ปมแม่ทัพภาค 4 ไม่ใช่เวลามายันว่า “มืออาชีพ” ไม่ปล่อยให้รอด แต่ “ทหารอาชีพ” ต้องย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่ “พลเรือน”
เหตุการณ์ลอบยิงกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม นอกจากจะเป็นอาชญากรรมอุกอาจในพื้นที่เปราะบางอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังกลายเป็นจุดปะทุที่เปลือยให้เห็นถึงปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ารถยนต์ของ กอ.รมน. ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ . ในห้วงเวลาที่กองทัพควรเร่งพิสูจน์ความโปร่งใสเพื่อกอบกู้ศรัทธา พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กลับหลุดประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นการเติมเชื้อความไม่ไว้วางใจกัน ผ่านความพยายามแสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ใจที่ชี้แจงข้อสงสัยของสังคมประเด็นความเกี่ยวโยงกับกองทัพ ด้วยคำกล่าวแบบปิดไมค์ต่อสื่อมวลชนที่ว่า "ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ" และเมื่อถูกตั้งคำถามเพิ่มเติม ท่านได้ขยายความตรรกะนี้ผ่านสื่อว่า หากเป็นการกระทำของ "มืออาชีพ" ย่อมต้องบรรลุเป้าหมาย การที่เหยื่อรอดชีวิตจึงเป็นข้อสังเกตว่าอาจไม่ใช่ฝีมือทหาร พร้อมเตือนสังคมว่าอย่าด่วนโยนความผิดให้กองทัพ ซึ่งคำพูดลักษณะนี้นับได้ว่าเป็นการ "เติมเชื้อไฟ" อย่างชัดเจน . แม้สังคมจะเข้าใจเจตนาที่แม่ทัพภาคที่...