บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

รมว.แรงงานป้ายแดงต้องเร่งจัดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใต้ "ระเบียบเดิม" ตามมติมหาชน 95%

รูปภาพ
วันนี้ (7เมษายน 2569) ในการประชุมวุฒิสภาวาระปรึกษาหารือ ผมได้นำเสนอข้อหารือผ่านประธานวุฒิสภา ไปยังจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ เรียกร้องให้เร่งดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดใหม่โดยเร็วที่สุด พร้อมย้ำจุดยืนสำคัญว่า "ต้องใช้ระเบียบการเลือกตั้งเดิม" เพื่อให้สอดคล้องกับเสียงสะท้อนของประชาชนและเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง . ผมชี้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤตพลังงาน ซึ่งทุกฝ่ายคาดการณ์ตรงกันว่าจะนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจในไม่ช้า กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่อาจต้องเผชิญกับภาวะตกงานหรือการถูกเลิกจ้าง . กลไกสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในการบรรเทาความเดือดร้อนและวางมาตรการรับมือคือ "บอร์ดประกันสังคม" แต่ปัจจุบัน บอร์ดชุดดังกล่าวได้หมดวาระลงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้สถานะในปัจจุบันเป็นเพียงบอร์ดรักษาการเท่านั้น ซึ่งอาจขาดความคล่องตัวในการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต . นอกจากนี้ผมได้ย้อนเหตุการณ์ไปถึงช่วงปลายปี 2566 ซึ่งเป...

กางแผนที่นำทาง "จุลพันธ์": วาระแห่งการเปลี่ยนผ่าน พัฒนาสวัสดิการและสร้างอำนาจต่อรองของแรงงาน

การก้าวขึ้นมารับไม้ต่อในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ในปี 2569 นับเป็นการเข้ามารับตำแหน่งท่ามกลางระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจและสังคมที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน บนบริบทโลกที่ผันผวนอย่างหนัก โจทย์ใหญ่ที่รอการสะสางบนโต๊ะทำงานครั้งนี้คือการกอบกู้ศักดิ์ศรีและสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ใช้แรงงานทั้งระบบผ่านสารพัดวาระเร่งด่วนอันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ . ภารกิจแรกที่ถือเป็นรากฐานสำคัญคือการฝ่าวิกฤตค่าแรงขั้นต่ำ แม้รัฐบาลก่อนหน้าจะเคยปักธงเป้าหมายไว้ที่ 600 บาทภายในปี 2570 แต่ในความเป็นจริงค่าจ้างยังคงติดหล่มอยู่ที่ 337 - 400 บาท ซ้ำร้ายการปรับขึ้น 400 บาทยังกระจุกตัวอยู่แค่ในกรุงเทพมหานครและบางภาคส่วนของธุรกิจท่องเที่ยว สิ่งที่รัฐมนตรีต้องเร่งลงมือคือการแก้ปัญหา "บอร์ดค่าจ้างล่ม" จากองค์ประกอบกรรมการไตรภาคีที่ไม่สมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการจับมือกระทรวงการคลังเพื่อคลอดมาตรการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจ SMEs อย่างสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 30,000 ล้านบาทเพื่อลดแรงกระเพื่อมจากฝั่งนายจ้าง . ในขณะเดียวกันการยกระดับมาตรฐานแรงงานไทย...