ขอประธานรัฐสภารอร่าง รธน. ภาคประชาชนเข้าสภาพร้อมร่างพรรคการเมือง- หวัง 108 สว. โหวตวาระแรกเหมือนตุลา 68
วันนี้ (2 มิถุนายน 2569) ผมได้มีโอกาสร่วมแถลงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีความเชื่อมั่นในการผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ผ่านวาระแรก โดยชี้ให้เห็นถึงเงื่อนไขสำคัญในขั้นรับหลักการที่กฎหมายกำหนดว่าต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 67 เสียง
.
ผมยังหวังว่าร่างนี้และร่างที่มีหลักการทำนองเดียวกันจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. ครบตามเกณฑ์ เนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาวุฒิสภาชุดปัจจุบันนี้เคยลงมติเห็นชอบในหลักการของร่างรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนมาแล้วสูงถึง 108 เสียง แม้ว่าในคราวนั้นร่างของพรรคเพื่อไทยจะถูกตีตกไปก็ตาม
.
เมื่อพิจารณาสาระสำคัญของร่างฉบับที่กำลังนำเสนออยู่นี้จะพบว่ามีความคล้ายคลึงกับร่างที่ สว. เคยให้การสนับสนุนในอดีต คือไม่มีการเพิ่มอำนาจพิเศษใด ๆ ให้แก่สมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์การลงมติ 1 ใน 3, 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 5 ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการทำประชามติ และเนื่องจากองค์ประกอบของ สว. ในสภายังคงเป็นชุดเดิมจึงไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงหลักการที่เคยตัดสินใจไว้ จึงเชื่อว่า 108 เสียงเดิมจะเป็นฐานเสียงหลักที่ช่วยผลักดันให้ร่างนี้ผ่านวาระแรกไปได้ หากโหวตไปในทางอื่นจะตอบคำถามต่อประชาชนยากมาก
.
นอกจากนี้ผมแสดงความห่วงใยต่อกระแสสังคมที่อาจมองว่า สส. และ สว. ร่วมกันแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยเปิดเผยว่าในขณะนี้ภาคประชาชนกำลังอยู่ระหว่างการเดินหน้าเปิดรับฟังและรวบรวมรายชื่อจำนวน 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของภาคประชาชนเช่นกัน ซึ่งคาดว่ากระบวนการรวบรวมรายชื่อดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ จึงต้องการเรียกร้องไปยังประธานรัฐสภาให้พิจารณารอรายงานและรายชื่อจากภาคประชาชนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาไปพร้อม ๆ กัน วิธีนี้จะช่วยลดข้อครหาจากสังคมที่ว่ารัฐสภาทำเพื่อประโยชน์ของสมาชิกเองและจะเป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างแท้จริงตั้งแต่ต้นทาง
.
[ ‘ส.ว. อิสระ’ เดินหน้าล่าชื่อเสนอร่างตัวเอง - เตรียมหารือ ‘ปธ.ศาลรัฐธรรมนูญ’ เคลียร์ปมมีคูหาได้หรือไม่ ]
.ในการแถลงข่าวครั้งเดียวกันนี้ นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการขับเคลื่อนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในนามกลุ่ม สว. อิสระ
.
นรเศรษฐ์เปิดเผยว่าทางกรรมาธิการฯ ได้รับการประสานว่าจะอนุญาตให้เข้าหารือกับนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เวลา 10:00 น. เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่ารัฐสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้โดยตรง ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นประตูบานแรกในการทลายข้อถกเถียงและข้อจำกัดเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ตนจะทำหนังสือเชิญทุกพรรคการเมืองที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญส่งตัวแทนเข้าร่วมหารือในวันดังกล่าวพร้อมกัน เพื่อหาฉันทามติร่วมกันในการเดินหน้าทำงานได้ง่ายขึ้น
.
นรเศรษฐ์กล่าวต่อว่าตนและคณะทำงานได้ร่วมกันจัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อกำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน ความโปร่งใส และการตรวจสอบถ่วงดุล เพื่อให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน
.
นรเศรษฐ์ได้เน้นย้ำถึงจุดเด่นของร่างฉบับนี้ว่าแตกต่างจากร่างของพรรคการเมืองอื่นตรงที่จำกัดอำนาจรัฐสภาในการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างสุดท้าย โดยเปลี่ยนให้รัฐสภาทำหน้าที่เพียงผู้ตรวจสอบถ่วงดุลเท่านั้น ทั้งนี้เพราะมองว่า สส. และ สว. คือผู้เล่นในสมการการเมืองจึงไม่ควรเข้าไปแตะต้องหรือชี้ขาดเนื้อหา เพื่อให้ประชาชนเกิดความสบายใจและได้กติกาที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
.
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงโอกาสในการรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาเพื่อสนับสนุนร่างนี้ให้ทันก่อนวันที่ 7-8 กรกฎาคม นรเศรษฐ์ยอมรับว่าไม่ง่าย เนื่องจากเป็นร่างที่ริเริ่มโดยสมาชิกวุฒิสภาทำให้ต้องใช้เสียงสนับสนุนสูงถึง 140 เสียงซึ่งมากกว่าเกณฑ์ของ สส. แต่ยังคาดหวังว่า สส. และ สว. จะยึดถือหลักการเดียวกันในการเปิดโอกาสให้ทุกร่างได้เข้าไปนำเสนอในวาระแรก
.
ในส่วนของการเดินสายขอเสียงสนับสนุนขณะนี้ได้มีการประสานงานไปยังพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และอยู่ในระหว่างประสานไปยังพรรคเพื่อไทยรวมถึงพรรคอื่น ๆ ขณะที่กลุ่ม สว. ด้วยกันมีแกนนำกลุ่มประมาณ 10 กว่าคนรับทราบรายละเอียดแล้ว และเตรียมจะเสนอรายละเอียดให้ สว. คนอื่น ๆ ร่วมลงชื่อสนับสนุนในสัปดาห์หน้า
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น