Daily Post : ดราม่า สว.สีน้ำเงิน สะเทือนระบอบสีน้ำเงินอีกครั้ง? | สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย



วันก่อนผมได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์คุณวีย์ผ่านรายการ Daily Post ถึง คืออิทธิพลของ สว. และทิศทางการเมืองไทย โดยเฉพาะกับประเด็นที่มีการพูดถึง "ระบอบสีน้ำเงิน"
.

ประเด็น รมช.DE ต่อว่า รองประธานวุฒิสภา จนต้องกล่าวขอโทษ

.
จากการตั้งกระทู้ถามสดของ สว. นันทนา ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE เรื่อง AI Passport แต่ทางรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบเองและส่งรัฐมนตรีช่วย (คุณแนน) มาแทน จนเกิดการปะทะคารมและใช้คำเสียดสีกันในสภา แต่จุดที่น่าสนใจทางการเมืองคือ ท่าทีของรองประธานวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมตอนนั้น กลับใช้วิธี "กราบขอโทษ" รัฐมนตรีช่วยแทนที่จะใช้ข้อบังคับสภาตามปกติ (เช่น การสั่งให้ถอนคำพูด) จริงอยู่ที่คำว่า "กราบขอโทษ" มักเป็นคำติดปากรองประธานท่านนี้ ถ้าลองไปย้อนดูแกมักใช้คำนี้ แต่เลี่ยงไม่ได้ที่ภาพออกมาจะกลายเป็นฝ่ายรัฐมนตรีมาข่มประธานและวุฒิสภา ทำให้สังคมยิ่งตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงและจุดยืนของสภากับพรรคการเมืองใหญ่
.

ประเด็น สว.เสียงส่วนใหญ่ หรือหลายคนนิยามว่าน้ำเงินนี้ ถือเป็นด่านหินสุดขั้วในการแก้รัฐธรรมนูญ

.
เมื่อพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ระบุว่าต้องอาศัยเสียง สว. อย่างน้อย 1 ใน 3 (ประมาณ 67 เสียง จาก 200 เสียง) ซึ่งดูเหมือนเป็นเสียงข้างน้อย แต่ในความเป็นจริง วุฒิสภาชุดนี้มีกลุ่มก้อนเสียงข้างมากที่โหวตไปในทิศทางเดียวกันอย่างเหนียวแน่นถึง 140-160 เสียง ดังนั้น เสียงข้างน้อยใน สว. (ที่มีไม่ถึง 50 คน แถมใน 50 คนนี้ก็ใช่ว่าความคิดเรื่องรัฐธรรมนูญจะเหมือนกัน มีตั้งแต่สนับสนุนแก้เต็มที่ จนถึงคัดค้านแก้ไขเต็มที่เช่นกัน) จึงไม่มีพลังพอที่จะต่อรองใดๆ ได้เลย หากกลุ่ม "สว.กลุ่มใหญ่" ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใด ประเด็นนั้นก็จะไม่มีทางผ่านสภาไปได้ กลไกนี้จึงเป็นการรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จโดยไม่มีการแบ่งโควต้าหรือการปกป้องเสียงข้องน้อยเหมือนในฝั่ง สส.
.

ประเด็น อำนาจชี้ชะตาองค์กรอิสระ และผลประโยชน์ทับซ้อน

.
ต้องขีดเส้นใต้เลยว่า สว. มีอำนาจสำคัญในการ "ให้ความเห็นชอบ" บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (เช่น กกต., ป.ป.ช., ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ) โดยใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งเพียงแค่ 101 เสียงเท่านั้น จุดที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ปัจจุบัน กกต. มี 7 ท่าน โดย 4 ท่านได้รับความเห็นชอบจาก สว. ไปแล้ว ในขณะเดียวกัน กกต. ชุดนี้ก็กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบการได้มาซึ่ง สว. ชุดปัจจุบัน (ที่มีข้อครหาว่าได้มาโดยมิชอบหรือไม่) การให้ความเห็นชอบคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหรือวินิจฉัยถูกผิด ไม่ต่างอะไรกับการเลือกกรรมการมาตัดสินตัวเอง เรื่องนี้จึงถูกมองได้ว่าเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์เนื่องจากความทับซ้อนในบทบาทดังกล่าว
.
องคาพยพทางการเมืองเชิงสถาบันต่างๆ ดูเหมือนจะสท้อนภาพ "ระบอบสีน้ำเงิน" เป็นอย่างดีที่ดูจะเอื้ออำนวยและเปิดทางสะดวกให้กับเครือข่ายอำนาจนั้น หากรวบไว้หมด เวลาผลงานออกมาดี ถูกใจคนทุกกลุ่ม บริหารความคาดหวังได้ดีคุณก็ได้หน้า แต่หากเกิดความผิดพลาด รัฐบาลจะต้องรับแรงกระแทกกลับไปพลัสๆ แน่นอน และการรวบอำนาจก็มักเป็นอย่างหลังด้วย
.
ทางออกที่ดีที่สุดคือ รัฐบาลควรเปิดพื้นที่ให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุล ไม่ควรมองว่าการคัดค้านจากฝ่ายค้านหรือ สว. เสียงข้างน้อยเป็น "ภัยคุกคาม" เพราะการท้วงติงเหล่านั้นจะช่วยปิดจุดบอดและทำให้การบริหารประเทศรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร