ป้องกันสวมสิทธิ ปราบปรามสินบน คุ้มครองสิทธิคนเปราะบางด้านสัญชาติ เปิดประตูสู่ OECD
วันนี้ (9 มิถุนายน 2569) ในการประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณาญัตติเรื่อง “ขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาขบวนการสวมสิทธิและฟอกตัวตนโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนไทยของกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ” ซึ่งเสนอโดยพลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย
.
โดยผมได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าวและชวนให้ที่ประชุมมองปัญหาดังกล่าวในมิติทางด้านโอกาสทางเศรษฐกิจและการต่างประเทศของไทย เพราะขบวนการสวมสิทธิ์และฟอกตัวตนของอาชญากรรมข้ามชาติส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ OECD ซึ่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีได้แสดงความตั้งใจในเรื่องนี้อย่างชัดเจนผ่านการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งประเทศไทยได้ส่งบันทึกเบื้องต้นไปยัง OECD เพื่อเปิดกระบวนการทบทวนทางด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการในประเด็นนโยบายต่าง ๆ ครอบคลุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 25 ชุด เช่น ด้านสภาพแวดล้อม การลงทุน ตลาดทุน และธรรมาภิบาล
.
นอกจากนี้ปัญหาการสวมสิทธิ์หรือการฟอกตัวตนไม่สามารถทำได้โดยขบวนการอาชญากรรมเพียงลำพัง แต่มีกลไกของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ซึ่งปัญหาสินบนเป็นภาพสะท้อนของการทุจริตคอร์รัปชันในไทยที่เรื้อรังมานาน สะท้อนจากดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ CPI ในปีที่ผ่านมาที่คะแนนของประเทศไทยลดลงมาอยู่ที่ 33 คะแนนซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 19 ปีและได้คะแนนน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย รวมถึงลาว
.
ปัญหานี้ยังถูกตอกย้ำในเวทีประชุมระดับโลกของ OECD ที่ผู้บริหารบริษัทนวัตกรรมระดับสูงได้กล่าวถึงปัญหาการจ่ายสินบนในประเทศไทย ขณะเดียวกันประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ก็ได้ย้ำเตือนถึงปัญหาการฟอกเงินและแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติที่เพิ่งถูกจับกุม ซึ่งหากปีนี้ไทยยังไม่แก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์และสินบนอย่างจริงจังคะแนน CPI ในปีหน้าจะยิ่งตกลงไปอีก
.
ทั้งนี้ประเด็นเรื่องสินบนมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเข้าเป็นสมาชิก OECD เนื่องจากองค์กรดังกล่าวมีอนุสัญญาต่อต้านการติดสินบนซึ่งเพิ่งมีการยกระดับความเข้มงวดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยทาง OECD จะประเมินจากประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายจริง ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจสอบเอกสารหรือตัวบทกฎหมายบนหน้ากระดาษ ดังนั้นหากประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โอกาสในการเปิดตลาดและความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับโลกก็อาจจะหลุดลอยไป
.
อย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกตถึงความคาบเกี่ยวและความคลุมเครือระหว่างการอาศัยช่องว่างของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติกับความพยายามของรัฐไทยในการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มเปราะบางด้านสัญชาติ ซึ่งการคุ้มครองกลุ่มคนเหล่านี้เป็นสิ่งเดียวกับค่านิยมหลัก 3 ประการที่ OECD ให้ความสำคัญในการรับสมาชิกใหม่ ได้แก่ ประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกลุ่มชายขอบและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งที่ผ่านมา คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติแห่งสหประชาชาติได้แสดงความกังวลอย่างต่อเนื่องว่ากลุ่มผู้ไร้สัญชาติในประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์
.
ช่วงท้ายผมเสนอแนะว่ารัฐบาลต้องดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เปิดช่องให้มีการสวมสิทธิ์หรือรับสินบนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมาย แต่อีกด้านหนึ่งรัฐก็ต้องมีมาตรการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มเปราะบางด้านสัญชาติอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยยึดมั่นในคุณค่าหลักที่จะเข้าเป็นสมาชิก OECD พร้อมทั้งเสนอให้เปิดโอกาสให้กลไกภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เพื่อร่วมกันอุดช่องว่างไม่ให้อาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาหาประโยชน์และเพื่อรักษาโอกาสของประเทศไทยในเวทีโลกไม่ให้สูญเสียไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น