'รุทธพล' แจงความ (ไม่) คืบหน้าคดี 'เสื้อแดง' - เผยตั้งแต่มาเป็น รมว. ยุติธรรม ยังไม่มีใครมาทวงความยุติธรรม แม้แต่พรรคร่วมรัฐบาล
วันนี้ (11 พฤษภาคม 2569) ในการประชุมวุฒิสภา ผมได้ตั้งกระทู้ถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในหัวข้อ "กระทู้ถาม เรื่อง สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม พ.ศ. 2553 และแนวทางเร่งรัดการดำเนินคดีหรือดำเนินการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้คดี หมดอายุความ โดยที่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับความเป็นธรรม" โดยมี พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มาตอบกระทู้ด้วยตนเอง
.
ผมชี้ว่าคดีนี้ผ่านมาแล้วถึง 16 ปีและกำลังจะขาดอายุความ 20 ปี ในอีก 4 ปีข้างหน้า มีผู้เสียชีวิตถึง 94 รายซึ่งในกระบวนการไต่สวนการตายก่อนการรัฐประหารปี 2557 ศาลได้มีคำสั่งออกมาแล้ว 33 ราย โดยพบว่ามีถึง 18 รายที่ศาลระบุชัดเจนว่าวิถีกระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่
.
พร้อมทั้งยกตัวอย่างรายละเอียดของผู้ที่ถูกยิงในเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อชี้ให้เห็นว่าผู้สูญเสียมีทั้งอาสาสมัคร สื่อมวลชน เยาวชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่เพียงกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น ได้แก่ กลุ่ม 6 ศพวัดปทุมวนาราม ซึ่งศาลมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 ว่าเสียชีวิตจากกระสุนปืน 5.56 มม. ของเจ้าหน้าที่ทหาร ประกอบด้วย นายมงคล เข็มทอง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น.ส.กมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสา และนายอัครเดช ขันแก้ว อาสาสมัครมนุษยธรรม นอกจากนี้ยังมี นายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณแยกราชดำริ ซึ่งศาลวินิจฉัยว่ากระสุนมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ เยาวชนอายุ 12 ปี และนายพัน คำกอง ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณถนนราชปรารภ รวมถึงนายสมร ไหมจันทร์ คนขับรถตู้ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสแต่รอดชีวิตมาได้ ตลอดจนแม้แต่ทหารด้วยกันเองอย่างพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ สังกัด ร.9 พัน 2 ที่ถูกกระสุนความเร็วสูงยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยผมได้ทวงถามสถานะของคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้ง 13 คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
.
ขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมเองก็มีวิสัยทัศน์ในการ “อำนวยความยุติธรรม” หรือการ "ยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม" ตาม 1 ในหลักการ 3 ประการในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่นายกฯ นำ ครม. แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันคดีเหล่านี้ก็ยังไม่คืบหน้า
.
จากนั้นผมจึงตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 2 ประการ ประกอบด้วย 1) สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 13 คดีดังกล่าวในปัจจุบันเป็นอย่างไร อยู่ในชั้นและขั้นตอนใดของการพิจารณาคดีทางศาล หรือกระบวนการยุติธรรม คำพิพากษาเป็นเช่นใด คดีถึงที่สุดแล้วหรือไม่ อย่างไร และ 2) นอกจากแนวทางการแก้ไขกฎหมายเรื่องอายุความแล้ว กระทรวงยุติธรรมจะมีนโยบาย แนวทางหรือวิธีการจัดการอื่นใดในการเร่งรัดการดำเนินคดีหรือดำเนินการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมฯ นี้ ขาดอายุความเฉกเช่นเดียวกับคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุมกรณีตากใบ
.
ด้าน พล.ต.ท. รุทธพลลุกขึ้นชี้แจงว่า คดีที่สืบเนื่องจากการสลายการชุมนุมมีทั้งหมด 383 คดี แบ่งเป็นคดีก่อการร้าย 156 คดี คดีข่มขู่บังคับรัฐบาล 25 คดี คดีทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 181 คดี และคดีกระทำต่อยุทธภัณฑ์ของทางราชการ 21 คดี สำหรับคดีในกลุ่มทำร้ายประชาชนที่ DSI มีความเห็นควรสั่งฟ้องจำนวน 13 คดีนั้น ปัจจุบันแบ่งเป็น 5 สถานะหลัก ได้แก่ 1. คดีทำร้ายร่างกาย 2 คดี ขาดอายุความแล้วเนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี 2. คดีฆ่าและพยายามฆ่า 6 คดี ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ 3. คดีเอาผิดอดีตนายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ ศาลฎีกายกฟ้องเพราะเป็นอำนาจ ป.ป.ช. ปัจจุบันอัยการให้งดการสอบสวน 4. คดีกล่าวหาทหารกรณีวัดปทุมวนาราม อัยการทหารมีคำสั่งไม่ฟ้อง และ 5. คดีพยายามฆ่ากรณียิง M79 ใส่ สน. ลุมพินี อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง 1 คดี
.
ทั้งนี้ ในส่วนของนโยบายการเร่งรัดคดีนั้น พล.ต.ท. รุทธพล ยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญ โดย DSI ได้จัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553" ขึ้นเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจเพื่อรับผิดชอบและเร่งรัดคดีเหล่านี้โดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ในส่วนของนโยบายการเร่งรัดคดีนั้น พล.ต.ท. รุทธพล ยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญ โดย DSI ได้จัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการกลางเพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553" ขึ้นเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจเพื่อรับผิดชอบและเร่งรัดคดีเหล่านี้โดยเฉพาะ
.
.
หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมชี้แจงเสร็จผมตั้งคำถามเพิ่มเติมถึงความย้อนแย้งในคดีกลุ่ม 6 ศพวัดปทุมวนารามที่การไต่สวนการเสียชีวิตศาลพลเรือนชี้ชัดว่ากระสุนมาจากทหารพร้อมระบุหน่วยที่ชัดเจน แต่เมื่อ DSI ฟ้องต่อศาลทหารกลับปรากฎว่าอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง โดยยกเหตุไม่มีพยานหลักฐานพอรับฟังได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น
จึงเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ DSI รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อทำสำนวนส่งฟ้องใหม่หรือในคดีอื่น ๆ
.
นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่าพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและเคยชูนโยบายคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงได้เข้ามาหารือเพื่อผลักดันเรื่องนี้บ้างหรือไม่ ซึ่ง พล.ต.ท. รุทธพลได้ตอบข้อซักถามในประเด็นนี้ว่าตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งยังไม่มีกลุ่มใดเข้ามาเรียกร้องเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ขณะที่ในแง่การเยียวยา กระทรวงยุติธรรมได้จ่ายเงินชดเชยให้ผู้บาดเจ็บไปแล้ว 19 ราย เป็นเงิน 469,202 บาท รวมถึงให้ความช่วยเหลือเรื่องการประกันตัว ส่วนประเด็นเรื่องพยานหลักฐานนั้นยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันทำงานและรวบรวมหลักฐานอย่างเต็มที่ที่สุดแล้วภายใต้กรอบของกฎหมาย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น