ขอคลังทบทวนเกณฑ์ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' หวั่นเพิ่มเงื่อนไขสกัดคนรวย แต่สะเทือนคนจนตัวจริง



วันนี้ (9 มิถุนายน 2569) ผมได้ปรึกษาหารือผ่านประธานวุฒิสภา ส่งต่อไปยังคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การตัดสิทธิ์ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปัจจุบัน
.
แม้เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการคลังยกเลิกเกณฑ์ที่นำเรื่องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตรมาเป็นเงื่อนไขในการตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของพ่อแม่ อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีหลักเกณฑ์อื่นๆ ในรอบนี้ที่ถูกเพิ่มเข้ามาจนส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างกว้างขวาง
.
โดยประเด็นแรกคือ การเพิ่มเกณฑ์ตัดสิทธิ์กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งในการกลั่นกรองรอบก่อนหน้านี้คนกลุ่มนี้ไม่เคยถูกตัดสิทธิ์ แม้เกณฑ์อายุจะกำหนดไว้ที่ 18 ปีขึ้นไปทำให้กลุ่มนักเรียนได้รับผลกระทบน้อย แต่กลุ่มนักศึกษา โดยเฉพาะระดับ ปวส. นักศึกษา กศน. หรือผู้ที่เรียนนอกระบบการศึกษากลับมีจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งผมมองว่ารายได้และการช่วยเหลือไม่ควรมองแค่ตัวบุคคล แต่ควรมองในลักษณะครอบครัว การที่ลูกนักศึกษาได้รับสิทธิ์นี้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยแบ่งเบาและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวยากจนได้เป็นอย่างดี
.
นอกจากนี้ ยังมีหลักเกณฑ์ใหม่เรื่องการกำหนดให้ผู้ที่มีหนี้สินเกิน 100,000 บาท จะถูกตัดสิทธิ์ทันที ซึ่งนายเทวฤทธิ์เห็นว่าเกณฑ์นี้อาจไม่สะท้อนความเป็นจริงในสังคม เพราะคนที่มีหนี้สินเกินแสนบาทไม่ได้แปลว่าเขามีศักยภาพทางเศรษฐกิจหรือมีกำลังในการแข่งขันเสมอไป แต่ในทางกลับกัน หลายคนโดยเฉพาะในภาคการเกษตรต้องกู้หนี้ยืมสินมาลงทุน หรือประสบปัญหาภัยธรรมชาติต่างๆ จนทำให้มีหนี้สินท่วมตัว การนำเกณฑ์หนี้สินมาตัดสิทธิ์จึงเป็นการซ้ำเติมผู้ที่กำลังเดือดร้อน ยังไม่รวมถึงเกณฑ์เดิมที่จำกัดการถือครองที่ดินทำกินเพื่อการเกษตรไม่เกิน 10 ไร่ หรือที่ดินนอกภาคการเกษตรไม่เกิน 1 ไร่ ซึ่งในความเป็นจริง การมีที่ดินในจำนวนดังกล่าวไม่ได้การันตีว่าบุคคลนั้นเป็นคนรวย และผู้ถือครองหลายคนยังคงเป็นผู้ยากไร้
.
ท้ายที่สุดผมเข้าใจและเห็นด้วยกับความพยายามของภาครัฐในการพุ่งเป้าหรือล็อคเป้าหมายเพื่อให้งบประมาณสวัสดิการไปถึงคนจนอย่างตรงจุด แต่การเพิ่มเกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไปอาจกลายเป็นดาบสองคม ที่แม้จะช่วยสกัดกั้นคนรวยไม่ให้เข้ามาสวมสิทธิ์ได้จำนวนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจทำให้รัฐต้องสูญเสียและตัดสิทธิ์คนจนตัวจริงไปเป็นจำนวนมหาศาล จึงขอฝากผ่านประธานวุฒิสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เร่งทบทวนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามา เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือของรัฐสามารถครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนกลุ่มที่ควรจะได้รับสิทธิ์อย่างแท้จริง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร