กางตัวเลขวิกฤตเด็กหลุดระบบ ขอ กสศ. ตามตัวเด็กย่านโรงงาน-กังขาเกณฑ์ทุน ODOS ตีกรอบจน 12,000 บ. ทำคนเมืองหลุดโฟกัส-ค้านล็อกสเปกแค่สายวิทย์
วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ในที่ประชุมวุฒิสภา ผมได้ร่วมอภิปรายอภิปรายวาระพิจารณารายงานประจำปี 2568 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยเริ่มจากการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและความเสมอภาคในการจัดสรรงบประมาณของ กสศ. โดยระบุว่าแม้จะชื่นชมที่รายงานระบุว่าสามารถรักษาอัตราเด็กให้คงอยู่ในระบบการศึกษาได้สูงถึงร้อยละ 96.08 รวมถึงมีการวิเคราะห์ปัจจัยอุปสรรคด้านการเรียน สุขภาพกาย และภาวะทุพโภชนาการที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่กองทุนฯ ต้องไม่ลืมปัจจัยเชิงพื้นที่และชาติพันธุ์ด้วย
.
ผมได้หยิบยกข้อมูลสถิติปี 2567 จากบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการ กสศ. ผ่านสื่อ The Active (Thai PBS) มาแสดงต่อที่ประชุม โดยชี้ว่ามีจังหวัดที่มีอัตราเด็กหลุดออกจากระบบสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 8.42 อยู่ถึง 22 จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดตากที่สูงถึงร้อยละ 33 รองลงมาเป็นสมุทรสาครร้อยละ 24 และแม่ฮ่องสอน
.
จังหวัดที่เป็นเขตโรงงานและย่านอุตสาหกรรมอย่างสมุทรสาคร สมุทรปราการ ปทุมธานี หรือกรุงเทพมหานคร พ่อแม่แรงงานย้ายถิ่นมักพาลูกหลานมาด้วย ซึ่งหากพวกเขายังไม่ได้งานที่มั่นคงและมีค่าใช้จ่ายแฝงทางการศึกษา เด็กก็เสี่ยงจะตกหล่น ผ่านไปเกือบ 2 ปีแล้วจึงอยากทวงถามกองทุนฯ ว่ามีกระบวนการติดตามเด็กตกหล่นในพื้นที่ย่านอุตสาหกรรมที่มีแรงงานอพยพเหล่านี้เป็นอย่างไรบ้าง
.
นอกจากนี้ผมยังได้ตั้งประเด็นซักถามเกี่ยวกับโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) ใน 3 ประเด็นหลัก โดยมองว่าทุนนี้มีผู้สมัครจำนวนมากแต่ผู้ได้ทุนมีเพียงน้อยมากระดับหลักหน่วยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ได้สร้างความเสมอภาคในวงกว้างเมื่อเทียบกับการนำงบไปหนุนโรงเรียนขนาดเล็ก หรือกองทุน กยศ. ที่เข้าถึงเด็กได้มากกว่า
.
พร้อมกันนี้ผมยังได้วิจารณ์หลักเกณฑ์การตีกรอบความจนที่ใช้รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยไม่เกิน 12,000 บาทต่อเดือนว่าเป็นการใช้เกณฑ์เดียวกันทั่วประเทศโดยไม่คำนึงถึงค่าครองชีพที่แตกต่างกัน เช่น ในกรุงเทพฯ ที่ค่าครองชีพสูงมาก คนจนเมืองย่อมตกหล่นทันที ทั้งยังไม่ได้นับรวมปัจจัยรายได้ที่สัมพันธ์กับหนี้สิน เพราะบางครอบครัวมีรายได้เกินเกณฑ์แต่มีภาระดอกเบี้ยต้องชำระทุกสิ้นเดือนจนรายจ่ายจริงไม่เหลือ การใช้เกณฑ์ที่ตายตัวและดูเพียงรายได้เช่นนี้อาจทำให้เด็กรอบนอกหรือเด็กที่มีภาระหนี้สินหมดสิทธิ์
.
ผมปิดท้ายด้วยการตั้งข้อสังเกตเรื่องการจำกัดสาขาวิชาปลายทางของทุน ODOS ที่ตีกรอบเฉพาะกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) เพื่อมุ่งความเป็นเลิศ โดยตั้งคำถามว่าการไม่ให้พื้นที่กับสายมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือศิลปะจะเป็นการตอบโจทย์ความเสมอภาคที่แท้จริงที่โอบรับความถนัดอันหลากหลายของมนุษย์หรือไม่
.
ด้าน ดร.ไกรยศ ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาในประเด็นทุน ODOS โดยระบุว่า กสศ. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการคัดเลือกเด็กทุนเพื่อไปศึกษาต่อด้าน STEM ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับแนวนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน
.
ไกรยศชี้แจงว่านายกรัฐมนตรีเพิ่งลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ODOS ระดับชาติขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ทาง กสศ. จะรอฟังแนวนโยบายจากทางรัฐบาลต่อไปว่าจะมีการขยับกลุ่มเป้าหมายจากสายวิทยาศาสตร์หรือ STEM เป็นเป้าหมายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงสัดส่วนการเรียนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในฐานะคนทำงานก็เห็นด้วยว่าเด็กสามารถพัฒนาได้ในความหลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคเอกชนและผู้ประกอบการในอนาคตอันใกล้นี้มีความต้องการแรงงานในสาย STEM สูงมาก
.
สำหรับความคืบหน้าของโครงการ Thailand Zero Dropout ไกรยศชี้แจงว่า กสศ. ได้บูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) อย่างต่อเนื่องในการค้นหาเด็ก แต่ยอมรับว่าพบโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งในภาคปฏิบัติ เนื่องจากฐานข้อมูลเด็กตกหล่นกว่า 8 แสนคน ที่ครูและอาสาสมัครได้ลงพื้นที่ค้นหาจนเจอตัวนั้นพบความจริงว่ามีเด็กถึง 2 ใน 3 คนที่ปฏิเสธจะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในรูปแบบเดิมที่ตนเองเคยจับพลัดจับผลูหรือก้าวเดินออกมา
.
ไกรยศย้ำว่าการเจอตัวเด็กในฐานข้อมูลไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการทำงาน แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจและดึงกลไกท้องถิ่น ทั้ง พม. ศึกษาธิการจังหวัด หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ผ่านระบบของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เข้ามาช่วย ซึ่งข้อจำกัดและความท้าทายตรงนี้ กสศ. จะนำไปพัฒนาเป็นแผนการทำงานต่อเนื่องในปีงบประมาณหน้าเพื่อหาแนวทางดึงเด็กทั้ง 2 ใน 3 กลุ่มนี้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาที่เหมาะสมกับชีวิตของพวกเขาต่อไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น