สแกน 7 เสือ กกต. : ข้อสังเกตถึงองค์ประกอบที่ขาดความหลากหลายแม้กฎหมายล็อกไว้
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบให้นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คนใหม่ โดยมีมติไม่ให้ความเห็นชอบนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาด้านคุณสมบัติและประสบการณ์ของบุคคลทั้งสอง พบว่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือ ล้วนเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง
.
จากการจัดการเลือกตั้งในครั้งล่าสุด ประชาชนได้ตั้งข้อสังเกตและข้อกังขาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ตลอดจนการรับมือกับภาวะวิกฤตของ กกต. ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาอาจถูกมองว่ายังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ 20 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเอง ที่มุ่งเน้นการจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม การสร้างเครือข่ายประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และการส่งเสริมจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของประชาชน
.
ประเด็นสำคัญประการหนึ่งคือกระบวนการได้มาซึ่ง กกต. นอกเหนือจากดุลพินิจของวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อแล้ว กระบวนการและข้อจำกัดของคณะกรรมการสรรหาก็นับเป็นประเด็นที่ควรพิจารณา ทั้งนี้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 (พ.ร.ป.กกต.) มาตรา 12 ได้บัญญัติให้คณะกรรมการสรรหาต้องพิจารณาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ การเป็นผู้มีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติกรรมทางจริยธรรมอันเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ปราศจากพฤติการณ์ยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด และมีทัศนคติที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ให้สัมฤทธิ์ผล
.
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาเงื่อนไขด้านคุณสมบัติในการสรรหา กกต. ตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 8 (1) ซึ่งกำหนดให้ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งจำนวน 5 ท่าน ต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่าง ๆ โดยแบ่งคุณสมบัติออกเป็น 6 ลักษณะ ได้แก่:
.
1. รับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า
2. เป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
3. ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
4. เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรอง โดยประกอบวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี
5. เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ทางด้านการบริหาร การเงิน การคลัง การบัญชี หรือการบริหารกิจการวิสาหกิจ ในระดับไม่ต่ำกว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
6. ทำงานภาคประชาสังคมมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี ตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด
.
สำหรับกรรมการอีก 2 ท่าน ซึ่งมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา กฎหมายได้กำหนดให้ต้องเป็นบุคคลที่มาจากสายกระบวนการยุติธรรม กล่าวคือ เคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
.
แม้ พ.ร.ป.กกต. มาตรา 12 จะบัญญัติกำกับไว้ว่าการสรรหาต้อง "คำนึงถึงความหลากหลายของประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละด้านประกอบด้วย" แต่เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของ กกต. ชุดปัจจุบัน พบว่าประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
.
- นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ปัจจุบัน (อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา)
- นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ (ทนายความและอดีตที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ)
- นายชาย นครชัย (อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม)
- นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ (อดีตผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่ และอดีตเลขานุการศาลอาญา)
- นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ (อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)
- นายณรงค์ รักร้อย (อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีและสมุทรสาคร)
- นายจิรุตม์ วิศาลจิตร กกต. คนล่าสุด (อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก มาดำรงตำแหน่งแทนนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตรองอธิบดีฝ่ายบริหารและรองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน)
.
สรุปแล้วองค์ประกอบของ กกต. ชุดปัจจุบันล้วนมาจากอดีตข้าราชการตุลาการ (จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 ท่าน) และอดีตข้าราชการระดับสูง กรณีนี้จึงนำมาสู่ข้อสังเกตเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายตามเจตนารมณ์ในประเด็น "ความหลากหลายของประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละด้าน" ตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.ป.กกต. มาตรา 12 เนื่องจากในทางปฏิบัติ องค์ประกอบของคณะกรรมการยังคงขาดตัวแทนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง เช่น บุคลากรจากภาคประชาสังคม หรือนักวิชาการระดับศาสตราจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา เป็นต้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น