ทันข่าววุฒิสภา “ภูมิใจไทยชิงธง ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” คุยกับ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย
วานนี้ผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์กับรายการทันข่าววุฒิสภา หลังจากพรรคภูมิใจไทยชิงจังหวะเปิดไพ่ใบแรกด้วยการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (มาตรา 256) ที่ถือว่ากุมความได้เปรียบไว้แทบทุกประตู ทั้งในสภาล่างที่มีฐาน 192 เสียง และความสามารถในการโน้มน้าว สว. เสียงส่วนใหญ่
.
โจทย์ปัญหาของร่างนี้ ไร้คูหา สสร. ไม่ผ่านการเลือกตั้งโดยตรงจากคูหา (แบ่งเป็นตัวแทนจังหวัด 77 คน และผู้เชี่ยวชาญ 23 คน) โดยให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกขั้นสุดท้าย พร้อมปรับเงื่อนไขเสียง สว. จาก 1/3 มาเหลือ 1/4 เพื่อปูทางให้ผ่านด่านสภาสูงได้ง่ายขึ้น โดยยืนกรานล็อกสเปกไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2
.
ขณะที่พรรคประชาชนยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยมองว่าร่างนี้ขัดหลักการใหญ่ เพราะไปเพิ่มอำนาจให้ สว. และกีดกันสิทธิของประชาชนในการเลือก สสร. โดยตรง
.
สำหรับประเด็นความจริงใจทางการเมืองนั้นไม่ได้วัดกันที่ตัวอักษร แต่วัดกันที่ด่านประชามติ ซึ่งมี 3 จุดบอดสำคัญที่ถูกตั้งคำถาม:
.
1. การตีกรอบหมวด 1 และ 2 ล่วงหน้า ทั้งที่ มติ 21.6 ล้านเสียงคือไฟเขียวให้จัดทำ "ฉบับใหม่" ทั้งฉบับ การไปล็อกสเปกไว้ก่อนจึงขัดกับเจตนารมณ์ประชามติรอบแรก แต่หากมีข้อกังวลเรื่องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่จะเลยป้าย เมื่อมาตรา 255 ก็มีประตูล็อกห้ามเปลี่ยนระบอบและรูปแบบของรัฐไว้แน่นหนาอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องตีกรอบการทำงานล่วงหน้า
.
2. สว. ได้อำนาจพิเศษเพิ่ม รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้ให้สิทธิ สว. ในกระบวนการทำฉบับใหม่มาตั้งแต่แรก การเขียนเงื่อนไข 1/4 เข้าไป แม้จะดูเหมือนลดสัดส่วนลง แต่แท้จริงคือ "การแถมอำนาจ" ให้ สว. เข้ามากดทับเสียงของ สส. ที่มาจากการเลือกตั้ง
.
3.ปัญหาของที่มา สว. ชุดปัจจุบันไม่ได้มีที่มายึดโยงกับประชาชน (เช่น คัดกรองด้วยกำแพงอายุ 40 ปีและค่าสมัคร 2,500 บาท) การมอบอำนาจให้สภาสูงชี้ชะตารัฐธรรมนูญใหม่ จึงมีปัญหาอย่างยิ่งเรื่องความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนปวงชนแม้จะบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม พูดง่ายๆ อำนาจไม่ควรเท่ากับ สส.ด้วยซ้ำ แต่อันนี้ดันมีอำนาจพิเศษเพิ่มมาอีก
.
แม้ร่างของภูมิใจไทยจะมีโอกาสทะลุสภาสูงได้ฉลุยที่สุด แต่เส้นแดงสำคัญที่คุณประเมินไว้คือเรื่องของ "เนื้อหา" หากรัฐธรรมนูญใหม่ยังคงแช่แข็งโครงสร้างอำนาจเดิม ไม่แก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมมาตลอด 9 ปี—เช่น ที่มาและอำนาจ สว., การปฏิรูปองค์กรอิสระ, หรือกลไกต้านคอร์รัปชัน—ประชาชนก็พร้อม "คว่ำ" ร่างนี้ในด่านประชามติครั้งสุดท้าย ซึ่งหากไปถึงจุดนั้น รัฐสภาและขั้วการเมืองผู้เสนอญัตติก็ต้องพร้อมรับผิดชอบทางการเมืองด้วย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น