หนุนเดินหน้าวัฒนธรรมรักษ์โลก แต่ต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการปกป้องทรัพยากร



 
วันนี้ (24 มีนาคม 2569) ในที่ประชุมวุฒิสภา ผมได้ร่วมอภิปรายวาระพิจารณารายงานการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เพื่อสร้างวัฒนธรรมรักษ์โลก ซึ่งคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมพิจารณาเสร็จแล้ว โดยแสดงความชื่นชมโครงการ “คนดีรักโลก” ที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม และสะท้อนบทบาทของวุฒิสภาในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐกับสังคมพร้อมทั้งนำข้อสรุปไปต่อยอด
.
อย่างไรก็ตามผมตั้งข้อสังเกตว่า รายงานดังกล่าวให้ความสำคัญกับการปลูกจิตสำนึกในระดับปัจเจกเป็นหลัก ผ่านการรณรงค์หรือระบบการศึกษา ซึ่งแม้จะมีความสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอในโลกความเป็นจริงที่ความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีโครงการพัฒนาหรืออุตสาหกรรมที่กระทบต่อชุมชน ทำให้เกิดความรักคนละแบบระหว่างฝ่ายพัฒนาและฝ่ายปกป้องทรัพยากร จนนำไปสู่ข้อพิพาท การดำเนินคดี และในอดีตถึงขั้นใช้ความรุนแรง
.
ผมยังชี้ว่าปัจจุบันแม้ความรุนแรงทางกายภาพจะลดลง แต่กลับเพิ่มการใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือฟ้องร้องปิดปากประชาชน (SLAPP) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเปิดเผยปัญหามลพิษ การจัดการกากอุตสาหกรรม หรือการเคลื่อนไหวปกป้องทรัพยากร ซึ่งมักถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก รวมถึงการใช้กฎหมายการชุมนุมสาธารณะเพื่อควบคุมมากกว่าส่งเสริมสิทธิ ผมจึงเสนอให้มีการปฏิรูปกฎหมายเพื่อคุ้มครองการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างจริงจัง
.
พร้อมกันนี้ ผมเรียกร้องให้วุฒิสภาเร่งผลักดันกฎหมายสิ่งแวดล้อมสำคัญที่อยู่ระหว่างกระบวนการ เช่น ร่าง พรบ.อากาศสะอาด ร่าง พรบ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) และร่างร่าง พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงกฎหมายพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อสร้าง “สภาพแวดล้อมทางกฎหมาย” ที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยย้ำว่าหากต้องการสร้างคนที่ลุกขึ้นมารักโลก รัฐต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนสามารถแสดงออกและปกป้องทรัพยากรได้อย่างแท้จริง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?