เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?



ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 มีวาระเรื่อง “การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม” ในภาควิชาการ ซึ่งเชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ร่วมแสดงความเห็นในหัวข้อดังกล่าว
.
ผศ. ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าการปฏิรูประบบเลือกตั้งควรเริ่มจากการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) ซึ่งทำได้ง่ายกว่าการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะไม่ต้องใช้เสียงวุฒิสภา 1 ใน 3 และเห็นว่าการแก้กระบวนการจัดการเลือกตั้งจะทำได้ง่ายกว่าการแก้ระบบโดยรวม เพราะที่ผ่านมาปัญหาการเลือกตั้งล้วนเกิดจากกระบวนการเลือกตั้งแทบทั้งสิ้น ตั้งแต่ระดับบัตรเลือกตั้งจนถึงขั้นตอนวิธีการเลือกตั้ง ซึ่งหากสามารถแก้ไขกระบวนการเลือกตั้งได้แล้ว กกต. ก็จะสามารถกล้าที่จะทำงานมากขึ้น
.
ด้าน ศ. ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอว่าประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่เปิดให้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ 3 คนซึ่งทำให้เกิดทางตันทางการเมืองเมื่อตัวเลือกหมดลง ขณะที่ระบบรัฐสภาทั่วไปผู้ที่ได้รับความไว้วางใจที่สุดก็ได้เป็นนายกฯ พร้อมชี้ว่าการเลือกตั้งที่เสรีคือการที่ประชาชนตัดสินใจได้โดยปราศจากอิทธิพลของอามิสสินจ้างหรือความกลัว และบัตรเลือกตั้งต้องเป็นความลับเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เลือก ขณะที่ความเป็นธรรมคือการเปิดโอกาสให้ทุกพรรคแข่งขันอย่างเท่าเทียม
.
ศ.ดร.สิริพรรณยังเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายเลือกตั้ง 5 ประการ ได้แก่
.
1) ให้หมายเลขผู้สมัครระบบเขตและบัญชีรายชื่อตรงกัน เพื่อลดความสับสนและเสริมพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง
2) ให้ กกต. ทบทวนการแบ่งเขตเลือกตั้งจากที่เดิมกำหนดให้ประชากรแต่ละเขตต่างกันไม่เกินร้อยละ 10 เพราะอาจไม่สะท้อนเขตวัฒนธรรมและชุมชน
3) ขยายเวลาการเลือกตั้งล่วงหน้าให้มากกว่า 1 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
4) เพิ่มหน่วยเลือกตั้งที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการและผู้สูงวัย พร้อมบันทึกข้อมูลไว้เพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต
5) ให้ประกาศผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการภายใน 1–2 วัน หลังปิดหีบเพื่อลดความล่าช้า
.
ศ. ดร.สิริพรรณยังระบุว่า การแก้มาตรา 90 ของรัฐธรรมนูญที่ว่า “พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้” เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้หมายเลข สส. บัญชีรายชื่อและ สส. เขตตรงกัน และเห็นว่า กกต. อาจตีความใหม่ให้ยืดหยุ่นได้ แต่เพื่อความมั่นใจควรแก้รัฐธรรมนูญไปพร้อมกัน พร้อมระบุว่าปัญหาสำคัญของระบบปัจจุบันคือการออกแบบให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ทั้งรัฐธรรมนูญและ พรป. ล้วนสร้างข้อจำกัดต่อการเติบโตของพรรคการเมือง พร้อมเสนอให้ยกเลิกการกำหนดตัวเลือกนายกรัฐมนตรี 3 คน และให้ผู้ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากสภาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักระบบรัฐสภา
.
ขณะที่ รศ. ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง อนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ชี้ว่าการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมต้องคำนึงทั้งผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ควรถูกครอบงำด้วยกติกาที่ไม่สมเหตุสมผล โดยระบุปัญหาหลัก 3 ด้าน คือ
.
1) ระบบเลือกตั้งเปลี่ยนบ่อย ทำให้ประชาชนสับสน และ กกต. เองก็ต้องตีความกฎหมายใหม่ทุกครั้ง
2) ความไม่เป็นกลางของผู้จัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ กกต. ที่ขาดภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญและโปร่งใส
3) บรรยากาศทางการเมืองจำกัดตัวเลือก พรรคการเมืองหน้าใหม่ถูกกีดกันหรือถูกยุบ ทำให้พรรคขนาดใหญ่ผูกขาดอำนาจและระบบอุปถัมภ์
.
ส่วน อ. ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข จากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เสรี” หมายถึงการเลือกตั้งที่ปราศจากการข่มขู่และจำกัดเสรีภาพ ส่วน “เป็นธรรม” หมายถึงกระบวนการเที่ยงธรรมและโปร่งใสตลอดทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง โดยเสนอให้บัตรเลือกตั้งมีทั้งหมายเลข ชื่อ และรูปผู้สมัครเหมือนในต่างประเทศเพื่อลดบัตรเสีย พร้อมแนะให้เพิ่มการอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งและสร้างระบบอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงวัย คนพิการ และผู้ใช้แรงงานซึ่งอาจยังต้องทำงานในวันเลือกตั้ง
.
อ. ดร.ปุรวิชญ์ยังชี้ว่า กกต. ควรเปิดรับผู้สังเกตการณ์มากขึ้น และเตรียมรับมือกับการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ TikTok ที่มีอิทธิพลสูง พร้อมเตือนว่าการทำประชามติในประเด็นซับซ้อน เช่น รัฐธรรมนูญหรือ MOU ไทย–กัมพูชา อาจสร้างความเข้าใจผิดได้หากประชาชนไม่มีข้อมูลรอบด้าน การทำประชามติควรจำกัดเฉพาะเรื่องที่ประชาชนเข้าใจง่าย เช่น สวัสดิการหรือวันลาพักร้อนแบบในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และย้ำว่าประชามติไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ต้องเป็นกระบวนการที่สร้างฉันทามติของประชาชนอย่างแท้จริง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร