สว. เสียงข้างมากตีตกญัตติเลื่อนให้ความเห็นชอบ ‘เลขาฯ กฤษฎีกา - ศาลปกครองสูงสุด’ ชี้ต้องทำไปตามระบบราชการ
เมื่อสักครู่นี้ผมได้เสนอญัตติด้วยวาจาขอให้เลื่อนการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาและตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด
ออกไปก่อนเพื่อรอฟังผลคดีการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
.
โดยผมให้เหตุผลว่าขณะนี้คดีที่ กกต. ดำเนินการพิจารณา สว. กว่า 130 ท่านกำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของ กกต. ใหญ่สุดท้ายและคาดว่าจะได้คำตอบภายในเดือนสิงหาคมนี้ จึงเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบเลขาธิการกฤษฎีกาและคณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด
.
ซึ่งการชะลอนี้ไม่ได้ทำให้อำนาจของ สว. เสียไป หากแต่ภายในเดือนสิงหาคมนี้มีความชัดเจนจาก กกต. ทาง สว. ก็ยังสามารถกลับมาพิจารณาให้ความเห็นชอบได้อยู่ดี แต่หาก สว. ยังดึงดันให้ความเห็นชอบในห้วงเวลานี้จะส่งผลเสีย 2 ทาง ทางหนึ่งคือจะเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยแก่สังคม อีกทางหากไม่เห็นชอบก็จะไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกเสนอชื่อ
.
ทั้งนี้หลังจากผมเสนอญัตติมีสมาชิกวุฒิสภาหลายรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับญัตติของผม โดยส่วนใหญ่ชี้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความของวุฒิสภา หากแต่เป็นเรื่องการเลื่อนไหลตามระบบราชการ และทั้งเลขาธิการกฤษฎีกาและตุลาการศาลปกครองสูงสุดก็ไม่ได้มีกระบวนการคัดเลือกจากการรับสมัคร
.
เมื่อมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นว่าไม่ควรเลื่อนการพิจารณาดังนั้นที่ประชุมจึงต้องลงมติ โดยที่ประชุมได้ลงมติไม่เห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 18 เสียง ไม่เห็นด้วย 142 เสียง งดออกเสียง 11 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง
.
อนึ่ง แม้ที่ผ่านมากรณีไม่ใช่องค์กรอิสระ สว. ชุดปัจจุบันจะให้ความเห็นชอบทั้งหมด ประกอบด้วย ประธานศาลปกครองสูงสุด 1 คน ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 1 คน และอัยการสูงสุด 1 คน แต่สำหรับองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้นตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี สว. ชุดปัจจุบันไม่เห็นชอบไปแล้ว 9 คน ทั้งผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 คน กกต. 1 คน ผู้ตรวจการแผ่นดิน 1 คน ป.ป.ช. 2 คน และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 2 คน เป็นต้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น