'ภราดร' แจงเหตุเอกสารงบฯ 'ส่วนราชการในพระองค์' มี 8 หน้า เพราะส่วนใหญ่ก็คือเงินเดือนของบุคลากร จึงไม่มีความหนามากนัก




11 ก.ย. 2569 ช่วงหนึ่งของการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายหลังสมาชิกวุฒิสภาอภิปรายจนแล้วเสร็จ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบประเด็นที่ผมสอบถามเรื่อง 'ส่วนราชการในพระองค์' ซึ่งมีงบประมาณจัดสรรถึง 9,900 ล้านบาท แต่เอกสารประกอบงบประมาณหรือขาวคาดแดงกลับมีรายละเอียดเพียง 8 หน้ากระดาษเท่านั้นว่า ส่วนราชการในพระองค์ส่วนใหญ่แล้วเป็นงบเงินเดือนของบุคลากร ข้าราชการในพระองค์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เอกสารในการชี้แจงจะไม่มีความหนามากนัก เพราะส่วนใหญ่ก็คือเงินที่เป็นเงินเดือนของบุคลากร
.

[ขอรัฐบาลวางมาตรฐานเอกสารงบประมาณ]

.
สำหรับประเด็นที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตอบนั้น เป็นประเด็นที่ผมอภิปรายในช่วงท้ายสั้นๆ โดยฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่จัดสรรงบประมาณ ให้ความสำคัญกับ "มาตรฐาน" และ "รายละเอียด" ของเอกสารประกอบงบประมาณหรือเอกสารขาวคาดแดง เพราะเป็นข้อมูลที่มีรายละเอียดเท่าที่ประชาชนหรือสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณจะได้ทราบ โดยได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจนว่า บางส่วนราชการได้รับงบประมาณสูงถึง 9,900 ล้านบาท แต่กลับมีเอกสารชี้แจงรายละเอียดเพียง 8 หน้า ในขณะที่กระทรวงพลังงาน งบ 2,200 ล้านบาท มีเอกสารชี้แจง 125 หน้า และกระทรวงอุตสาหกรรม งบ 4,500 ล้านบาท มีเอกสารชี้แจงถึง 244 หน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นมาตรฐานหรือไม่ จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่จัดสรรงบประมาณ ให้ความสำคัญกับ "มาตรฐาน" และ "รายละเอียด" ตรงนี้
.
อย่างไรก็ตาม การอภิปรายของผมเน้นไปที่มาตราที่ 32 ว่าด้วยหน่วยงานขององค์กรอิสระ ซึ่งผมอภิปรายเฉพาะส่วนของ กกต. ขอรับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 4,300 ล้านบาท แต่ได้รับอนุมัติจริงเพียง 2,700 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วถึง 600 ล้านบาท แม้ส่วนตัวจะมองว่าเป็นตัวเลขที่น้อยเกินไปสำหรับองค์กรที่มีความสำคัญระดับนี้ แต่เมื่อพิจารณาจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ก็ทำให้เกิดความกังวลว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ได้หรือไม่ เพราะขนาดปีที่แล้วได้งบฯ มากกว่า สังคมยังมีคำถาม
.

[วิสัยทัศน์ "มืออาชีพ" สวนทางความเป็นจริง]

.
ผมตั้งคำถามอย่างหนักแน่นถึงวิสัยทัศน์ของ กกต. ที่ต้องการเป็นที่ยอมรับในระดับสากลและจัดการเลือกตั้งอย่าง "มืออาชีพ" โดยยกตัวอย่างการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยที่สุดนับตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 แต่กลับสร้างสถิติมี "บัตรเสีย" มากที่สุดถึง 3 ล้านใบ รวมถึงปัญหาความล่าช้าในการนับและรายงานผลคะแนน
.
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความสับสนในการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ไม่มีมาตรฐาน โดยในการลงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ แบบแบ่งเขต และการทำประชามติ บัตรทั้ง 3 แบบกลับมีรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางแบบมีทั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด บางแบบมีแค่คิวอาร์โค้ด และส่วนบัตรประชามติไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ เลย อันนี้น่าจะขัดกับวิสัยทัศน์ "มืออาชีพ" หรือไม่
.

[โพลชี้ชัด ประชาชนเกินครึ่งไม่เชื่อมั่นความเป็นกลาง]

.
ในด้านเกณฑ์การวัดผล (KPI) กกต. ตั้งเป้าหมายความน่าเชื่อถือและความเป็นกลางในปี 2569 ไว้ที่ร้อยละ 84 และเพิ่มเป็นร้อยละ 85 ในปี 2570 แต่ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันพระปกเกล้ากลับสะท้อนภาพที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยประชาชนเกินครึ่งให้คะแนนความเชื่อมั่นเรื่องความเป็นกลางและการไม่ถูกแทรกแซงทางการเมืองของ กกต. อยู่ในระดับ "น้อยถึงน้อยมาก" จึงไม่แน่ใจว่าที่ กกต. ตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ 84 ในปีนี้ประเมินอย่างไร และจะมั่นใจว่าจะได้เพิ่มอีกร้อยละ 1 ในปี 70 ได้อย่างไร
.
ผมตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ความไม่เชื่อมั่นจากผลโพลนี้ นอกเหนือจากการสะท้อนภาพการทำงานของ กกต. แล้ว อาจเป็นผลพวงมาจากกระบวนการสรรหา กกต. เนื่องจาก กกต. 4 ใน 7 คนชุดปัจจุบัน ผ่านการเห็นชอบจาก สว. ชุดนี้ ซึ่งตัว สว. เองก็ยังคงถูกตั้งคำถามจากสังคมเรื่องกระบวนการได้มาเช่นกัน และต้องอยู่ในดุลยพินิจของ กกต. ที่ตั้งไป จึงอาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนน่าจะสังเกตเห็นและสะท้อนออกมาเป็นความไม่เชื่อมั่นดังกล่าว
.

[ทวงถามงบประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่]

.
ประเด็นสำคัญอีกประการที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การละเลยงบประมาณสำหรับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงจะให้ฉันทามติไว้แล้ว แต่งบประมาณของ กกต. ในหมวดการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ กลับถูกกันไว้สำหรับการเลือกตั้งซ่อมเท่านั้น และเมื่อเจาะลึกไปที่ไส้ในของงบประมาณ กลับพบว่างบกว่า 2 ใน 3 ถูกนำไปใช้กับค่าก่อสร้างอาคาร ค่าเช่ายานพาหนะ และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งไม่ตอบโจทย์การสร้างคุณภาพให้กับการออกเสียงของประชาชน และที่แน่นอนคือไม่มีการตั้งงบประมาณเตรียมการจัดทำประชามติครั้งที่ 2 ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร