หยุด ‘คณะศึกษา’ ประวิงเวลาอีก รัฐบาลต้องเร่งเดินหน้า ILO 87 & 98 ทั้งที่ 15 ปีก่อน ครม.เคยเสนอมายังสภาแล้ว



กว่าสามทศวรรษที่คำว่า “เสรีภาพในการสมาคม” และ “สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม” ที่แรงงานไทยรณรงค์กันทุกปีถูกทำให้หยุดนิ่งอยู่ในหน้ากระดาษของรายงานผลการศึกษาฉบับแล้วฉบับเล่า ขบวนการแรงงานไทยส่งต่อข้อเรียกร้องให้รัฐบาลให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลมาหลายยุคสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือนมรดกตกทอดที่น่ากังขาที่สุดในระบบราชการไทยคือการจัดตั้ง “คณะกรรมการศึกษา” “คณะอนุกรรมการ” และ “คณะทำงานย่อย” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าความเดือดร้อนของมนุษย์เงินเดือนและผู้ใช้แรงงานเป็นโจทย์หินที่ไม่เคยหาคำตอบสำเร็จ
.
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในการลงนามแต่งตั้งคณะทำงานภาครัฐเพื่อ “ศึกษา” เรื่องการให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้งสองฉบับนี้อีกครั้งจึงหนีไม่พ้นที่จะถูกตั้งคำถามว่านี่คือความตั้งใจจริงในการยกระดับสิทธิแรงงานหรือเป็นเพียงแค่กลไกในการประวิงเวลาเพื่อลดกระแสกดดันของพี่น้องแรงงานที่เรียกร้องเรื่องนี้ในวันแรงงานของทุกปีเท่านั้น
.
หากย้อนมองกลับไปเพียงไม่กี่ก้าวในยุคของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเองเมื่อปี 2566 ก็เคยมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ครั้งนั้นเลยขั้นตอนการศึกษาแล้ว แต่คือการขับเคลื่อน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธาน มีการแตกตัวออกเป็นคณะอนุกรรมการอีกหลายชุดเพื่อทบทวนความสอดคล้องทางกฎหมาย และกระทรวงแรงงานเองก็มีร่างพระราชบัญญัติที่เตรียมพร้อมรองรับไว้อยู่แล้ว
.
และก่อนหน้านั้น ข้อเรียกร้องให้ไทยรับรองอนุสัญญานี้เกิดขึ้นครั้งแรกในวันแรงงานสากล 1 พ.ค. 2535 และมีการเรียกร้องเรื่อยมา จนช่วงต้นทศวรรษที่ 2550 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ก็มีการตั้ง คณะทำงานพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการแรงงานสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับอนุสัญญา ILO 87 และ 98 และได้ทำการศึกษา วิเคราะห์ อนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ พร้อมทั้งเสนอพิจารณาแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับหลักการของอนุสัญญาไปแล้วในช่วงนั้น อีกทั้งยังมีคณะทำงานประสานการดำเนินงานเพื่อให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวด้วย ในช่วงนั้นกลุ่มแรงงานเองก็มีการตั้งคณะทำงานผลักดันนโยบายอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 อีกด้วยเช่นนั้น โดย ม.ค.2554 คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้เสนออนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ มาให้รัฐสภาเห็นชอบแล้วด้วย หากแต่การประชุมร่วมกันของรัฐสภาในตอนนั้นกลับมีมติถอน
.
คำถามสำคัญที่รัฐบาลต้องตอบประชาชนให้ได้คือผลการศึกษาจากงบประมาณภาษีและเวลาของข้าราชการระดับสูงในชุดก่อน ๆ หายไปไหนหมด เหตุใดทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือเมื่อกระแสสังคมเริ่มตื่นตัว บทสรุปของรัฐจึงจบลงที่การนับหนึ่งใหม่ในห้องประชุมเสมอ
.
การตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาซ้ำซ้อนเช่นนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการความรู้ของรัฐ แต่ยังส่อให้เห็นถึงความหวาดกลัวและขาด “เจตจำนงทางการเมือง” (Political Will) ที่แน่วแน่ รัฐบาลกำลังพยายามพายเรือในอ่างเพื่อรักษาสมดุลระหว่างข้อเรียกร้องอันชอบธรรมของภาคแรงงานกับความกังวลของกลุ่มทุน โดยหลงลืมไปว่าการยืดระยะเวลาออกไปนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์สิทธิมนุษยชนบนเวทีโลก และโอกาสทางการค้าที่ไทยอาจถูกยกเป็นเงื่อนไขในการตั้งกำแพงภาษีจากประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย - สหภาพยุโรป และการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งมีเงื่อนไขด้านสิทธิแรงงานและการลงนามในอนุสัญญาของ ILO เป็นปัจจัยสำคัญ
.
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องหยุดวงจร “ตั้งคณะกรรมการศึกษา” แล้วเปลี่ยนเป็น “ตั้งใจทำ” แนวทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดและแสดงออกถึงความจริงใจคือการตัดสินใจลงนามให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เป็นเบื้องต้นก่อน เพื่อใช้ข้อผูกพันสากลนี้เป็นแรงขับเคลื่อนทางกฎหมายบังคับให้หน่วยงานภายในต้องเร่งปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ให้สอดคล้องในภายหลัง หากรัฐบาลมัวแต่รอให้กฎหมายทุกฉบับสมบูรณ์พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์หรือรอให้ทุกภาคส่วนเห็นพ้องตรงกันอย่างสิ้นเชิง ประวัติศาสตร์ก็คงต้องบันทึกต่อไปว่าประเทศไทยใช้เวลาอีก 30 ปีข้างหน้าไปกับการประชุมและทำรายงานผลการศึกษาชิ้นใหม่
.
เสียงสะท้อนจากหยาดเหงื่อของพี่น้องแรงงานบนท้องถนนดังชัดเจนมานานเกินพอแล้ว รัฐบาลไม่จำเป็นต้องจับประเด็นนี้มาทำการศึกษาใด ๆ อีก ขอเพียงแค่มีความกล้าหาญทางการเมืองที่จะก้าวข้ามกรอบวิธีคิดแบบราชการเดิม ๆ ยุติคณะทำงานศึกษาที่ไม่จำเป็น และลงมือประทับตราสัตยาบันเพื่อคืนศักดิ์ศรีและสิทธิขั้นพื้นฐานให้แก่แรงงานไทยอย่างแท้จริงเสียที

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร