ชวนส่องพล็อตรองที่ไม่เล็กใน "ทนายปีศาจ" ถอดสลักวิกฤตแรงงานประมงข้ามชาติ - สิทธิประกันตัว
ท่ามกลางกระแสความเดือดดาลของฉากการพิจารณาคดีและพล็อตสุดเข้มข้นของซีรีส์กฎหมายสะท้อนสังคมที่มาแรงที่สุดบน Netflix ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานกำกับของ “ ณฐพล บุญประกอบ” (ผู้กำกับจาก “สงครามส่งด่วน” และภาพยนตร์สารคดี “เอหิปัสสิโก”) อย่าง “#ทนายปีศาจ” สิ่งที่ทำให้ผู้ชมหลายคนโดยเฉพาะคนทำงานสายสังคมและสื่อมวลชนต้องหยุดคิด คือ การที่ซีรีส์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่มอบความบันเทิงในชั้นศาลแบบซีรีส์แนวเดียวกัน แต่ยอมใช้เวลาส่วนหนึ่งขุดลึกเข้าไปในบาดแผลที่ใจกลางอุตสาหกรรมพันล้านของไทย นั่นคือ "วิกฤตแรงงานประมงข้ามชาติ"
.
ซีรีส์หยิบเอาสารตั้งต้นมาจากเรื่องจริงในหน้าข่าวเมื่อราว ๆ 10 ปีก่อน ช่วงเวลาที่ประเทศไทยถูกสหภาพยุโรป (EU) แจก "ใบเหลือง" (IUU Fishing) จากปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์เหนือน่านน้ำ พล็อตย่อยที่คนดูหลายคนพากันชื่นชมคือบทบาทของ "เซยะ" แรงงานข้ามชาติ ตัวละครนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อให้คนดูสงสารในฐานะเหยื่อที่อ่อนแอ แต่เป็นภาพแทนของเหยื่ออาชญากรรมทางโครงสร้างที่ถอดสำเนามาจากชีวิตจริงของแรงงานประมงข้ามชาติที่ถูดพลัดพรากจากบ้าน
.
ผ่านคดีของเซยะ ซีรีส์พาเราไปดูวงจร "หนี้สินผูกพัน" (Debt Bondage) ที่แรงงานข้ามชาติต้องเผชิญตั้งแต่ยังไม่ได้ก้าวขาลงเรือ เริ่มตั้งแต่นายหน้าเถื่อนบนบกที่เก็บค่านำพาเข้าประเทศจำนวนมหาศาล การถูกพลัดพรากจากพี่น้อง ไปจนถึงกลเม็ดสกปรกอย่างการสวมสิทธิ์หนังสือคนประจำเรือ (Seabook) โดยใช้ชื่อคนไทยเพื่อซ่อนเร้นตัวตนของแรงงานข้ามชาติจากสายตารัฐ
.
เมื่อเรือแล่นออกพ้นน่านน้ำสากลก็เกิดภาวะสุญญากาศทางกฎหมายที่ความรุนแรงและการสูญหายกลายเป็นเรื่องที่ตรวจสอบไม่ได้ ซีรีส์ไม่ได้ประดิษฐ์ความโหดร้ายขึ้นมาเกินจริง แต่ความจริงโหดร้ายมาตั้งแต่ต้น ทั้งการถูกบังคับทำงานวันละ 18-22 ชั่วโมง การถูกทุจริตทารุณกรรมด้วยหางกระเบน และการแช่แข็งศพเพื่อนร่วมงานไว้ในตู้แช่รวมกับปลาที่จับได้ จนมีตัวละครหนึ่งซึ่งเป็นลูกเรือถึงกับกล่าวสะท้อนใจว่า “อยู่ในคุกก็ดีกว่าอยู่บนเรือ” ก่อนที่ซีรีส์จะเฉลยความจริงว่าขบวนการประมงนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมที่ใหญ่กว่านั้นมาก
.
อีกหนึ่งพล็อตที่ช่วยขยายสเกลของเรื่องจากขบวนการประมงข้ามชาติไปสู่มิติการเมืองและภาคสังคม คือบทบาทของ "อัง" แฟนเก่าของพระเอกที่ทำงานอยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง และตัวละคร "พี่แป้ง" แห่งมูลนิธิเพื่อนแรงงาน ซึ่งบทสัมภาษณ์ล่าสุดจาก The MATTER ได้เปิดเผยข้อมูลว่าทีมผู้สร้างและผู้กำกับซีรีส์เรื่องนี้ได้ลงพื้นที่ไปพูดคุย เก็บข้อมูล และฟังเรื่องราวจากปากของ "พี่อ้อน - ปฏิมา ตั้งปรัชญากุล" และ "พี่ตุ่น - สมพงค์ สระแก้ว" ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) รวมถึงอดีตลูกเรือประมงจริง ๆ ก่อนจะนำมาเขียนบท
.
เรื่องราวของมูลนิธิในเรื่องจึงสะท้อนภาพของ LPN ในชีวิตจริงอย่างมีชีวิตชีวา ทั้งการตั้งสายด่วนรับเรื่องร้องเรียนหลากภาษา (Hotline) การประสานงานบุกจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ร่วมกับรัฐ และการผลักดันเชิงนโยบายอย่าง "ร่าง พรบ. คุ้มครองแรงงานประมง" ผ่านพรรคที่แม่ของอังเป็นผู้นำ ซีรีส์ร้อยเรียงให้เห็นว่ามาตรการก้าวหน้า เช่น ระบบจ่ายเงินผ่านบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ 100% เพื่อตัดวงจรนายหน้า หรือการให้สิทธิแรงงานข้ามชาติรวมกลุ่มตั้งสหภาพ ไม่สามารถผ่านด่านไปได้เลยหากไม่มีอำนาจและต้องชนกับกลุ่มทุนล็อบบี้ยิสต์ ซีรีส์ได้ชี้ให้เห็นถึงหนทางสู่การแก้ไขปัญหาแรงงานประมงผ่านเกมสภาคู่ขนานไปกับการตีแผ่ความจริงทึมเทาบนท้องทะเล
.
สิ่งที่ “ทนายปีศาจ” ทิ้งไว้หลังดูจบคือความรู้สึกสะเทือนใจต่อชะตากรรมของมนุษย์ที่ไร้เอกสารยืนยันตัวตน เหมือนเรื่องราวจริงแรงงานไทยในชีวิตจริงที่ถูกหลอกไปตั้งแต่อายุ 15 จนหนีขึ้นเกาะในอินโดนีเซีย แม้จะรอดชีวิตและพยายามต่อแพไม้ไผ่เพื่อหวังจะล่องกลับประเทศไทย แต่เมื่อทางการส่งเรือไปรับเขากลับไม่สามารถขึ้นเรือได้เพียงเพราะ “ไม่มีกระดาษพิสูจน์ความเป็นคนไทย” และต้องตายอย่างอ้างว้างบนเกาะร้างในอีกไม่กี่ปีต่อมา
.
แม้จะมีมีอีกหลายประเด็นที่อยู่ในซีรีส์นี้ที่น่าพูดถึงอีกไม่ว่าจะเรื่องสิทธิในการประกันตัว แม้เราจะมีหลักนี้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 29 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ความเป็นจริงขณะนี้ผู้ต้องขังระหว่างคดียังไม่สิ้นสุดถึง 91,682 คน หรือคิดเป็น 28.3% ของผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ทั้งระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา ระหว่างไต่สวน-พิจารณา และระหว่างสอบสวน หรือประเด็นการอุ้มหายและปัญหาภายในกระบวนการยุติธรรม
.
แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือซีรีส์ “ทนายปีศาจ” ในพาร์ทแรงงานประมงคือการสะท้อนสังคมชั้นดี ซีรีส์ไม่ได้ปล่อยให้ประเด็นแรงงานข้ามชาติเป็นแค่เครื่องประกอบฉากให้พระเอกดูหล่อ แต่กลับทำให้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นเรื่องหลัก และกล้าตั้งคำถามปลายเปิดที่แหลมคมกลับมายังผู้ชม เหมือนอย่างที่พี่ตุ่น สมพงค์ สระแก้ว ได้ฝากแง่คิดไว้ว่า “ถ้าคนดูมีความเป็นมนุษย์สูง เขาจะรับรู้ว่าปลาที่เราเคยกินในจานอาจมาจากแรงงานทาสก็ได้”
.
ในโลกความเป็นจริง ผ่านมาแล้ว 11 ปีนับจากวิกฤตใบเหลืองในปี 2015 ระบบการคุ้มครองแรงงานในทะเลไทยได้รับการแก้ไขเพื่อสิทธิมนุษยชนจริง ๆ หรือเราเพียงแค่จัดระเบียบบนหน้ากระดาษและสร้างระบบเอกสารขึ้นมาบังหน้า เพื่อให้ส่งออกอาหารทะเลไปขายในตลาดโลกได้อย่างราบรื่นเท่านั้น?
.
(อ้างอิง)
.
https://thematter.co/brief/261705/261705
https://www.facebook.com/share/p/1D1NpSZcii/
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น