บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ Bright Future

เครือข่ายแรงงานข้ามชาติร้อง กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ สว. ยกเลิกสมุด CI ห่วงกระทบสิทธิมนุษยชน-เพิ่มภาระผู้ประกอบการ

รูปภาพ
วันนี้ (24 กรกฎาคม 2569) กลุ่ม Bright Future ซึ่งเป็นตัวแทนเครือข่ายแรงงานข้ามชาติ นำโดยวีระ แสงทอง ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ณ อาคารรัฐสภา โดยมีเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกรัฐสภาและโฆษกกรรมาธิการ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ . เนื้อหาในหนังสือร้องเรียนระบุถึงข้อเรียกร้องสำคัญในการขอให้ภาครัฐไทยพิจารณาทบทวนและยกเลิกการบังคับทำสมุดประจำตัว หรือ สมุด CI (Certificate of Identity) สำหรับแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา แล้วปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบการขึ้นทะเบียนกับทางการไทยเพียงฝ่ายเดียว หรือการออกบัตรชมพูแทน . ทั้งนี้ ทางกลุ่มยืนยันว่าแรงงานทุกคนพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบกฎหมายไทยอย่างถูกต้องและยินดีชำระค่าธรรมเนียมให้แก่รัฐบาลไทยโดยตรง แต่มีความกังวลอย่างยิ่งว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดทำสมุด CI กับทางการเมียนมาจะกลายเป็นการสนับสนุนรายได้และสร้างทรัพยากรให้แก่รัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งกระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปราบปรามประชาชน และก่ออาชญากรรมสงครามมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ...

'กมธ.แรงงาน วุฒิสภา' รับหนังสือ 'Bright Future' ขอให้มีการพิจารมาตรการรับรองตัวตน 'แรงงานเมียนมา' โดยไม่ต้องใช้เอกสาร CI เรียกร้อง ใช้บัตรชมพู ของรัฐบาลไทยฝ่ายเดียวพอ

รูปภาพ
วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา กลุ่ม Bright Future เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เพื่อขอให้มีการพิจารมาตรการรับรองตัวตนแรงงานเมียนมาโดยไม่ต้องใช้เอกสาร CI ซึ่งมีนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เป็นตัวแทนรับ . โดยตัวแทน กลุ่ม Bright Future ระบุว่า บัตรสีชมพู หรือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เป็นบัตรประจำตัวของแรงงานข้ามชาติที่มีนายจ้าง รวมถึงคนที่ไม่มีสัญชาติไทย เพื่อให้ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ในขณะที่ เล่มเขียว หรือ หนังสือรับรองสถานะบุคคล ที่เรียกสั้น ๆ ว่า CI ก็เป็นเอกสารอีกประเภทหนึ่งซึ่งต้องขอจากทางการเมียนมา เพื่อการเดินทางไป-กลับระหว่างเมียนมาและไทย . ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ประชาชนชาวเมียนมาได้ร่วมกันต่อต้านรัฐประหารทั้งด้วยสันติวิธี ด้วยการประท้วงนัดหยุดงานทั่วประเทศ และการต่อต้านด้วยอาวุธ หลังกองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจ ทำการจับกุมนักโทษการเมืองหลายหมื่นคน ใช้อาวุธปืนรวมไปถึงการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบ ซึ่งเข่นฆ่าประชาชนจำนวนหลายพันคน และส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยสงครามอีกนับไม่ถ้วน . ด้วยสภาวะสงครามในเมียนมา รวม...