เมื่อ IO โดยรัฐถูกเปิดโปงกลางศาล เมื่อภาษีที่ถูกหารกลับมาทำลายประชาชนเอง



ในโลกปัจจุบันคำว่า “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร” หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ไอโอ” (IO) กลายเป็นคำที่ได้ยินกันจนชินหู หลายคนตั้งคำถามมาตลอดว่าสิ่งที่เรียกกันว่าไอโอนี้ แท้จริงแล้วคือเครื่องมือรักษาความมั่นคงหรือเป็นเพียงเครื่องมือที่หน่วยงานรัฐใช้โจมตีและกลั่นแกล้งประชาชนที่มีความเห็นต่างกันแน่
.
เรื่องราวนี้กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งเมื่อ “ฐปณีย์ เอียดศรีไชย” ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters ถูกกลุ่มบัญชีอวตารบนโลกออนไลน์รุมถล่มและคุกคามอย่างหนัก เพียงเพราะทำหน้าที่ตั้งคำถามต่อแม่ทัพภาคที่ 4 เกี่ยวกับเหตุการณ์ลอบยิง สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ จนนำไปสู่การร้องเรียนให้คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาตรวจสอบขบวนการที่อยู่เบื้องหลัง
.
ที่ผ่านมาเมื่อมีประเด็นที่มีการพูดถึงเรื่องไอโอ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ส่วนกลาง มักจะออกมาปฏิเสธเสียงแข็งเสมอ โดยยืนยันว่าหน่วยงานไม่มีนโยบายทำไอโอเพื่อบิดเบือนข้อมูลหรือสร้างความเกลียดชัง สิ่งที่ทำมีเพียงแค่การประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อเตือนภัยประชาชนตามกรอบของกฎหมายเท่านั้น
.
แต่คำปฏิเสธนั้นเริ่มฟังไม่ขึ้นเมื่อเรื่องนี้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร เพราะตัวแทนจาก กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าชี้แจงและยอมรับกลางที่ประชุมเป็นครั้งแรกว่าในอดีตเคยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในลักษณะไอโออยู่จริง แม้จะพยายามอ้างว่าปัจจุบันไม่ได้ทำแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เคยมีรายงานผลการตรวจสอบชี้ชัดตั้งแต่ปลายปี 2568 แล้วว่าปฏิบัติการไอโอและการทำบัญชีเฝ้าระวังประชาชนของหน่วยงานความมั่นคงถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน
.
ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการในชั้นศาล เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในคดีที่ อังคณา นีละไพจิตร และ อัญชนา หีมมิหน๊ะ สองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง โดยศาลชี้ชัดว่าเว็บไซต์ไอโอชื่อดังในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ชอบโพสต์โจมตีผู้เห็นต่างนั้น อยู่ภายใต้การควบคุมของ กอ.รมน. จริง พร้อมสั่งให้สำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ลบข้อมูลทั้งหมดและจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายทั้งสองคน คำพิพากษานี้จึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนข้อกล่าวหาให้กลายเป็นความจริงที่รัฐไทยไม่อาจดิ้นหลุด
.
อีกมุมหนึ่งในโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยสารพัดข้อมูลข่าวสารและความขัดแย้ง เราจำเป็นต้องแยกแยะให้ออกและไม่เหมารวมว่าความเห็นของคนที่เข้ามาต่อว่าหรือเห็นต่างจากคนในสังคมทุกคนจะต้องเป็นไอโอของรัฐไปเสียหมด เพราะในสังคมประชาธิปไตยย่อมมีประชาชนจริง ๆ ที่มีความคิด ความเชื่อ และอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งพวกเขามีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความไม่เห็นด้วย ตราบใดที่ไม่ไปละเมิดกฎหมายหรือคุกคามคนอื่น แต่สิ่งที่เรากำลังพูดถึงและศาลได้ตัดสินความผิดนั้นคือไอโอจัดตั้งที่ใช้งบประมาณและกลไกของรัฐสร้างบัญชีปลอมขึ้นมาเพื่อจงใจบิดเบือนข้อมูลและด้อยค่าประชาชนอย่างเป็นระบบ
.
ความจริงที่เจ็บปวดของเรื่องนี้คือเงินชดเชยค่าเสียหายที่ศาลสั่งให้รัฐจ่าย รวมถึงเงินที่นำไปใช้สร้างระบบไอโอมาตลอดหลายปีล้วนมาจากเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น กลับกลายเป็นว่าประชาชนต้องทำงานหนักเพื่อจ่ายภาษี แล้วรัฐก็นำเงินนั้นไปสร้างไอโอมาโจมตีประชาชนอีกที พอประชาชนฟ้องชนะคดี รัฐก็ต้องเอาเงินภาษีอีกก้อนไปจ่ายเป็นค่าปรับ ขณะที่เจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับบัญชาที่สั่งการกลับไม่ต้องรับผิดชอบหรือควักเงินตัวเองเลยแม้แต่บาทเดียว
.
แม้เศษเสี้ยวหนึ่งของขบวนไอโอจะถูกเปิดโปงแล้วในชั้นศาล แต่สิ่งที่สังคมต้องช่วยกันขับเคลื่อนต่อจากนี้คือการเรียกร้องให้รัฐใช้กฎหมายฟ้องร้องเรียกเงินคืนจากตัวเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดมาคืนให้แผ่นดิน และต้องช่วยกันตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพเพื่อไม่ให้เงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้เป็นอาวุธกลับมาทำร้ายประชาชนด้วยกันเองอีก
.
นอกจากจะพูดถึงการเท่าทันสื่อแล้ว เราเองในฐานะประชาชนก็ควรเท่าทันปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารจนถึงการโฆษณาชวนเชื่อจนกระทั่งกลอมเกล่าทางสังคม สร้างเรื่องเล่าที่เป็นอันหนึ่งเดียว ไม่เปิดให้มีกระบวนการตั้งคำถามหรือคิดเชิงวิพากษ์ในเรื่องเล่านั้น ๆ ด้วย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?