...

ฟ้องปิดปากสื่อ: ปัญหาใหญ่สะเทือนสังคม เมื่อ 'ผู้ส่งสาร' ยังถูกสังหารด้วยกฎหมาย

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา “Muzzling the media: SLAPP writs in Thailand” (ปิดปากสื่อ: คดีฟ้องปิดปากในไทย) โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยหทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหาร The Isaan Record สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ Climate Finance Network Thailand และยศธร เนียมสอิ้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ระหว่างต่างประเทศ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ดำเนินรายการโดยภาณุ วงศ์ชะอุ่ม ประธาน FCCT และผู้สื่อข่าวอาวุโสของรอยเตอร์ . หทัยรัตน์เริ่มต้นเวทีเสวนาโดยกล่าวถึงโกวิท โพธิสาร บรรณาธิการ The Isaan Record ที่ถูกสุชาติ ชมกลิ่นฟ้องเช่นกัน แม้สุชาติจะถอนฟ้องตนไปแล้วแต่ยังไม่ได้ถอนฟ้องโกวิท จึงต้องจ้างทนาย และเล่าต่อว่าตอนที่ตนทำงานที่ Thai PBS ได้ทำงานสืบสวนสอบสวน ได้รับการสอนว่าไม่มีอะไรสำคัญกว่าชีวิต แต่ตนก็ฝ่าฝืนกฎและเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อให้ได้ข่าวอยู่ตลอด . ตนตัดสินใจออกจาก Thai PBS เมื่อปี 2561 เพราะถูกเจ้าหน้าที่ใน จ.นราธิวาสข่มขู่เอาชีวิตว่าจะถูกอุ้มหายทำให้เสียสุขภาพจิตมาก เมื่อลาออกสุขภาพจิตก็ดีขึ้นแต่ก็อยากเป็นนักข่าว...

สงครามทำพิษ เกษตรกรรายย่อยแบกภาระหนัก เสนอ 4 มาตรการแก้ปัญหาปุ๋ย

รูปภาพ
  วานนี้ (7 เมษายน 2569) ในการประชุมวุฒิสภา ผมได้อภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่อง "ขอให้วุฒิสภาพิจารณาวิกฤตการณ์ปุ๋ยในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง" ซึ่งเสนอโดยนิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภา โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่ซ้อนทับกันหลายมิติ และเน้นย้ำว่าแม้จะเป็นวิกฤตที่กระทบถ้วนหน้าแต่เกษตรกรรายย่อยคือผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด . วิกฤตด้านพลังงาน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และปุ๋ย ซึ่งเป็นผลพวงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบไปทั่วโลกและทั่วประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตสู่รูปแบบอุตสาหกรรมการเกษตร ทั้งการปลูกพืชเพื่อบริโภค เพื่อส่งออก หรือเพื่อเป็นอาหารสัตว์ (เช่น ข้าวโพด) ล้วนอยู่ภายใต้รูปแบบ "เกษตรพันธสัญญา" ซึ่งบีบบังคับให้เกษตรกรต้องเร่งส่งมอบผลผลิตตามคำสั่งซื้อและตามฤดูกาลอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่เกษตรกรที่ต้องเร่งอัดปุ๋ยเคมีเข้าไป เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จก็ไม่มีเวลาหมักตอซังหรือเศษซากพืชให้กลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติเพราะจะเสียเวลาจึงต้องใช้วิธีการเผาทำลาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน...