อนุฯ พัฒนาการเมือง สว. ถกประเด็นจัดการ #ขยะ ดึง "อาจารย์สมบัติ" ชี้ช่องโหว่กฎหมาย จี้รัฐเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

วานนี้ (2 ก.ย.69) ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา มีวาระสำคัญหนึ่งคือการพิจารณารายงานข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะในระดับประเทศ โดยได้เชิญ อาจารย์สมบัติ เหตระกูล จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เข้าร่วมให้ข้อมูลและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา


.

[ชี้ต้นตอปัญหาขยะคือ "การเมืองและการบริหาร"]

.
อาจารย์สมบัติ เปิดเผยในที่ประชุมว่า ประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องขยะมาตั้งแต่ปี 2440 หรือกว่า 100 ปีมาแล้ว แต่ปัจจุบันยังคงใช้วิธีการจัดการแบบเดิมคือการประมูลให้เอกชนเข้ามาจัดการและการเผาทำลาย ปัญหาหลักในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี เศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อม แต่อยู่ที่ "การเมืองและการบริหารจัดการ" การแก้ปัญหาที่ผ่านมาติดหล่มกับการมองขยะเป็นเพียง "มูลฝอย" และใช้วิธีฝังกลบ ทั้งที่ทิศทางของโลกในปัจจุบันเน้นการมองขยะเป็นทรัพยากร และมุ่งสู่การใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการจัดการขยะแบบวงรอบปิดที่นำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่
.

[จี้แก้กฎหมายทั้งระบบ - ผลักดันความรับผิดชอบของผู้ผลิต ]

.
อาจารย์สมบัติ เสนอว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายบริหารจัดการขยะทั้งระบบ ไม่ใช่มีเพียงกฎหมายรายกระบวนการที่ยึดติดกับเฉพาะหน่วยงาน โดยกฎหมายดังกล่าวควรครอบคลุมเนื้อหา 8 ด้าน ตั้งแต่นโยบาย กลไกเชิงสถาบัน โครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงมาตรการจัดการและเครื่องมือทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอประเด็นสำคัญ ดังนี้:
.
> ต้องมีการนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ เช่น การเก็บค่ามัดจำบรรจุภัณฑ์เพื่อจูงใจให้เกิดการรีไซเคิล
.
> ต้องใช้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ต้องร่วมรับผิดชอบ
.
> ปัจจุบันภาระการเก็บรวบรวมและกำจัดขยะตกอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินดูแลปลายทาง ในขณะที่ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้นทางเป็นของเอกชนซึ่งไม่ต้องรับผิดชอบ
.
> แนวคิด 3R (Reduce, Reuse, Recycle) ที่ไทยใช้อยู่ถือว่าล้าหลัง เพราะต่างประเทศก้าวไปถึงระดับ 7R - 15R แล้ว
.

[ชำแหละ "โรงไฟฟ้าขยะ" กับผลประโยชน์และเงินเทา]

.
ในประเด็นการนำขยะมาผลิตเป็นพลังงาน อาจารย์สมบัติได้แสดงจุดยืนคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะมาโดยตลอด โดยระบุว่าโรงเผาขยะเป็นแนวคิดเมื่อ 50 ปีก่อน และมีต้นทุนมหาศาลหากจะก่อสร้างในปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้โรงไฟฟ้าขยะเกิดขึ้นได้จำนวนมาก เป็นเพราะการผลักดันทางนโยบายที่ให้เงินอุดหนุนเชื้อเพลิงขยะมากกว่าพลังงานด้านอื่น
.
> โรงไฟฟ้าขยะจะทำกำไรได้สูงสุดในช่วง 7 ปีแรกจากการได้ทั้งค่ากำจัดขยะจาก อปท. และเงินอุดหนุนจากรัฐ แต่หลังจากนั้นเมื่อเริ่มไม่คุ้มทุนก็จะถูกทิ้งร้าง ก่อให้เกิดมลพิษตามมา
.
> การแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการเหล่านี้ทำให้ อปท. หลายแห่งเสพติดการสร้างโรงไฟฟ้าขยะ จนกลายเป็นแหล่งเงินเทา
.
> การตั้งโรงไฟฟ้าขยะสร้างความต้องการปริมาณขยะที่สูงขึ้นจนต้องขุดขยะเก่าขึ้นมาใช้ ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มุ่งลดปริมาณขยะ
.

[เร่งกระจายอำนาจ - ปลดล็อกข้อจำกัดท้องถิ่น]

.
วงประชุมยังมีการแลกเปลี่ยนและเห็นพ้องว่า การกระจายอำนาจเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาขยะ ท้องถิ่นควรมีอำนาจในการจัดการขยะในพื้นที่ของตนเองเพราะรู้ปัญหาดีที่สุด แต่ปัจจุบัน อปท. กลับขาดแคลนงบประมาณ บุคลากร และรถเก็บขยะ อีกทั้งยังถูกจำกัดด้วยกฎหมายส่วนกลางที่บังคับให้เก็บค่าธรรมเนียมเท่ากันทั่วประเทศ ทั้งที่ต้นทุนและบริบทการจัดการขยะของเมืองใหญ่และชนบทมีความแตกต่างกันมาก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร