ประมงพื้นบ้าน-ภาคประชาชน ผนึกกำลังยื่นหนังสือ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ สว. ร้องตรวจสอบการแก้ พรบ. ประมงฯ ม. 69 หวั่นทะเลไทยร้างใน 3 ปี



เครือข่ายสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย นำโดยปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยสิริพรรณี สุปรัชญา ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้ทรัพยากรทะเลไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีรักษาการ (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ผ่านนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการแก้ไขพระราชบัญญัติการประมง โดยเฉพาะในส่วนของ "มาตรา 69" และ "มาตรา 57" พร้อมแสดงความกังวลอย่างหนักว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะนำไปสู่การทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน และอาจทำให้ทะเลไทยอยู่ในสภาพรกร้างได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี
.
ปิยะเปิดเผยว่าทางสมาคมฯ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2567 โดยพบความไม่ชอบมาพากลในการผลักดันให้แก้ไขมาตรา 69 เพื่ออนุญาตให้ใช้อวนที่มีขนาดตาต่ำกว่า 2.5 เซนติเมตร ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อทำการประมง ตาอวนจะหนีบตัวจนมีสภาพไม่ต่างจากมุ้งกันยุง การแก้ไขกฎหมายนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมประมงและเรือขนาดใหญ่ที่เกิน 150 ตันกรอสจำนวนเพียง 175 ลำเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงเรือประมงพื้นบ้านอีกกว่า 60,000 ลำ ทั้งที่เครื่องมือลักษณะนี้เคยถูกห้ามใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 แล้ว
.
ในประเด็นของการจัดทำกรอบงานวิจัยเพื่อรองรับการแก้ไขกฎหมาย ปิยะระบุว่ากระบวนการดังกล่าวขาดความโปร่งใสและกีดกันผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แม้ตนจะถูกเชิญเข้าร่วมประชุมแต่ก็เป็นเพียงการทำให้ครบองค์ประชุมหรือเป็นแค่ "ตรายาง" ที่ประทับในวงประชุมเท่านั้น ข้อเสนอที่ขอให้มีตัวแทนผู้สังเกตการณ์ทั้งจากสื่อมวลชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้บริโภค รวมถึงชาวประมงทุกขนาดกลับไม่ได้รับการยอมรับแม้แต่ประเด็นเดียว
.
ด้านสิริพรรณีเสริมว่ากระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นนั้นมีความผิดปกติและเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการโทรศัพท์เชิญชวนหลังเลิกงานในวันที่ 24 กุมภาพันธ์เพื่อให้เข้าร่วมแสดงความเห็นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดหรือต้องเดินทางไกล
.
นอกจากประเด็นมาตรา 69 แล้วตัวแทนภาคประชาชนยังได้หยิบยกปัญหาของ "มาตรา 57" ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีเนื้อหาห้ามจับและนำสัตว์น้ำวัยอ่อนขนาดเล็กขึ้นเรือประมง ซึ่งสิริพรรณี ระบุว่าเป็นเวลากว่า 10 ปีนับตั้งแต่ปี 2558 ที่ยังไม่มีการออกประกาศกำหนดขนาดสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ห้ามจับอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ในแต่ละปีประเทศไทยมีการส่งออกปลาป่นซึ่งทำมาจากสัตว์น้ำวัยอ่อนเป็นจำนวนนับแสนล้านตัน
.
ในช่วงท้ายของการแถลงจุดยืนปิยะได้ฝากข้อเรียกร้องไปถึงรัฐบาลรักษาการให้ยุติกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากลดังกล่าวและเปิดเผยกระบวนการพิจารณามาตรา 69 และมาตรา 57 สู่สาธารณะเพื่อให้เกิดความโปร่งใส พร้อมประกาศว่าหากข้อเรียกร้องไม่เป็นผล ตนพร้อมที่จะเดินรณรงค์ทั่วประเทศ และจะต่อสู้จนถึงที่สุดเพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเลและความมั่นคงทางอาหารของคนไทยทุกคน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?