อย่าฝืนมติประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเป็นนโยบายหลัก เตรียมทวงถามจุดยืนรัฐบาล
ในช่วงวันที่ผ่านมามีรายงานข่าวที่อ้าง “แหล่งข่าว” ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนในเวลานี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข่าวดังกล่าวจะยังไม่ใช่ท่าทีอย่างเป็นทางการของพรรคแกนนำรัฐบาลใหม่ และหวังว่าความเป็นจริงแล้วรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะให้ความสำคัญกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในฐานะ “นโยบายหลัก” ของรัฐบาล
.
เหตุผลสำคัญคือประชาชนได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนผ่านกระบวนการประชามติแล้ว โดยผลประชามติที่ผ่านมามีผู้เห็นชอบ 21,622,029 เสียง คิดเป็นสัดส่วนกว่า 58.64% ของผู้มาใช้สิทธิ นี่คือเสียงสะท้อนของประชาชนจำนวนมหาศาลที่ต้องการเห็นการปรับปรุงกติกาสูงสุดของประเทศ
.
ด้วยเหตุนี้สิ่งที่สังคมคาดหวังคือการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการออกแบบกระบวนการร่างที่ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ประชาชนได้แสดงออกไว้แล้วผ่านประชามติ
.
ผมเห็นว่าการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สามารถดำเนินไปพร้อมกับการแก้ไขปัญหาอื่นของประเทศได้ เพราะบทบาทหลักในกระบวนการนี้อยู่ที่รัฐสภา และเมื่อมีการจัดตั้งองค์กรร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาแล้วภารกิจหลักก็จะเป็นหน้าที่ขององค์กรดังกล่าวร่วมกับประชาชนในการยกร่างกติกาใหม่ของประเทศ
.
ดังนั้นการทำหน้าที่นี้ไม่ได้ทำให้ภารกิจอื่นของรัฐบาลต้องหยุดชะงักหรือเสียไป ตรงกันข้ามหากเราสามารถปรับปรุงรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นและมีประชาชนเป็นศูนย์กลางมากขึ้นก็จะช่วยให้องคาพยพต่าง ๆ ของรัฐรวมถึงภาคประชาสังคม สามารถทำหน้าที่ตอบสนองต่อความต้องการ ความคาดหวัง และแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
.
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง กระบวนการของรัฐสภาที่จะกำหนดวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงควรออกแบบให้โปร่งใสและเปิดกว้าง เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มก้อนทางการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง “กินรวบ” กระบวนการทั้งหมด
.
เพราะหากวิธีการร่างถูกออกแบบให้เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่เพียงแต่จะทำให้โอกาสที่รัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติในรอบถัดไปยากขึ้น แต่ยังทำให้เป้าหมายสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นคือการเป็นกติกากลางที่ทุกฝ่ายในสังคมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มการเมืองใดสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นประชาธิปไตยก็อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
.
ด้วยเหตุนี้ผมหวังว่าในการแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้เราจะได้เห็นกรอบการทำงานที่ชัดเจนของรัฐบาลในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติที่ประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ไว้แล้ว
.
ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา เมื่อถึงวันที่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาผมจะเตรียมทวงถามความชัดเจนในประเด็นเหล่านี้ เพื่อให้สังคมได้รับคำตอบว่ารัฐบาลชุดใหม่มีแนวทางอย่างไรในการทำให้เจตจำนงของประชาชนที่สะท้อนผ่านประชามติกลายเป็นรูปธรรมได้ในที่สุด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น