ความพร้อมเรื่องการจัดการเลือกบอร์ดประกันสังคม?
วันนี้ นอกจากกระทู้ด้วยวาจาถามความพร้อมเรื่องการจัดการเลือกบอร์ดประกันสังคม รมว.แรงงาน จะไม่มาตอบเป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว ยังได้รับแจ้งว่า กระทู้เป็นหนังสือ 2 กระทู้ ก็ไม่อาจบรรจุเข้าระเบียบวาระประชุมอีก เห้อ
.
สองกระทู้เป็นหนังสือที่ไม่อาจบรรจุได้นั้น ประกอบด้วย
1. การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองและรับรองสิทธิของแรงงานแพลตฟอร์ม และมาตรการแก้ไขเยียวยาปัญหาระยะสั้นระหว่างที่กระบวนการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายยังไม่แล้วเสร็จ
2. ความคืบหน้าและรายละเอียดของกระบวนการการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 และขอทราบข้อท้วงติงของคณะกรรมการกฤษฎีกา
.
สำหรับประเด็นความพร้อมในการจัดการเลือกบอร์ดประกันังคม ที่เหลืออีกเพียง 12 วันนี้ มีประเด็นที่น่ากังวล ไม่ใช่ว่าผมเพิ่งมาจั้งกระทู้ แต่ผมตั้งกระทู้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไม่ได้มาตอบข้อซักถาม โดยในครั้งแรกชี้แจงว่าติดภารกิจลงพื้นที่ภาคใต้ และครั้งที่สองระบุว่าติดประชุมสภา อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกลับสามารถแบ่งเวลามาตอบกระทู้ได้ได้ แม้รัฐมนตรีแรงงานจะออกมาชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กในภายหลัง แต่ผมมองว่าหากเดินมาตอบในสภาด้วยตนเองจะสร้างความชัดเจนได้มากกว่า พร้อมเดินหน้าตั้งคำถามสำคัญที่ยังไร้คำตอบจากโพสต์ดังกล่าว
.
[ความย้อนแย้ง: ตกลง "พร้อม" หรือ "ไม่พร้อม"?]
.ประเด็นสำคัญที่สะท้อนการความขัดแย้งกันเอง แม้รัฐมนตรีจะโพสต์เฟซบุ๊กยืนยันจุดยืนการเป็น “คนกลาง” เพื่อรองรับการเลือกตั้งให้ราบรื่น ไม่ลอยตัวเหนือปัญหา และยืนยันว่าการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง (ที่ให้เพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้ง) เป็นเพียงกระบวนการปกติ ไม่ได้หวังล้มกระดาน แต่ในเอกสารคำร้องที่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกลับอ้างเหตุผลว่า "ไม่มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง"
.
สรุปแล้วท่านพร้อมตามที่โพสต์ หรือไม่พร้อมตามเหตุผลที่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง? หากสุดท้ายศาลมีคำสั่งให้ชะลอการเลือกตั้งในสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันจริง กระทรวงแรงงานมีมาตรการรองรับความเสียหายอย่างไร สำหรับผู้ประกันตนที่เตรียมตัวลางานหรือเสียสละเวลาเพื่อไปใช้สิทธิ
.
นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องเร่งทวงเพราะเวลาเหลือน้อยมากคือความคืบหน้าของคู่มือการปฏิบัติงานของกรรมการประจำหน่วย แนวทางการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย ระบบป้องกันการลงคะแนนซ้ำ รวมถึงเวทีประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร และกลไกการสังเกตการณ์นับคะแนนของผู้ประกันตน ว่ามีความชัดเจนและจะการันตีประสิทธิภาพได้มากน้อยเพียงใด
.
[งบประชาสัมพันธ์สูงกว่าปี 66 แต่กระแสเงียบกริบ]
.อีกหนึ่งความน่ากังวลคือ "ประสิทธิภาพ" ในการสร้างการรับรู้ ในช่วงแรกของการเปิดรับลงทะเบียน ตัวเลขผู้มาลงทะเบียนน้อยมากจนน่าตกใจ (ไม่ถึง 9 แสนคน) ก่อนจะมากระโดดขึ้นอย่างผิดสังเกตในช่วงไม่กี่วันสุดท้าย (แม้ล่าสุดจะไม่ต้องลงทะเบียนแล้ว)
.
จากการตรวจสอบพบว่า สำนักงานประกันสังคมเพิ่งลงนามจ้างบริษัทเอกชนเพื่อทำประชาสัมพันธ์ (PR) หลังจากเปิดรับลงทะเบียนไปแล้วถึง 1 เดือน หรือเหลือเวลาเพียง 10 กว่าวันก่อนปิดรับลงทะเบียน ทั้งที่รัฐมนตรียืนยันว่าจะใช้ระบบเดิมในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าถึง 2 เดือน เหล่านี้สะท้อนประสิทธิภาพในการดำเนินงานหรือไม่
.
ที่สำคัญแม้งบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์และการดำเนินงานในปีนี้จะสูงกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แต่กระแสในสังคมกลับเงียบเหงา ภาพรวมการสื่อสารและการมีส่วนร่วมต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังจะเห็นได้จากยอดการรับชมใคลิปหรือโพสต์ที่ทางสำนักงานประกันสังคมเผยแพร่
.
ผมจึงหวังว่ารัฐมนตรีตรวจสอบการทำงานของทีมประชาสัมพันธ์ รวมถึงสาเหตุที่ยอดการลงทะเบียนพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันในช่วงท้าย ว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อให้เป็นหลักประกันว่านโยบายที่รัฐมนตรีเคยประกาศไว้ว่าต้องดำเนินการด้วยความ “เรียบร้อย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ” จะเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เป็นเพียงข้อความที่สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้ประกันตนและสังคม
.
ต้องย้ำอีกครั้งว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิของผู้ประกันตนหลายล้านคน ซึ่งสังคมยังคงต้องจับตาดูต่อไปว่า กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมจะออกมาชี้แจงและสร้างความมั่นใจต่อกระบวนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้อย่างไร
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น