บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …

พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว จับตาคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิมนุษยชน

รูปภาพ
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยกลไกหลังจากนี้คือการตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งจะมีหน้าที่และอำนาจสำคัญ คือ การวินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรม การรับเรื่องร้องเรียน ไปจนถึงการจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสร้างเสริมสังคมสันติสุขต่าง ๆ สัดส่วนของคณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการ กสม. และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง . ตัวที่ประกาศลงราชกิจจาฯ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/123992.pdf . อย่างไรก็ตาม จะมีกลุ่มที่เป็นสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน หรือกระบวนการยุติธรรม ที่วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และที่ประชุมอธิการบดีเสนอ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากภาคประชาสังคมด้านการจัดการความขัดแย้งและอำนวยความยุติธรรมที่ประธานสภาเสนอ สัดส่วนตรงนี้มีถึง 4 คน จากทั้งหมด 9 คน แม้ผู้เสนอชื่อจะถูกระบุไว้เฉพาะเจาะจง แต่ด้วยคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน กระบวนการยุติธรรม และการจัดการความขัดแย้งเหล่านี้ ผมมองว่าคนที่ทำงานในประเด็นสิทธิมนุษยชนควรจับตา ตรวจสอบ และร่วมเสนอช...

สสส.เสวนา "พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข" จะสร้างสันติสุขอย่างไร?

  เสวนา "พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข" จะสร้างสันติสุขอย่างไร ที่ผมได้มีโอกาสไปร่วมพูดคุย จัดโดย สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน สสส

นิรโทษกรรมต้องรวม ม.112 สังคมสันติสุขต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

รูปภาพ
วันนี้ (28 ตุลาคม 2568) ผมได้ร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ซึ่งผมได้สะท้อนมุมมองสำคัญเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินมากว่า 20 ปี และชะตากรรมของประชาชนผู้ที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองทั้งในฐานะผู้ชุมนุมและผู้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ต้องเผชิญการดำเนินคดีจำนวนมาก . ประเด็นหลักที่ผมหยิบยกขึ้นมาคือ เหตุผลที่ระบุไว้ในทั้งสามร่างกฎหมาย ซึ่งแม้สองร่างจะตกไปแต่มีเจตนารมณ์ที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ ผู้ที่ถูกกล่าวหาเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาชั่วร้าย มิได้แสวงหาประโยชน์ส่วนตน หากเป็นการแสดงออกเพื่อเรียกร้องจากรัฐ เพื่อสังคม และเพื่อประเทศชาติ เป็นปฏิกิริยาต่อการใช้อำนาจรัฐ ทั้งจากรัฐบาลพลเรือนและรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร หลายคนสูญเสียอิสรภาพ และบางคนต้องสูญเสียชีวิตเพื่อให้ประเทศกลับมาสู่ระบอบปกติจนมีสภาที่ทำหน้าที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ในวันนี้ . เจตนารมณ์ของกฎหมายจึงมุ่งเยียวยาคนที่ต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมที่สงบและปรองดอง สิ่งที่กฎหมายมองเห็นตรงกันคือการยอมรับว่าความเคลื่อนไหวของประชาชนเป็นผลจากการดำเนินนโยบายของรัฐในห้วงเวล...