สรุปวงเสวนา "จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย"
ช่วงบ่าย วันนี้ (12 ก.ย.69) ที่ห้องประชุม B1-2 อาคารรัฐสภา มีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย” โดยมีนักวิชาการร่วมสะท้อนความเสื่อมถอยของสถาบันองค์กรอิสระ พร้อมจับตาวาระสำคัญในวันที่ 14 กันยายนนี้ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะชี้ชะตาคดีการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งถูกมองว่าเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของประชาธิปไตยไทย
.
[“หนีเสือปะจระเข้” เมื่อองค์กรอิสระถูกกลืนกิน]
.ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ หนึ่งในผู้มีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงขององค์กรอิสระที่ถอยหลังลงคลอง จากเจตนารมณ์ที่บิดเบี้ยว โดยย้อนไปว่า กกต. ถูกตั้งขึ้นใน รธน. 2540 เพื่อให้เป็นคนกลางจัดการเลือกตั้งแทนกระทรวงมหาดไทย แต่ปัจจุบัน กกต. กลับต้องไปพึ่งพากระทรวงมหาดไทยในการจัดเลือกตั้ง สว. เปรียบเสมือนการ "หนีเสือปะจระเข้" ส่งผลต่อโดมิโนแห่งความไม่เป็นกลาง เนื่องจากการเข้าสู่ตำแหน่งขององค์กรอิสระในปัจจุบันล้วนมาจากความเห็นชอบของ สว. เมื่อ สว. ไม่เป็นกลาง องค์กรอิสระจึงขาดความน่าเชื่อถือตามไปด้วย
.
จี้ กกต. ใช้บรรทัดฐาน "วิญญูชน" ธงทอง เรียกร้องว่าในการตัดสินคดีฮั้ว สว. วันที่ 14 ก.ย. นี้ กกต. ต้องพิจารณาหลักฐานเชิงประจักษ์ (เช่น การใส่เสื้อเหมือนกัน, พักที่เดียวกัน) ด้วยสามัญสำนึกของวิญญูชน หากตัดสินค้านสายตาประชาชน ต้องมีคำอธิบายทางกฎหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่ใช้เพียงหลัก "พวกมากลากไป"
.
[แฉขบวนการจัดตั้ง สว. เตือน กกต. ระวัง ม.157]
.ผู้อภิปรายอีกคน ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจาะลึกถึงช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ 2560 และกระบวนการเลือก สว. ที่ผิดปกติ
.
โดยเริ่มจากการสะท้อนปัญหาไร้ช่องทางตรวจสอบ เนื่องจาก รธน. 2560 ตัดช่องทางการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ทำให้องค์กรอิสระมีอำนาจล้นพ้นแต่ตรวจสอบไม่ได้
.
กระบวนการเลือก สว.ที่ผ่านมาเห็นถึงพฤติกรรมจัดตั้งชัดเจน พบความผิดปกติมากมาย เช่น ผู้สมัครยอมจ่ายเงินและเดินทางไกลแต่ไม่เลือกตัวเองในรอบสุดท้าย, การเขียนตัวเลขซ้ำแบบไม่เรียงลำดับ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ
.
ทางแพร่งของ กกต. โดยสิริพรรณ ชี้ว่า มีสำนวนเสนอให้ฟ้อง 229 คน, 138 คน และเสนอไม่ฟ้องเลย สิ่งที่น่ากังวลคือ กกต. อาจพยายามรักษา สว. ไว้ให้ได้ 67 เสียงเพื่อสกัดกั้นการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมเตือน กกต.หาก ยกฟ้องโดยค้านกับพยานหลักฐาน อาจเสี่ยงถูกฟ้องร้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 โดยผู้สมัคร สว. ที่ตกรอบสามารถเป็นผู้เสียหายฟ้องร้องได้
.
[วิกฤตประชาธิปไตยไทย ภายใต้เงื้อมมือกลุ่มอำนาจเดี่ยว]
.วิทยากรอีกคน รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเมินภาพรวมว่า การตัดสินใจของ กกต. จะเป็นตัวชี้วัดว่าประชาธิปไตยไทยจะเสื่อมทรุดลงไปอีกหรือไม่ นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นปัญหาอำนาจนิยมผ่านการเลือกตั้ง โดยสถาบันต่างชาติจัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่ประชาธิปไตยบกพร่องและไม่เสรี เสาหลักประชาธิปไตยถูกทำลาย พร้อมทั้งภาพสะท้อนเผด็จการเบ็ดเสร็จรูปแบบใหม่ เนื่องจากปัจจุบันมีกลุ่มการเมืองเดียวที่ยึดกุมอำนาจทั้ง นิติบัญญัติ, บริหาร, และองค์กรอิสระ (รวมถึงศาล รธน. และศาลปกครอง) ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลไม่ทำงาน องค์กรอิสระกลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง
.
ประจักษ์ ย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดคือ "แก้รัฐธรรมนูญ" เนื่องจาก ต้นตอของปัญหาคือ รธน. 2560 ที่เป็นผลพวงจากการรัฐประหาร หากไม่แก้ไขที่มาและอำนาจของ สว. รวมถึงองค์กรอิสระ การเมืองไทยก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้
.
วงเสวนายังมี บทสรุปและก้าวต่อไปของภาคประชาชน ในช่วงท้าย วิทยากรต่างเห็นตรงกันว่า วันที่ 14 ก.ย. ไม่ใช่วันสิ้นสุด แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ภาคประชาชนยังคงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและส่งเสียงทวงถามความยุติธรรม
.
ด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ได้ฝากข้อคิดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า ตนไม่ได้กลัว กกต. ใจดำ แต่กลัว กกต. ใจน้ำเงิน หวังว่าจะทำตามกฎหมายเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นขององค์กรอิสระกลับมา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น