บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กุมภาพันธ์, 2026

"การทำข่าวไม่ใช่อาชญากรรม": เมื่อ 'กกต.' ฟ้องปิดปากสื่อ วิกฤตศรัทธาและการล่มสลายของความโปร่งใส

รูปภาพ
วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2569) ผมมีโอกาสได้ร่วมงานเสวนานื่องในโอกาสมอบรางวัล "สื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน" โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในหัวข้อ "การนำเสนอข่าวไม่ใช่อาชญากรรม JOURNALISM IS NOT A CRIME” . ในงานเสวนานี้ผมได้ร่วมแบ่งปันว่าสถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะ กกต. ที่เลือกใช้วิธีการฟ้องปิดปาก (SLAPP) ต่อสื่อมวลชนและประชาชนที่เข้ามาตรวจสอบการทำงาน ทั้งที่เสรีภาพในการตรวจสอบควรเป็นรากฐานที่รัฐต้องรับรอง ไม่ใช่สิ่งที่รอรับส่วนบุญหรือการประทานให้จากผู้มีอำนาจ ซึ่งหากเราไม่ลุกขึ้นสวนกลับอย่างมีอารยะหรือยืนหยัดในหลักการ วันหนึ่งเราอาจไม่มีเรี่ยวแรงเหลือเพื่อต่อสู้เมื่อถูกริบเสรีภาพคืนไปจนหมด ยิ่งในสังคมที่มีลักษณะอำนาจนิยม สื่อจะเผชิญกับการกลั่นกรองข้อมูลด้วยความกลัวในจิตใจจนไม่กล้านำเสนอความจริง เพราะกลัวว่าจะทำสิ่งที่ "ถูก" แต่ไม่ "ถูกใจ" ผู้มีอำนาจ . นอกจากนี้ ผมเห็นว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องเชิงระบบที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งตัดขาดอำนาจของประชาชนในการตรวจสอบหรือถอดถอนองค์กรอิสระ อีกทั้งที่มา...

นิติสงครามของ กกต. ฟ้องปิดปากสื่อมวลชน [และประชาชน] กำลังทำลายเป้าหมายของ กกต.เอง

เหตุการณ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้ตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล 6 รายที่ไปสังเกตการณ์และรายงานข่าวการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและข้อกังขาอย่างหนักต่อสังคม โดยเฉพาะเมื่อหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคือ "หัวหน้าช่างภาพสื่อมวลชน" ที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามหมายข่าวปกติแต่กลับถูกแจ้งข้อหาร้ายแรงทางอาญา . การตัดสินใจของ กกต. ในการนำกฎหมายอาญามาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น) มาตรา 209 (อั้งยี่) พรบ. คอมพิวเตอร์ฯ และความผิดตาม พรป. กกต. มาตรา 66 มาใช้กับสื่อมวลชนไม่ใช่แค่เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ แต่นี่คือภาพสะท้อนของการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการ "ปิดปาก" (SLAPP - Strategic Lawsuit Against Public Participation) อย่างชัดเจน . เมื่อหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยคือความโปร่งใส สื่อมวลชนมีหน้าที่เป็น "สุนัขเฝ้าบ้าน" ที่คอยจับตา บันทึกภาพ และรายงานข้อเท็จจริงสู่สาธารณะ การที่ช่างภาพสื่อมวลชนสำนักหนึ่งยืนถ่ายภาพในพื้นที่เปิดเผยร่วมกับสื่อสำนักอื่น ๆ และไม่ได้มีความรู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ถู...

ฟังเสียงลูกขุนประชาชนพิพากษา กกต. #1 กับเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์

รูปภาพ
ฟังเสียงลูกขุนประชาชนพิพากษา กกต. #1 กับเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ชี้ #กกต ทำงานแค่เรื่องเดียวแถมรับเงินเดือนแสนแพง แต่กลับจัดเลือกตั้งให้โปร่งใสไม่ได้ มองแบบนี้ไม่ผ่าน

ค้านกรณี ปธ.วุฒิสภา ไม่บรรจุญัตติชะลอให้ความเห็นชอบ 2 แคนดิเดต #กกต.

รูปภาพ
เมื่อสักครู่นี้ผมได้ลุกขึ้นแสดงจุดยืนไม่เห็นพ้องกับประธานวุฒิสภาที่มีคำวินิจฉัยไม่รับญัตติที่ผมเสนอ เพื่อขอให้วุฒิสภาพิจารณาชะลอการให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ( #กกต กกต.) จำนวน 2 คน โดยผมระบุว่า แม้จะเคารพคำวินิจฉัยของประธานวุฒิสภา แต่ไม่เห็นพ้อง เนื่องจากเห็นว่าญัตติดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการและลำดับการพิจารณาของที่ประชุม ซึ่งอยู่ในขอบเขตอำนาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่าการเสนอให้ชะลอมีเจตนาเพื่อป้องกันข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน เนื่องจากมีสมาชิกวุฒิสภาจำนวนมากอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบของ กกต. ซึ่งอาจทำให้การให้ความเห็นชอบบุคคลในองค์กรดังกล่าวถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสม . ด้านมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ชี้แจงว่า แม้ญัตติดังกล่าวจะยื่นถูกต้องตามข้อบังคับการประชุม แต่ไม่อยู่ในขอบเขตที่วุฒิสภาจะดำเนินการได้ในช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมสมัยวิสามัญตามพระบรมราชโองการ ซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะให้วุฒิสภาทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐ...

7 เหตุผล ทำไม วุฒิสภาถึงควร 'ชะลอ' การพิจารณาให้ความเห็นชอบ 2 กกต. ที่มีวาระการพิจารณาวันที่ 26 ก.พ.นี้ เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์

รูปภาพ
เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ประธานวุฒิสภาไม่อนุญาตให้ผมเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีก 2 คน เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ โดยอ้างเหตุเกรงขัดรัฐธรรมนูญและเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้การให้ความเห็นชอบ 2 กกต. จะยังคงมีต่อไปในวันพรุ่งนี้ ซึ่งผมขอขอยันว่าญญัตินี้สามารถเสนอได้ และ “จำเป็น” ต้องเสนอ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ประการแรก : ด้วย สว.จำนวนมาก ในที่นี้คือมากกว่าครึ่งซึ่งหมายถึงเป็นเสียงชี้ขาดว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ กำลังตกเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับ กกต.อยู่ เนื่องยังถูก กกต. ตรวจสอบและรอการตัดสินจาก กกต.อยู่ จึงเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์หากยังเดินหน้าให้ความเห็นชอบ กกต. เปรียบเหมือนเลือกผู้ตัดสินมาพิจารณาคดีตัวเอง จริงอยู่ที่เราต้องถือหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำตัดสิน แต่นั่นใช้กับพลเมืองทั่วไป ซึ่งต่างจากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีอำนาจให้คุณให้โทษ จึงต้องถูกกำกับการใช้อำนาจที่เข้มงวดกว่า แม้ตามรัฐธรรมนูญจะให้อำนาจ สว. ในการให้ความเห็นชอบผู้ได้...

ประธานวุฒิสภาไม่บรรจุญัตติขอให้เลื่อนการพิจารณาให้ความเห็นชอบ 2 แคนดิเดต กกต.

รูปภาพ
ล่าสุด ผมได้รับหนังสือแจ้งว่าประธานวุฒิสภาไม่บรรจุญัตติที่ผมขอให้ที่ประชุมวุฒิสภาชะลอการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. 2 คน ที่จะมีการประชุมวิสามัญในวันพรุ่งนี้ครับ

#มนุษย์แรงงาน #2 : ใต้เมฆหมอกและกองเอกสาร: เสียงสะท้อนความเหลื่อมล้ำและชะตากรรมแรงงาน ‘ครูดอย’

ภาพจำของ “ครูดอย” ในสื่อกระแสหลักมักถูกฉาบเคลือบด้วยความโรแมนติกของการเสียสละ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและรอยยิ้มของเด็กชาติพันธุ์ แต่ในความเป็นจริงหลังม่านหมอกเหล่านั้นซ่อนโครงสร้างการทำงานที่บิดเบี้ยว ความเหลื่อมล้ำทางทรัพยากร และสภาพการจ้างงานที่สูบกลืนจิตวิญญาณของผู้สอนไปจนแทบไม่เหลือสภาพ . นี่คือเสียงสะท้อนจากครูบรรจุใหม่ในโรงเรียนบนดอยที่ห่างไกลที่สุดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศไทย พื้นที่ที่ไฟฟ้าติด ๆ ดับ ๆ สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง และครูต้องแบกรับภาระงานเอกสารมากกว่าการจับชอล์กเขียนกระดาน . [ จากความหลงใหลในการสอน สู่การจำนนต่อระบบเพื่อ ‘ความอยู่รอด’ ] . จุดเริ่มต้นของครูท่านนี้ไม่ได้มาจากสายครุศาสตร์โดยตรง แต่เกิดจากความประทับใจในวิชาการสอนภาษาอังกฤษสมัยเรียนศิลปศาสตร์ ที่ทำให้เห็นว่าแค่การจัดโต๊ะเรียนก็เปลี่ยนการเรียนรู้ของเด็กได้ ความหลงใหลนี้นำพาเธอไปเป็นครูอัตราจ้างเพื่อคว้าใบประกอบวิชาชีพ ทว่าโลกแห่งความเป็นจริงในฐานะ “แรงงานการศึกษา” กลับทักทายเธอด้วยตัวเลขรายได้ที่สวนทางกับค่าครองชีพ . “เดิมทีไม่อยากรับราชการ เพราะเห็นระบบจากแม่ที่เป็นครู รู้สึกว่ามันสอ...

จับตาคำพิพากษาศาลปกครองกรณี คฝ. ทำร้ายสื่อ และอนาคตเสรีภาพสื่อกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง

คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ให้รับฟ้องคดีตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ทำร้ายร่างกายผู้สื่อข่าว The MATTER ระหว่างการสลายการชุมนุมกลุ่ม “ราษฎรหยุด APEC 2022” คือหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของวงการสื่อมวลชนไทยที่สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตความปลอดภัย ขอบเขตการใช้อำนาจรัฐ และการลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน . ตามหลักสากลแล้วสื่อมวลชนในพื้นที่การชุมนุมคือ "ผู้สังเกตการณ์" ที่ต้องได้รับการปกป้องและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในคดีนี้กลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ผู้สื่อข่าวที่กำลังไลฟ์สดถูกเจ้าหน้าที่ คฝ. ใช้โล่ผลักจนล้ม ถูกกระบองฟาด และถูกเตะซ้ำ ทั้งที่ได้แสดงตัวตนผ่านปลอกแขนและตะโกนแจ้งอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็น "สื่อมวลชน" เหตุการณ์นี้ (รวมถึงสื่อมวลชนอีกอย่างน้อย 4 คนที่บาดเจ็บในวันเดียวกัน) สะท้อนให้เห็นว่า ปลอกแขน บัตรประจำตัวสื่อ หรืออุปกรณ์ทำข่าวไม่ได้เป็นเกราะคุ้มกันความปลอดภัยอีกต่อไป การเพิกเฉยต่อสถานะสื่อมวลชนของเจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นการคุกคามสวัสดิภาพขั้นร้ายแรง และสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว (Chilling Effect) ให้กับคนท...

บอทไม่บอทในประชาพิจารณ์แก้ระเบียบเลือกบอร์ด #ประกันสังคม

รูปภาพ
ในการประชุม กมธ.การพัฒนาการเมือง สว. เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องความน่าเชื่อถือของผลโหวตออนไลน์ไปยังระบบกลางทางกฎหมายของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) เกี่ยวกับยอดผู้แสดงความคิดเห็น 1.2 ล้านครั้ง ว่าเป็นเสียงจากคนจริงๆ (Organic) ไม่ใช่บอท (Bot) หรือการจัดตั้งจริงหรือไม่ . โดยผมได้ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วง 3 วันสุดท้ายที่มีผู้เข้ามาโหวตพุ่งสูงถึง 400,000 คน ซึ่งมากกว่ายอดรวมตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาเสียอีก

ระเบียบเลือกตั้งแบ่งแยกผู้ประกันตน ทำลายหลัก ‘ร่วมทุกข์ร่วมสุข’ (Solidarity)

รูปภาพ
  ในการประชุม กมธ.การพัฒนาการเมือง สว. เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำลายหลักการร่วมทุกข์ร่วมสุข (Solidarity) จากการเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมให้แบ่งสัดส่วนการเลือกตั้งตามมาตรา 33, 39 และ 40 เป็นการทำลายหลักการพื้นฐานของประกันสังคมเรื่องความเสมอภาคและการร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะจะกลายเป็นการแบ่งแยกตามจำนวนเงินสมทบว่าใครจ่ายมากมีสิทธิ์มาก ซึ่งปัญหาเรื่องการบริหารจัดการหรือคนมาใช้สิทธิ์น้อย ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ไปกระทบต่อหลักการพื้นฐานของการมีส่วนร่วม . #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม #ประกันสังคม

#ประกันสังคม ดึงดันระเบียบเลือกตั้งใหม่ เพิกเฉยความเห็นส่วนใหญ่เหมือนไร้น้ำหนัก

รูปภาพ
  ในการประชุม กมธ.การพัฒนาการเมือง สว. เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้ตั้งคำถามถึงสำนักงานประกันสังคม ถึงการเพิกเฉยต่อน้ำหนักเสียงส่วนใหญ่ จากเอกสารการรับฟังความคิดเห็น (ช่วง 21 เม.ย. - 9 พ.ค. 2568) พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามถึง 83% สนับสนุนให้ผู้ประกันตน 1 คนสามารถเลือกตัวแทนได้ไม่เกิน 7 คนเหมือนเดิม ในขณะที่มีเพียง 11% ที่เห็นด้วยกับการให้เลือกได้แค่ 1 คน จึงเกิดคำถามว่าเหตุใดน้ำหนักเสียง 83% นี้จึงไม่เพียงพอที่จะยืนยันหลักการเดิม และทำไมจึงไปลิดรอนสิทธิ์ของผู้ประกันตนให้เหลือเลือกได้เพียงคนเดียว . จากเอกสารรับฟังความคิดเห็นของสำนักงานประกันสังคมมีผู้ตอบ 3,223 คน (ครอบคลุมทั้งชาย หญิง นายจ้าง และผู้ประกันตนมาตราต่างๆ รวมถึงสภาองค์กรลูกจ้างและนายจ้าง) ซึ่งแม้ว่าความเห็นจะมีความหลากหลาย แต่ก็อยากให้ทางประกันสังคมมองและพิจารณาถึง "น้ำหนัก" ของกลุ่มคนที่เห็นด้วยกับระบบ 1 คน 7 โหวต (83%) ด้วยว่าเสียงเหล่านี้หายไปไหนในการนำมาพิจารณา . #ประกันสังคม #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

จับพิรุธประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่โปร่งใส-ย้ำควรใช้ระเบียบเดิม

รูปภาพ
. รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า ในบอร์ดประกันสังคมเผยข้อพิรุธสำคัญของการทำประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้คือการขาดความโปร่งใสระหว่างกระบวนการ ทั้งที่โดยหลักแล้ว “ประชาพิจารณ์” ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดเป็นความลับ แต่กลับไม่มีการเปิดเผยข้อมูลระหว่างทาง อีกทั้งยังใช้ระบบรับฟังความคิดเห็นสองช่องทาง ได้แก่ ระบบของ DGA ซึ่งมีผู้ตอบราว 700,000 คน และ Google Form ของสำนักงานประกันสังคมอีกประมาณ 400,000 คน ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานการคัดกรองและความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลขผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นหลักแสนในช่วงไม่กี่วันสุดท้าย นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลว่าผลสำรวจเดิมที่ประชาชนกว่า 80% ต้องการให้ “เลือกได้ 7 คนเหมือนเดิม” อาจถูกตีความหรือประมวลผลโดยสำนักงานตามดุลพินิจของตนเอง ซึ่งเปิดช่องให้เกิดความคลุมเครือในอนาคต . ทีมประกันสังคมก้าวหน้ายืนยันว่า ทางออกที่ชัดเจนและบริสุทธิ์ใจที่สุดคือการใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมและจัดการเลือกตั้งภายในเดือนมีนาคม เพราะการเลือกตั้งคือหัวใจของการฟื้นความชอบธรรมและความมีชีวิตชีวาให้กับองค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของ...

ประกันสังคมเคยถอดบทเรียนและรับฟังความเห็นต่อ "การเลือกบอร์ด #ประกันสังคม" แต่ทำไมเสียงกว่า 80% มองว่า "เหมาะสม" กลับไม่อาจยับยั้งความพยายามแก้ไขระเบียบการเลือกบอร์ดประกันสังคม?

รูปภาพ
การทำประชาพิจารณ์ของสำนักงานประกันสังคมรอบล่าสุด ต่อร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ช่วงระหว่าง 15 ม.ค.-14 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า มีผู้แสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น 1,244,260 ครั้ง และแน่นอน 3 วันสุดท้ายพุ่งไปกว่า 4 แสนครั้ง อย่างผิดปกติ และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม อ้างว่า ให้ความสำคัญกับทุกความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม ซึ่งต้องผ่านกระบวนการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน นั้น . วานนี้ (20 ก.พ.) ในที่ประชุม กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. ที่มีการพิจารณาประเด็นการแก้ไขระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมนี้ โดยตัวแทนสำนักงานประกันสังคม อ้างว่าเหตุที่ต้องมีการแก้ไขระเบียบภายหลังการเลือกบอร์ดประกันสังคมเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.66 (จนได้คณะประกันสังคมก้าวหน้ามา 6 คนนั่นล่ะ) ต่อมาสำนักงานประกันสังคมได้มีการถอดบทเรียนการจัดการเลือกตั้งดังกล่าว แล้วพบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการจัดการ จึงได้ตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบ นอกจากนี้ยังมีการอ้างช่วง 21 เม.ย.-9 พ.ค.68 สำนักงานประกันสังคมได้จัดให้มีการรับฟังข้อเสนอแนะการเลือกผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนทุกภาคส่วน ไปประกอบการปรับปรุงระเ...

ฟังเสียง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า ในบอร์ดประกันสังคม หลังถกเดือดในที่ประชุม กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ สว.

รูปภาพ
ฟังเสียง รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า ในบอร์ดประกันสังคม หลังถกเดือดในที่ประชุม กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ สว. ย้ำหลักการลากประกันสังคมออกจากแดนสนธยา เผยยังไม่เคลียร์ปมประชาพิจารณ์ . ทีมประกันสังคมก้าวหน้าในฐานะผู้ร้องเรียน คัดค้านระเบียบเลือกตั้งใหม่ที่เปลี่ยนจากการให้ผู้ประกันตนเลือกบอร์ดได้หลายคน เหลือเลือกได้เพียง 1 คน ซึ่งมองว่าเป็นการลดทอนการมีส่วนร่วมและหลักประชาธิปไตยของกองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ระหว่างการพิจารณาในกรรมาธิการมีการถกเถียงอย่างเข้มข้น รวมถึงถูกตั้งข้อกล่าวหารุนแรงจาก สว. บางท่าน อย่างไรก็ตาม ทีมงานยืนยันว่าหากต้องการความโปร่งใส ควรเปิดเผยบันทึกการประชุมว่าใครเป็นผู้เสนอ “สูตร” การเลือกตั้งใหม่นี้ เพราะมีตัวแทนสำนักงานประกันสังคมเข้าร่วมประชุมตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของระเบียบดังกล่าว ซึ่งสำนักงานระบุว่าเป็นผู้ริเริ่มเอง ไม่ได้มาจากบอร์ดหรือรัฐมนตรี จึงอาจมีประเด็นขัดกันทางกฎหมายและข้อกังวลด้านรัฐธรรมนูญในบางเงื่อนไขคุณสมบัติ . นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องกระบวนการประชาพิจารณ์ที่ล่าช้า ทั้งที่กรณีสูตรบำนาญก่อนหน้...

ทันข่าววุฒิสภา "เคลียร์เลือกตั้งให้ชัด - ชะลอเห็นชอบ 2 ว่าที่กกตใหม่" เจาะลึกกับ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย

รูปภาพ
วันก่อนผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์ในรายการทันข่าววุฒิสภา  https://youtu.be/n3yuzz2WQHY?si=rnLg5zr_RKSBJZwH  ต่อ 2 ประเด็นคือปัญหาการจัดการเลือกตั้ง และการขอให้ สว.ชะลอกสรให้ความเห็นชอบ กกต. ใหม่อีก 2 คน . ​1. วิกฤตศรัทธาการเลือกตั้ง: ปมบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง . ​ละเมิดหลักการลงคะแนนลับ: การมีบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง (โดยเฉพาะบัตรสีชมพู) เป็นความสุ่มเสี่ยงที่ร้ายแรงมาก เพราะอาจทำให้สามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุให้การลงคะแนนต้องเป็น "ความลับ" โดยเด็ดขาด . ​ข้อเสนอทางออกฉุกเฉิน: เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและคุ้มครองเสียงของประชาชน ให้ กกต. "ทำลายกุญแจ" หรือกลไกใดๆ ที่ใช้เชื่อมโยงระหว่างต้นขั้วบัตรกับตัวผู้ลงคะแนนทิ้งเสีย เพื่อไม่ให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ . ​2. กกต. เปิดเผยคะแนนดิบ 100% และใบขีดคะแนน (ใบ 5/11) . ​ความผิดปกติที่ต้องเร่งชี้แจง: ปัจจุบันมีการชะงักการเปิดเผยคะแนนอยู่ที่ 94% และพบปัญหา "บัตรเขย่ง" จำนวนมา ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 66 . ​เปิดทางให้ประชาชนร่...

ทำไมผมถึงไม่เห็นด้วยให้ #เลือกตั้งโมฆะ และเราจะมีทางออกอย่างไร?

ผมไม่เห็นด้วยกับการทำให้การเลือกตั้ง “เป็นโมฆะ” โดยเฉพาะการให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินในลักษณะที่ล้มผลการเลือกตั้งทั้งระบบ เพราะบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของเราชี้ให้เห็นแล้วว่าการใช้ทางออกเช่นนี้ไม่ได้เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่กลับสร้างผลกระทบทางการเมืองและต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาวอย่างรุนแรง . ที่ผ่านมาเราเคยมีบทเรียนมาแล้วอย่างน้อยสองครั้งสำคัญ ปี 2549 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากเหตุผลเรื่อง “คูหาไม่เป็นความลับ” และปี 2557 จากเหตุผลว่า “การเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร” ผลลัพธ์ของการตัดสินเช่นนั้นไม่ได้กระทบเฉพาะผู้มีอำนาจหรือองค์กรรัฐเท่านั้นแต่กระทบโดยตรงต่อประชาชนหลายสิบล้านคนที่ออกไปใช้สิทธิด้วยความตั้งใจจริง ซึ่งเสียงของพวกเขาถูกทำให้หายไปในพริบตาราวกับไม่เคยมีความหมายมาก่อน ขณะเดียวกันการวินิจฉัยลักษณะนี้ยังทำให้บทบาทและอำนาจขององค์กรที่ตัดสินมีน้ำหนักเหนือกระบวนการประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดคำถามต่อดุลยภาพของอำนาจในระบบการเมือง . ในสถานการณ์ปัจจุบันผมยอมรับว่าการจัดการเลือกตั้งมีปัญหาจริงและไม่ใช่ปัญหาเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะประเด็นการใ...

ยื่นญัตติขอ สว. ชะลอตั้ง 2 กกต. หยุดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หยุดวิกฤตศรัทธาจากปัญหาเลือกตั้ง

รูปภาพ
วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) ผมได้ยื่นญัตติต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อขอให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาชะลอการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน ซึ่งถูกบรรจุเป็นวาระด่วนในการประชุมในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้แก่ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ที่ได้รับการเสนอชื่อแทนนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ได้รับการเสนอชื่อแทนนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ . ผมต้องเรียนว่าก่อนหน้านี้ผมได้ยื่นญัตติในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง แต่บางครั้งไม่ได้รับการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญภายหลังการยุบสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีข้อจำกัดในการพิจารณา โดยมีการตีความว่าสามารถพิจารณาได้เฉพาะเรื่องการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น อย่างไรก็ตามผมไม่เห็นด้วยกับการตีความดังกล่าว เพราะการเสนอให้ชะลอการพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการให้ความเห็นชอบ ไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของการพิจารณา . ผมขอยืนยันว่าในอดีตเคยมีตัว...

เตรียมยื่นขอ สว.ชะลอให้ความเห็นชอบ 2 กกต. ป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์

รูปภาพ
วันนี้ (17 ก.พ.) สำนักเลขาธิการวุฒิสภา เผยแพร่ระเบียบวาระการประชุมสมัยวิสามัญ ที่จะจัดวันที่ 26 ก.พ.นี้ โดยมีวาระเรื่องด่วน ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง 2 คน ประกอบด้วย 1. นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก แทน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง พ้นจากตําแหน่งตามวาระ 2. นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แทน นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง พ้นจากตําแหน่งตามวาระ อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ (18 ก.พ.) ผมจะยื่นญัตติ เรื่อง ขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ด้วยเห็นว่า กกต.เป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวน ไต่สวน หรือพิจารณาคดีที่ สว. จำนวนมากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา มีเหตุอันควรสงสัยว่าได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 ซึ่งเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กกต.ได้ชี้แจงว่า สำนวนการสืบสวนและไต่สวนอยู่ในชั้นที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งแล้ว เมื่อคณะอนุกรรมก...

#นับใหม่ชลบุรี พบ กมธ.พัฒนาการเมือง สว. มองถูก กกต. ฟ้องปิดปาก

รูปภาพ
น.ส.เบญจพร สุขสว่าง ตัวแทนกลุ่ม “นับใหม่ ok นะ” ที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เขต 1 กล่าวก่อนร่วมให้ข้อมูลกับ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภาว่า ขณะนี้ กกต.ชลบุรี เขต 1 ได้ฟ้องตนในข้อหาบุกรุกและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนมองว่าสิ่งที่กกต.ทำนั้นอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการตัดสินใจฟ้องประชาชนนั้นอาจเป็นเพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ ขณะที่ภาคประชาชนได้แจ้งความกกต.ชลบุรีกลับข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วน กกต.กลางอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี น.ส.เบญจพร กล่าวต่อว่า เหตุผลที่ประชาชนต้องต่อสู้เพราะเห็นความน่าสงสัยหลายอย่าง และประชาชนไม่มั่นใจในความโปร่งใส ขณะที่เจ้าหน้าที่กกต.ที่ทำหน้าที่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ตนรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมาย แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนานำเอกสารเลือกตั้งออกมาพื้นที่ แต่ที่ต้องเข้าไปต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้นมีความน่าสงสัย ซึ่งแทนที่ กกต. จะชี้แจงตรงไปตรงมา กับใช้กฎหมายเล่นงาน ซึ่งคิดว่าเป็นการฟ้องปิดปากจากนี้ประชาชนต้องดำเนินการต่อไป

"การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ" ตามรัฐธรรมนูญคือการออกแบบ "วิธีการ" ที่ไม่ให้ใครหน้าไหนก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ประชาชนเลือกอะไร ไม่ใช่เอา "โทษ" มาขู่ไม่ให้คนอยากล่วงรู้

รูปภาพ
  . ในเอกสาร "ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (ที่ มีชัย ฤชุพันธุ์) หน้าที่ 141 อธิบาย เพิ่มเติม ม.85 ว่ากรเลือกตั้ง สส. นั้น "ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ" นั้น . “การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ” มีความหมายว่าในการลงคะแนนของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด พร้อมทั้งยกแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 9/2549 มาเป็นแนว จะเห็นได้ว่าคำว่า "ลับ" คือ "วิธีการ" ที่จะไม่มีใครทราบหรือตรวจสอบได้เลยว่าบุคคลนั้น ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง . การที่วานนี้ (15 ก.พ.) กกต.ออกใบแถลงข่าวอธิบายการป้องกันให้การออกเสียงเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับนั้น เนื่องจากมีโทษอาญาสำหรับผู้ที่เปิดเผยข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ โดยยก "ม.146 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยกาารเลือกตั้ง สส. ว่า กปน. เปิดเผยให้แก่ผู้ใดทราบว่าา...

เมื่อความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งสั่นคลอน เสี่ยงพังการเมืองทั้งระบบ

(ทีมงาน) . ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สังคมไทยได้เผชิญข้อถกเถียงครั้งใหญ่เกี่ยวกับการพิมพ์บาร์โค้ด (Barcode) บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงว่าเป็นมาตรการเพื่อการบริหารจัดการและป้องกันการปลอมแปลง อย่างไรก็ตามข้อสังเกตจากหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าหากรหัสดังกล่าวมีลักษณะเป็นรหัสเฉพาะของบัตรเลือกตั้งและอาจเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลต้นขั้วได้จริง หรือแม้เพียงทำให้ประชาชนเชื่อว่าสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ก็ย่อมกระทบต่อหลักการพื้นฐานที่สุดของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย นั่นคือ “การลงคะแนนโดยลับ” ซึ่งเป็นหลักประกันเสรีภาพทางการเมืองของประชาชนแต่ละคน . ในวันนี้ประชาชนจำนวนมากเชื่อว่าการลงคะแนนของตนอาจถูกติดตามได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงหรือเพียงความเข้าใจเช่นนั้น ความเชื่อดังกล่าวย่อมส่งผลโดยตรงต่อความกล้าในการใช้สิทธิ โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่ในองค์กรที่มีลำดับชั้นการบังคับบัญชาชัดเจน เช่น หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่ เพราะทันทีที่ความลับของการลงคะแนนถูกตั้งคำถาม เสรีภาพของการเลือกตั้งก็เริ่มถูกตั้งคำถามตามไปด้วย . เมื่อพิจารณาในเชิงประวัติศาสตร์ เ...

#นับใหม่ทั้งประเทศ ไม่พอ กกต. ต้องรับผิดชอบด้วย

รูปภาพ
เก็บตกกิจกรรม "ประชามติจำลอง" เมื่อวานนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2569) ฟังเสียงสะท้อนตัวแทนผู้จัดกิจกรรม ระบุว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ก่อนมีการยื่นเรื่องต่อ กกต. แต่กลับพบเหตุการณ์น่าสงสัยหลายประการ เช่น ประเด็นบาร์โค้ด ทำให้มองว่าการนับคะแนนใหม่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอและอาจไม่สุจริตเที่ยงธรรม เป้าหมายของการเคลื่อนไหวจึงไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นการเลือกตั้งโมฆะหรือนับคะแนนใหม่ ปลายทางต้องนำไปสู่ความรับผิดชอบของ กกต. ซึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 การถอดถอนทำได้ยาก จึงต้องออกมาแสดงพลังเพื่อสะท้อนความไม่พอใจของประชาชน . ผู้จัดกิจกรรมยังวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของ กกต. ทั้งการแถลงครั้งแรกของประธาน กกต. ที่ถูกมองว่าเป็นการ “เปิดประตูนรก” และกรณีเลขาธิการ กกต. โพสต์ข้อความในลักษณะที่ถูกตีความว่าไม่เป็นมิตรต่อประชาชน นอกจากนี้ยังชี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่สามภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งควรมีบทเรียนจากปี 2562 และ 2566 แต่กลับมีข่าวฉาวและเหตุการณ์ผิดปกติจำนวนมากตั้งแต่คืนวันเลือกตั้ง ทำให้ความเชื่อมั่นต่อ กกต. ลดลงอย่างมากจนแทบไม่เหลืออยู่เลย

ประกันสังคม บอก กำลังประมวลผลข้อมูลจากการรับฟังความเห็นมีผู้มาแสดงความเห็น 7 แสนราย พร้อมระบุว่าจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่าง "โปร่งใส่และเป็นธรรม"

รูปภาพ
#ประกันสังคม บอก กำลังประมวลผลข้อมูลจากการรับฟังความเห็นมีผู้มาแสดงความเห็น 7 แสนราย พร้อมระบุว่าจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่าง "โปร่งใส่และเป็นธรรม" อนึ่งข้อสังเกตสำคัญคือ 3 วันสุดท้ายของการรับฟังความเห็นนี่พุ่ง 4 แสนเลย ขณะที่ช่วง 29 วันที่ผ่านมาทั้งนักการเมือง นักเคลื่อนไหว สื่อมวลชนนำเสนอข่าวต่อเนื่องมีคนไปแสดงความเห็น 2.5 แสน ยังไม่ถึงครึ่งของ 3 วันสุดท้ายเลย

ชลิต รัษฐปานะ เปิดเผยหลังร่วมกิจกรรม "ประชามติจำลอง"

รูปภาพ
  ชลิต รัษฐปานะ ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า เปิดเผยหลังร่วมกิจกรรม "ประชามติจำลอง" เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่าเห็นชอบให้ถอดถอน กกต. ชุดนี้ เพราะปฏิบัติหน้าที่ได้แย่มาก มีปัญหาทั้งเรื่องบาร์โค้ดและบัตรเสีย เขาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปี 66 ที่มีการประท้วงเรื่องการนับคะแนนล่าช้า และมองว่าปัญหาเดิมๆ ยังคงวนเวียนอยู่ ทำให้รู้สึกว่าอำนาจของประชาชนมีน้อย แต่ก็ยังต้องออกมาแสดงเจตจำนง . #นับใหม่ทั้งประเทศ

คุยกัน 3 วันก่อนปิดประชาพิจารณ์แก้ระเบียบเลือกตั้งบอร์ด #ประกันสังคม : Live

รูปภาพ
วันนี้ (12 ก.พ.69) เวลา 17.00 น คุยกับ ชลิต รัษฐปานะ ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า กับประเด็น 2 วันสุดท้ายก่อนปิดการทำประชาพิจารณ์ ร่างระเบียบเลือกตั้งประกันสังคมฉบับใหม่ [เปลี่ยนจากผู้ประกันตน 1 คน มีสิทธิเลือกบอร์ดได้ 7 คน เหลือผู้ประกันตน 1 คน เลือกได้ 1 คน] ทำความเข้าใจประเด็นปัญหารูปแบบการแก้นี้ การเข้มงวดในคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ความเป็นกลางทางการเมือง ประสบการณ์ด้านแรงงาน ด้านการประกันสังคม เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงาม เป็นต้น จนถึงมองไปข้างหน้าผลกระทบหากมีการแก้ไขระเบียบนี้จริงๆ

ทันข่าววุฒิสภา "อนาคตรัฐธรรมนูญใหม่ ภายใต้เงารัฐบาลใหม่" คุยกับ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย

รูปภาพ
วันก่อนผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์กับรายการ "ทันข่าววุฒิสภา" หลังประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่าน และได้เห็นหน้าตารัฐสภาใหม่คร่าวๆ หลังเลือกตั้งแล้ว ซึ่งรัฐสภาจะเป็นกลไกสำคัญในการออกแบบวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ภายใต้สถานการณ์ที่สมดุลอำนาจในสภาเอื้อฝ่ายรัฐบาลขณะนี้ และ สว. เสียงข้างมาก คุมเกมเบ็ดเสร็จ เท่ากับว่าโอกาสที่เราจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ยังอยู่ในกรอบ "อนุรักษ์นิยม" โดยที่ที่ไม่แก้ปัญหาโครงสร้างมีสูงมาก . มีประเด็นดังนี้ . 1. จับตา "ภูมิใจไทย + สว." คุมเกมแก้กติกา แม้ประชาชนจะมอบ "ใบอนุญาต" ให้ทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว แต่กลไกสำคัญคือรัฐสภา โดยปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยครองเสียงข้างมากในสภาล่าง (ราว 200 เสียง) เมื่อรวมกับ สว. เสียงส่วนใหญ่ที่อาจมีอุดมการณ์แนวคิดไปในทางเดียวกัน อีกราว 160 เสียง ทำให้มีเสียงรวมกันแตะ 350-360 เสียง ซึ่งเกินครึ่งของรัฐสภา ทำให้ขั้วอำนาจนี้สามารถกำหนดทิศทางและกติกาการร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งหมด . 2. สูตร "20 หยิบ 1" ทำองค์ประกอบของผู้ร่างฯขาดความหลากหลาย ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ สูตรการได้มาซึ่งคณะกรรมาธิการยก...

เคลียร์ชัด ๆ หลังประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ "ผ่าน" กระบวนการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ?

รูปภาพ
ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ยังมีเงื่อนไขที่ค้างอยู่ในรัฐสภา โดยเฉพาะข้อกำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญต้องผ่านเสียงเห็นชอบของสมาชิกวุฒิสภาอย่างน้อย 1 ใน 3 ก่อนจะนำไปทำประชามติ แม้ตัวเลข 1 ใน 3 จะดูเหมือนเป็นเสียงข้างน้อย แต่ในทางปฏิบัติ สว. ส่วนใหญ่มีท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน จึงอาจกลายเป็นอำนาจยับยั้งที่มีนัยสำคัญ และอาจส่งผลต่อเนื้อหาของรัฐธรรมนูญตั้งแต่ขั้นตอนการยกร่าง นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อวิธีการได้มาซึ่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เช่น สูตร “20 หยิบ 1” ซึ่งอาจทำให้คณะผู้ร่างมีแนวโน้มเอนเอียงไปตามดุลอำนาจในรัฐสภา และลดความยึดโยงกับประชาชน . กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญควรเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด อย่างน้อยควรให้ประชาชนมีบทบาทในการคัดเลือกผู้ร่าง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพื่อให้กระบวนการได้รับความยอมรับจากสังคมในวงกว้าง เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าร่างจะออกมาในรูปแบบใดก็ต้องผ่านประชามติอยู่ดี หากกระบวนการถูกมองว่าไม่เป็นของทุกฝ่าย โอกาสที่ประชาชนจะไม่ยอมรับก็มีสูง ทั้งที่คนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการร่างใหม่ทั้งฉบับต่างก็ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญปั...

ดัชนีคอร์รัปชั่นตกต่ำสุดในรอบ 19 ปี เมื่อ "ปราบโกง" เป็นเพียงคำโฆษณาและปราบเฉพาะฝ่ายตรงข้าม

การประกาศผลดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 เมื่อวานนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2568) ได้ระบุว่าไทยอยู่ในอันดับที่ 116 ของโลก ด้วยคะแนน 33 จาก 100 คะแนน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มที่น่ากังวลเกี่ยวกับระดับความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารและการบังคับใช้กฎหมายของประเทศในสายตานานาชาติ .นอกจากเราจะได้เห็นคะแนนที่ต่ำกว่าเดิมในรอบ 19 ปี แต่ผลในครั้งนี้ยังสะท้อนว่าไทยได้พ่ายแพ้ให้กับเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างหมดรูป ไม่เพียงแค่สิงคโปร์หรือมาเลเซียที่นำหน้าเราไปนานแล้ว แต่ในวันนี้ ไทยถูกแซงหน้าโดยเวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่เพื่อนบ้านกำลังเร่งกวาดบ้านและสร้างความเชื่อมั่นเพื่อดึงดูดการลงทุน ไทยกลับกำลังถอยหลังลงคลองในมิติของความโปร่งใส. ตัวเลขนี้ยิ่งห่างไกลจากเป้าจากแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะ ในแผนแม่บทประเด็นที่ 21 เรื่องการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ตั้งเป้า CPI อันดับ 1 ใน 54 และ/หรือได้คะแนนไม่ต่ำ กว่า 50 คะแนน และภาวะวิกฤตจากเป้าหมายนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด เกิดมาตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมาหลังรัฐธรรมนูญ 60 และแผนเริ่มดำเนินการ ย...

รัฐธรรมนูญปราบโกง? ขณะที่ CPI ยังตกต่อเนื่อง อย่างไรต่อหลัง #ประชามติ ผ่าน : Live

รูปภาพ
คุยกันเรื่อง 1. ดัชนีรับรู้การทุจริต หรือ CPI ประจำปี 68 ของไทยตกลงมาได้เพียง 33 คะแนน เป็นอันดับที่ 116 ของ 180 ประเทศทั่วโลก 2. หลังประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ "ผ่าน" กระบวนการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ ?

จับตาก้าวต่อไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หวั่นกรรมการยกร่างถูกกังขาว่าเป็น 'สีน้ำเงิน'

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2569) ผมได้แถลงต่อสื่อมวลชนร่วมกับกลุ่ม 'สว.พันธุ์ใหม่' ภายหลังประชาชนลงคะแนนเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ และแสดงความเห็นต่อกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ยังค้างอยู่ในการพิจารณาวาระสองของรัฐสภา . ผมกล่าวว่าในกระบวนการดังกล่าวยังมีหลายประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งและเห็นต่าง โดยเฉพาะกระบวนการออกแบบที่มาของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งสูตร “20 หยิบ 1” ที่ให้รัฐสภาจัดกลุ่มตัวแทนเพื่อเลือกผู้ร่างจำนวน 35 คนนั้นอาจก่อให้เกิดความไม่สมดุลของอำนาจได้ จากการประเมินตัวเลขผลการเลือกตั้ง สส. พรรคการเมืองขนาดใหญ่อย่างภูมิใจไทยอาจมีตัวแทนจำนวนมาก ขณะที่ สว. เสียงข้างมากประมาณ 160 คนอาจได้สัดส่วนถึง 8 ที่นั่ง ส่งผลให้เสียงรวมของ สว. และพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลหรือสามารถโน้มน้าว สว. ได้ อาจมีประมาณ 18 จาก 35 เสียง ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากแล้ว ผมจึงกังวลว่าสูตรดังกล่าวอาจทำให้ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่เป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายเดียวกันจนอาจถูกตั้งข้อกังขาว่าเป็น "สีน้ำเงิน” ได้ . ผมเสนอว่ากระบวนการสรรหาผู้จัดทำรัฐธรรมนูญ...

จุดวัดใจรัฐสภาและรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ร่วมจับตากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ “สูตร 20 หยิบ 1” กับเงื่อนไขของ สว.

ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นอีกช่วงเวลาสำคัญของการเมืองไทย ผลการเลือกตั้งปรากฎว่าพรรคภูมิใจไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะเดียวกันผลประชามติก็สะท้อนเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องเดินหน้าบริหารประเทศไปพร้อมกับกระบวนการจัดทำกติกาสูงสุดของประเทศภายใต้ความคาดหวังของสังคมที่กำลังจับตามองกระบวนการนี้อย่างใกล้ชิด . แม้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เรียกรวม ๆ ว่าเป็นสายอนุรักษ์นิยมจะได้รับความไว้วางใจให้จัดตั้งรัฐบาล แต่ผลประชามติได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าประชาชนจำนวนมากต้องการเห็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมือง ดังนั้นภารกิจสำคัญของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีหรือบริหารประเทศระยะสั้น แต่ยังรวมถึงการทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างโปร่งใสและได้รับความเชื่อถือจากสังคม . ประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือรูปแบบการได้มาซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องระบบโควตา “20 หยิบ 1” ซึ่งเปิดให้ประชาชนสมัครผ่าน กกต. และให้สมาชิกรัฐสภา ซึ่งหมายถึง สส. และ สว. ใช้เสียงร่ว...

อะไร ยังไงต่อ หลัง #8กุมภากาเห็นชอบ ผ่านคำถามแรกแล้ว : Live

ประเด็นที่พูดคุย 1. ผลการลงประชามติ (ผ่านความเห็นชอบ) นาทีที่ 04:33 ผลการลงประชามติคำถามแรก (เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) ผ่านด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบประมาณ 60% หรือเกือบ 20 ล้านเสียง ซึ่งมากกว่าเสียงที่รับรองรัฐธรรมนูญปี 60 (ประมาณ 16.7 ล้านเสียง) ถือเป็นความชอบธรรมที่ต้องเดินหน้าต่อ 2. ความกังวลเรื่อง "ด่าน สว." และเสียงในสภา นาที่ที่ 37:38 เงื่อนไขเสียง สว. 1 ใน 3: มีความกังวลเรื่องเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องอาศัยเสียง สว. 1 ใน 3 (ประมาณ 67 เสียง) ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม สว. เสียงข้างมาก (หรือกลุ่มสีน้ำเงิน) มีจำนวนประมาณ 140-160 คน ทำให้กลุ่มนี้กุมอำนาจการตัดสินใจไว้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เสียงข้างน้อยที่คอยถ่วงดุล นาทีที่ 25:03 ดุลอำนาจเปลี่ยน: องค์ประกอบสภาเปลี่ยนไป โดยพรรคภูมิใจไทยมี สส. เพิ่มขึ้นเกือบ 200 เสียง เมื่อรวมกับ สว. สายสีน้ำเงิน ทำให้ขั้วนี้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ส่งผลต่อทิศทางการโหวตกฎหมายและการตั้งกรรมาธิการต่างๆ 3. ปัญหาของสูตรเลือกคนร่างรัฐธรรมนูญ (สูตร 20 หยิบ 1) นาทีที่ 23:49 สูตรการคัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างฯ แบบ "20 คนหยิบ 1 คน" เมื่อคำ...

สรุปจบ! ตอบทุกคำถาม ก่อนเข้าคูหา ทำไมต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

รูปภาพ
 

ทันข่าววุฒิสภา “บรรยากาศการรณรงค์ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560” คุยกับ .สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย

รูปภาพ
เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์กับทาง รายการ "ทันข่าววุฒิสภา" ถึงบรรยากาศและประเด็นร้อนในการรณรงค์ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประเด็นแรก บรรยากาศเงียบเหงา ถูกกระแสเลือกตั้งกลบ   บรรยากาศการรณรงค์ประชามติไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากถูกจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป ทำให้พรรคการเมืองส่วนใหญ่ทุ่มสรรพกำลังไปที่การหาเสียงเลือกตั้ง สส. มากกว่าประเด็นรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนยังคงเดินหน้ารณรงค์อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านก็มีการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียและการแจกใบปลิวในพื้นที่ต่างจังหวัด โต้ข้อครหา "ตีเช็คเปล่า" และ "แตะหมวด 1-2" ประเด็นร้อนที่มีความกังวลว่าการรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นการ "ตีเช็คเปล่า" หรือกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันฯ ชี้แจงชัดเจนว่า: ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า: กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญมี "ล็อก" หลายชั้น ทั้งต้องผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา, การตรวจสอบจากศาลรัฐธรรมนูญ และยังต้องกลับมาทำประชามติถามประชาชนอีกครั้งเมื่อร่างเสร็จ ไม่แตะหมวด 1 และ 2: ...

จดหมายถึงสหายแรงงาน: จะเลือก “ความเป็นธรรม” หรือแค่ “เหมาะสมแก่การดำรงชีพ” อยู่ที่ปลายปากกาคุณ

หากผู้นำหรือเพื่อนแรงงานบางส่วนเห็นว่า การกำหนดมาตรฐานเพียงให้ “เหมาะสมแก่การดำรงชีพ” ตามรัฐธรรมนูญ 2560 นั้นเพียงพอ และไม่จำเป็นต้องยึดหลัก “ความเป็นธรรม” ก็อาจมองว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่คำถามสำคัญคือมาตรฐานที่ต่างกันเพียงไม่กี่คำในรัฐธรรมนูญนั้น แท้จริงแล้วส่งผลต่อชีวิตของแรงงานมากเพียงใด . เมื่อพิจารณาพัฒนาการของรัฐธรรมนูญไทย จะเห็นได้ว่าประเด็นค่าตอบแทนและสิทธิสวัสดิการของแรงงานถูกบัญญัติไว้ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมาโดยตลอด ในรัฐธรรมนูญปี 2540 มาตรา 86 ใช้คำว่า “ให้เป็นธรรม” ซึ่งสะท้อนหลักคิดว่าความสัมพันธ์ทางแรงงานควรตั้งอยู่บนฐานของความเป็นธรรมระหว่างคู่สัญญา ต่อมาในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 84 (7) ได้ขยายความหมายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยระบุว่า “เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ” แสดงให้เห็นถึงความพยายามยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุมมากขึ้น . อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 74 ได้เปลี่ยนถ้อยคำสำคัญมาใช้คำว่า “เหมาะสมแก่การดำรงชีพ” ซึ่งดูเหมือนเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนถ้อยคำเล็กน้อย แต่ในทางกฎหมายและนโยบายสาธารณะแล้ว คำเหล่านี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งเพราะรัฐธรรมนูญเ...

#8กุมภากาเห็นชอบ กับสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย

รูปภาพ
อีกเพียง 2 วันจะถึงวันลงประชามติเพื่อเปิดทางให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชวนฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนที่วาดหวังถึงกติกาใหม่ที่ดีกว่านี้ เพราะรัฐธรรมนูญใหม่สำคัญกับเรากว่าที่คิด ตั้งแต่สิทธิเสรีภาพ สิทธิทางการเมือง จนถึงสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย

เก็บตกเดินขบวนรณรงค์ #8กุมภากาเห็นชอบ ฟังมุมมองด้านสิทธิแรงงาน-สิทธิมนุษยชน

รูปภาพ
เก็บตกเดินขบวนรณรงค์ #8กุมภากาเห็นชอบ เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ย้อนฟังมุมมองด้านสิทธิแรงงาน-สิทธิมนุษยชน ถึงเหตุผลที่เราต้องมี #รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่

เดิมพันประชามติ 8 กุมภาพันธ์: ถ้าผลออกมาเป็น “ไม่เห็นชอบ” นั่นคือการปิดประตูตายการแก้รัฐธรรมนูญทันที

รูปภาพ
เดิมพันประชามติ 8 กุมภาพันธ์: ถ้าผลออกมาเป็น “ไม่เห็นชอบ” นั่นคือการปิดประตูตายการแก้รัฐธรรมนูญทันที ต่อให้ ส.ส. ที่ประชาชนเลือกมาทั้ง 500 คนพร้อมใจกันยกมือแก้ไข ก็ยังติดล็อกเสียง สว. 1 ใน 3 ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน เสียงของคุณในวันประชามติ จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือกุญแจว่าจะเปิดหรือปิดอนาคตทางการเมืองของประเทศ

8 กุมภา ต้องกาเห็นชอบ พอกันทีอนาคตที่เลือกไม่ไ

รู้สึกหรือไม่ว่ามีใครบางคนที่พยายามยึดเอาอนาคตของเราไป ด้วยกติกาและกลไกที่ทำให้เสียงของประชาชนค่อย ๆ ถูกตัดขาดจากผลลัพธ์ที่ควรจะเกิดขึ้นในวันที่มีการเลือกตั้ง ช่วงเวลาไม่กี่นาทีในคูหาเลือกตั้งคือโมงยามที่อำนาจกลับมาอยู่ในมือของประชาชนอย่างแท้จริง เสียงของแม่ค้า เสียงของพนักงานออฟฟิศ มีค่าเท่าเทียมกับมหาเศรษฐี หรือผู้มีบารมีคับฟ้าคนไหน ๆ ปากกาในมือเราตอนนั้นคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง . แต่ทว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่วันเลือกตั้ง เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิของตนเองแล้ว กลับมีกลไกบางอย่างคอยบิดงอผลลัพธ์ คอยตัดสะพานเชื่อมระหว่าง “สิ่งที่เราเลือก” กับ “สิ่งที่จะเป็น” ทำให้เสียงของประชาชนไม่อาจแปรเปลี่ยนเป็นรัฐบาล นโยบาย หรือทิศทางประเทศได้อย่างตรงไปตรงมา อำนาจที่ควรจะไหลต่อจากประชาชนกลับถูกดึงกลับไปอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่กลุ่ม . เหตุการณ์หลังการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ในวันนั้นผลการเลือกตั้งสะท้อนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ต้องการเห็นประเทศเดินไปในทิศทางใด ต้องการสภาแบบไหน และต้องการรัฐบาลเช่นไร แต่สุดท้...

ชำแหละปัญหารัฐธรรมนูญ 2560: เมื่อที่มา สว. ไม่ยึดโยงประชาชน

ปัญหาของ สว. ชุดปัจจุบันเริ่มตั้งแต่โครงสร้างรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ออกแบบให้ สว. เลือกกันเอง ผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน ตรวจสอบยาก จนไม่อาจสะท้อนความหลากหลายของกลุ่มอาชีพได้อย่างแท้จริง ที่สำคัญคือ ประชาชนส่วนใหญ่แทบไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดที่มาของ สว. ตั้งแต่ต้น ทำให้คำถามเรื่องความชอบธรรมและการยึดโยงกับเจตจำนงของประชาชนยังคงค้างคา และกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบอบการเมืองไทยจนถึงวันนี้