ดันโมเดลถ่ายโอนอำนาจปลดล็อกท้องถิ่น-คืนสิทธิเลือกตั้งให้ประชากรแฝง 9 ล้านคน




วันนี้ (5 พฤษภาคม 2569) ในการประชุมวุฒิสภา ผมได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่อง ขอให้วุฒิสภาพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเสนอโดยณัฐกิตติ์ หนูรอด สมาชิกวุฒิสภา
.
ผมเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากหลักการของระบอบประชาธิปไตยคือการปกครองโดยประชาชน ของประชาชน และเพื่อประชาชน ซึ่งการปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดในการพิสูจน์หลักการนี้ อีกทั้งยังเปรียบเสมือนโรงเรียนการศึกษาทางการเมืองที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพของพลเมืองให้พร้อมก้าวสู่การเมืองระดับชาติต่อไป
.
ผมยังหยิบยกประเด็นเรื่องการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าท้องถิ่นยังคงขาดแคลนงบประมาณ แม้จะมีการตั้งเป้าหมายจัดสรรงบประมาณไปยังท้องถิ่นให้ได้ร้อยละ 35 แต่ในความเป็นจริงงบประมาณปี 2569 รัฐบาลสามารถจัดสรรให้ท้องถิ่นได้เพียงร้อยละ 29.43 เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ยิ่งไปกว่านั้นแม้ท้องถิ่นจะมีความสามารถในการจัดเก็บรายได้เองแต่หลายครั้งกลับถูกรัฐบาลกลางขอร้องให้ออกมาตรการลดการเก็บภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลที่ตามมาคือร้อยละ 89 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหลืองบประมาณสำหรับการลงทุนไม่ถึง 10 ล้านบาท สภาพเช่นนี้ทำให้เกิดการแช่แข็งชนบท ท้องถิ่นไม่สามารถคิดสร้างสรรค์โครงการใหม่ ๆ ได้นอกจากทำสิ่งเดิม ๆ เพราะงบประมาณมีจำกัดเพียงแค่นั้น
.
นอกจากเรื่องการเพิ่มสัดส่วนงบประมาณกลางและช่องทางการจัดเก็บรายได้แล้ว สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการโอนอำนาจการตัดสินใจและการอนุมัติอนุญาตจากราชการส่วนภูมิภาคไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยต้องรื้อกรอบความคิดทางกฎหมายแบบเดิมที่กำหนดให้ท้องถิ่นทำได้เฉพาะเรื่องที่กฎหมายอนุญาต เปลี่ยนไปสู่หลักการใหม่ที่เปิดกว้างให้ท้องถิ่นทำได้ทุกเรื่องในพื้นที่ของตนเองยกเว้นเพียงสิ่งที่กฎหมายห้ามไว้หรือเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลกลางเท่านั้น ซึ่งการจะไปให้ถึงจุดนั้นการรณรงค์ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานครยังไม่เพียงพอ แต่ต้องก้าวไปถึงการถ่ายโอนอำนาจการปกครองส่วนภูมิภาคให้เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โดยให้นายก อบจ. เป็นผู้บริหารสูงสุดของจังหวัด ใช้สภา อบจ. ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติออกข้อบัญญัติท้องถิ่น พร้อมทั้งสถาปนา "สภาพลเมือง" ขึ้นมาควบคู่กัน
.
สำหรับข้อกังวลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้นผมมองว่าการเมืองท้องถิ่นมีคู่แข่งที่อยู่ใกล้ชิดและมีสายตาของประชาชนคอยจับจ้องตลอดเวลา ดังนั้นกลไกสำคัญคือการสร้างสภาพลเมืองเพื่อเสริมพลัง ศักยภาพ และความปลอดภัยให้กับประชาชนในการตรวจสอบ ซึ่งจะทำงานสอดรับกับประชาธิปไตยทางอ้อมผ่านสภา อบจ. สภา อบต. หรือสภาเทศบาล ทำให้การใช้อำนาจเป็นไปอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันรัฐบาลกลางควรลดบทบาทถอยหลังกลับมาเป็นเพียงผู้สนับสนุนและส่งเสริมให้ท้องถิ่นเป็นผู้นำ โดยรัฐบาลกลางควรเหลือภารกิจหลักเพียง 5 ด้าน ได้แก่ การป้องกันประเทศ งานต่างประเทศ ความมั่นคงระดับชาติ ระบบเงินตรา และกระบวนการยุติธรรม ส่วนภารกิจอื่น ๆ ควรปล่อยให้ท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการ นอกจากนี้บุคลากรข้าราชการที่จะต้องถูกโอนย้ายจากส่วนภูมิภาคไปสังกัดส่วนท้องถิ่นจะต้องไม่ได้รับผลกระทบในทางลบ สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้าในสายอาชีพจะต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์เดิมที่เคยได้รับ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนให้อยู่ภายใต้การควบคุมและประเมินผลโดยท้องถิ่นแทน
.
หนึ่งในสิ่งที่คนกรุงเทพมหานครเสียเปรียบคนต่างจังหวัด คือ คนต่างจังหวัดมีสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นถึง 2 ชั้น แต่คนกรุงเทพฯ ในปัจจุบันเลือกตั้งได้เพียงชั้นเดียว คือ ผู้ว่าฯ กทม. และ สก. เท่านั้น หลังจากที่สิทธิในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (สข.) ถูกริบไป ผมจึงขอเรียกร้องให้คืนระบบการเลือกตั้งท้องถิ่น 2 ชั้นให้คน กทม. รวมถึงผลักดันให้ผู้อำนวยการเขตซึ่งปัจจุบันเป็นข้าราชการประจำต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในรูปแบบนายกเขตด้วย
.
ท้ายที่สุด ประเด็นสำคัญที่มักถูกละเลยเวลาพูดถึงการกระจายอำนาจคือเรื่องของ "คน" ในท้องถิ่น ปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มที่เรียกว่าประชากรแฝงกลางคืน หรือผู้ที่อาศัยและใช้ชีวิตในท้องถิ่นแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านประมาณ 8 ล้านคน และประชากรแฝงกลางวันที่เดินทางไปกลับเพื่อทำงานอีกเกือบ 1 ล้านคน รวมเป็นตัวเลขสูงถึง 9 ล้านคน คนกลุ่มนี้เปรียบเสมือนคนที่อยู่ในเงามืด ไม่มีตัวตนในสมการการพัฒนาท้องถิ่น และไม่สามารถเลือกตั้งผู้แทนในพื้นที่ที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่จริงได้ ทำให้ภาพจำของท้องถิ่นเหลือเพียงกลุ่มผู้สูงอายุหรือภาพลักษณ์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ดังนั้นการพูดถึงการกระจายอำนาจที่แท้จริงจะต้องครอบคลุมไปถึงการคืนสิทธิในการเลือกตั้งให้กับประชากรแฝงเหล่านี้ด้วย โดยอาจใช้แนวทางจัดทำทะเบียนบ้านกลางในพื้นที่ที่พวกเขาทำงานหรือศึกษาอยู่ เพื่อให้พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตาชีวิตและเลือกตัวแทนในพื้นที่ที่ตนเองใช้ชีวิตอยู่จริงได้อย่างสมบูรณ์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?