วิพากษ์ยุทธศาสตร์ชาติด้านต้านทุจริตเป้าหมายล้มเหลว ผิดฝาผิดตัว คะแนน CPI ต่ำสุดรอบ 19 ปี



วันนี้ (29 มิถุนายน 2569) ในการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณารายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปี 2568 ผมได้อภิปรายถึงประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
.
แม้ยุทธศาสตร์ชาติจะตั้งเป้าหมายคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ในปี 2570 ไว้ที่อันดับไม่เกิน 43 และคะแนนไม่น้อยกว่า 57 แต่สถานการณ์จริงกลับสวนทางกัน โดยข้อมูลล่าสุดปี 2568 พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 116 ด้วยคะแนนเพียง 33 ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี และอยู่ในเกณฑ์ที่แย่กว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ
.
นอกจากนี้ผมยังได้ตั้งคำถามถึงวิธีการรายงานผลในเอกสารยุทธศาสตร์ชาติที่มีการนำตัวชี้วัดด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) มาถ่วงน้ำหนักกับคะแนน CPI เพื่อทำให้ภาพรวมดูดีขึ้นจนอยู่ในเกณฑ์ "ใกล้เคียงการบรรลุเป้าหมาย" โดยผมมองว่าเป็นการคำนวณที่ผิดฝาผิดตัวและอาจไม่ได้สะท้อนข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพราะช่องโหว่ด้านการทุจริตและการเอื้อประโยชน์ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต่างชาติยังคงจับตาและขาดความเชื่อมั่น
.
ในส่วนของข้อเสนอแนะในรายงานที่เน้นเรื่องการปลูกฝังจิตสำนึกและการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐนั้น ผมให้ความเห็นว่าการปลูกฝังจิตสำนึกทำกันมาตลอดแต่ไม่ส่งผลต่อตัวเลข CPI ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการเปิดเผยข้อมูลนั้นในทางปฏิบัติยังคงมีอุปสรรคจากการอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงหรือความเป็นส่วนตัว แม้แต่ในวุฒิสภาเองก็ยังมีการปิดบังข้อมูลในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ
.
ท้ายที่สุดปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้นทั้งขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นและการฟอกเงินจากสแกมเมอร์ข้ามชาติ สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตที่อาจเลวร้ายลงในปีต่อ ๆ ไป การแก้ปัญหาเพียงแค่นโยบายด้านจิตสำนึกไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นทางคือ "รัฐธรรมนูญ" ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่มีผลต่อการตรวจสอบถ่วงดุลและที่มาขององค์กรอิสระ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
.
ด้านดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ชี้แจงการอภิปรายของผมว่า คะแนน CPI เป็นตัวชี้วัดในลักษณะมุมมองหรือการรับรู้ (Perception) จากภายนอกประเทศที่มองเข้ามา ในขณะที่การประเมิน ITA เป็นการประเมินจากหน่วยงานภายในประเทศ การนำทั้งสองส่วนมาประมวลผลร่วมกันในรายงานนั้นเป็นการคำนวณในลักษณะดัชนีรวม (Composite Index)
.
อย่างไรก็ตามทางสภาพัฒน์ก็ยอมรับข้อสังเกตของผมและเห็นว่าอาจจะต้องกลับไปตรวจสอบในรายละเอียดของคะแนน ITA อีกครั้ง เนื่องจากพบว่าตัวเลขที่ออกมานั้นอาจจะสูงเกินไป ทั้งนี้จะรับข้อคิดเห็นไปปรับปรุงในรายงานฉบับถัดไป โดยจะเน้นการระบุผู้รับผิดชอบและจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาในจุดที่ยังเป็นพื้นที่วิกฤต (สีแดง) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?