'สมเกียรติ TDRI' ชำแหละจุดตายองค์กรอิสระไทย จี้ กกต. ส่งศาลฟันปม 'โกง สว.' หวั่นโดมิโนความไม่ชอบธรรมลามทั้งระบบ
วานนี้ (12 ก.ย.69) ช่วงสาย ที่ห้อง B1-2 อาคารรัฐสภา มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย” โดยมีไฮไลต์สำคัญตอนหนึ่งคือการกล่าวปาฐกถาพิเศษของ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์ถึงโครงสร้าง ปัญหา และทางออกขององค์กรอิสระในระบบการเมืองไทย พร้อมส่งสัญญาณเตือนถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีปัญหาความไม่โปร่งใสในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
.
สมเกียรติ เริ่มต้นด้วยการฉายภาพให้เห็นว่า ทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจ 3 ฝ่าย (บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ) อาจไม่เพียงพออีกต่อไปในการรักษาระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากฝ่ายบริหารมักพยายามรวบอำนาจ ฝ่ายนิติบัญญัติมักประนีประนอมผลประโยชน์ และฝ่ายตุลาการก็ไม่มีโครงสร้างในการตรวจสอบเชิงรุก ประเทศที่เขียนรัฐธรรมนูญในยุคหลังๆ รวมถึงไทย (รธน. 2560) จึงต้องสร้าง “อำนาจอธิปไตยที่ 4” ขึ้นมา นั่นคือ องค์กรอิสระ เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์กติกาและรักษาสมดุล
.
[ดาบสองคม: เมื่อองค์กรตรวจสอบกลายเป็น “รัฐอิสระ”]
.ประธาน TDRI ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญว่า การออกแบบองค์กรอิสระต้องรักษาสมดุลระหว่าง "ความเป็นอิสระ" และ "ความพร้อมรับผิด" (Accountability) หากระบบการเมืองอ่อนแอ หรือมีพรรคการเมืองผูกขาดอำนาจ องค์กรอิสระก็เสี่ยงที่จะถูกแทรกแซงและกลายเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง
.
พร้อมกันนี้ ยังได้ยกบทเรียนจากต่างประเทศ เช่น กรณีของประเทศบราซิล ที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีอำนาจมากจนสามารถนำนักการเมืองที่ทุจริตเข้าคุกได้ แต่ท้ายที่สุดกลับใช้อำนาจเกินขอบเขต แทรกแซงการเมืองจนทำเอาระบบการเมืองบราซิลพังทลาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หากไม่มีกลไกตรวจสอบที่ดีพอ ก็อาจกลายสภาพเป็น “รัฐอิสระ” ที่ละเมิดอำนาจฝ่ายบริหารที่มาจากประชาชนได้
.
[ผ่าจุดสลบองค์กรอิสระไทย: คอขวดอยู่ที่ “สว.”]
.เมื่อหันมามองประเทศไทย สมเกียรติระบุว่า โครงสร้างของไทยมีจุดอ่อนร้ายแรง 2 ประการที่สามารถทำให้ระบบล้มครืนได้ทั้งหมด ได้แก่ 1. กระบวนการสรรหาที่เป็นคอขวด 2. สว. ที่ผูกขาดอำนาจแต่งตั้ง
.
โดย ประธาน TDRI ชี้ว่า วุฒิสภาคือผู้แต่งตั้งทุกองค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต ไม่ว่าจะมี สว. ต่อไปหรือไม่ ระบบการสรรหาจะต้องไม่รวมศูนย์หรือมีจุดอ่อนแบบนี้อีก ต้องกระจายกระบวนการสรรหาให้หลากหลาย หากเกิดความล้มเหลวก็จะได้ล้มเพียงองค์กรเดียว ไม่ใช่ล้มทั้งระบบ
.
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการปรับแก้กลไกการถอดถอนองค์กรอิสระ ให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อฟ้องตรงต่อศาลฎีกาได้ โดยไม่ต้องผูกขาดการตรวจสอบไว้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพียงช่องทางเดียว เพื่อป้องกันการช่วยเหลือกันเอง
.
[จี้ กกต. ส่งศาลฟันปม “โกง สว.” ระวังข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่]
.ในช่วงท้ายของการปาฐกถา สมเกียรติได้เน้นย้ำถึง “วัฒนธรรมความพร้อมรับผิด” ว่าองค์กรอิสระต้องโปร่งใสและตอบคำถามสังคมได้ ซึ่งที่ผ่านมา กกต. สอบตกในเรื่องนี้ โดยเฉพาะประเด็นปัญหาการเลือก สว. และ สส. ที่มักเลือกตอบเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้า
.
ประธาน TDRI ได้เรียกร้องโดยตรงไปยัง กกต. กรณีข้อครหาการทุจริตกาารได้มาซึ่ง สว. ว่า กกต. ควรส่งเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลเพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรด่วนรับรองผลไปเองทั้งที่ระบบยังคลุมเครือ
.
สมเกียรติ ทิ้งท้ายด้วยว่า การได้มาซึ่ง สว. มีความสำคัญมาก เพราะหากที่มาของ สว. ไม่ชอบธรรมและไม่กระจ่างชัด ความไม่ชอบธรรมนั้นจะถูกส่งต่อไปยังทุกองค์กรอิสระที่ สว. ชุดนี้เป็นผู้สรรหามา การที่ กกต. ไม่ส่งเรื่องให้ศาลตัดสิน อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น