19 ปี รัฐประหาร’49: ลบล้างบาดแผลเผด็จการ ต้องดันวาระร่างรัฐธรรมมนูญใหม่


ค่ำคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นอีกหนึ่งคืนในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เสียงล้อรถถังบดอยู่บนท้องถนนในกรุงเทพฯ เสียงของโทรทัศน์ถูกแทนที่ด้วยเสียงจากประกาศคณะรัฐประหาร และรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งเป็นผลพวงของการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของวีรชนเดือนพฤษภา 2535 ก็ถูกฉีกทิ้งเสมือนไร้ความหมาย เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามเจตจำนงของประชาชน แต่ยังทำให้ระบอบการเมืองไทยตกอยู่ใต้วิกฤตการณ์และวงจรรัฐประหารอันยาวนานที่ทิ้งมรดกฝังรากลึกไว้ในโครงสร้างทางการเมืองจวบจนปัจจุบันนี้
.
รัฐประหาร 19 กันยา 2549 ถูกอ้างด้วยเหตุผลเรื่อง “การทุจริตและความแตกแยกทางการเมือง” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการยึดอำนาจจากประชาชนที่ได้มอบเสียงผ่านการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายให้แก่รัฐบาลในขณะนั้น ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่า “ฉบับประชาชน” ถูกฉีกทิ้ง และแทนที่ด้วยรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ออกแบบให้ลดอำนาจของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและเพิ่มกลไกขององค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของการบั่นทอนหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยไทย
.
ไม่ถึงสิบปีต่อมาประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถูกโค่นด้วยอำนาจทหาร ข้ออ้างครั้งนี้คือความขัดแย้งบนท้องถนนและการหยุดชะงักของสภา แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือการสถาปนาระบอบที่ไม่เพียงแค่ยึดอำนาจชั่วคราว แต่ยังสร้างกลไกสืบทอดอำนาจยาวนาน ผ่านรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 และต่อมาในรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งได้กลายเป็นเครื่องมือ “มรดกบาป” ที่ผูกขาดการเมืองในระยะยาวให้กับกลุ่มชนชั้นนำ
.
จึงอาจกล่าวได้ว่าการรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้เพียงทำลายรัฐบาลหรือฉีกทึ้งพัฒนาการของประชาธิปไตยเท่านั้น หากยังทำลาย “สัญญาประชาคม” ที่ควรจะผูกพันทุกคนในสังคมนั่นคือรัฐธรรมนูญ เพราะทุกครั้งที่มีการฉีก ร่างใหม่ และบังคับใช้ด้วยกำลังอาวุธ ยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนว่า รัฐธรรมนูญคือสิ่งที่ต้องเคารพในฐานะกฎหมายสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้นการรัฐประหารยังทำลายศรัทธาของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน เพราะรัฐบาลพลเรือนสามารถถูกโค่นล้มโดยอำนาจกองทัพได้ทุกเมื่อ ซ้ำร้ายกลไกรัฐธรรมนูญยังมีแนวโน้มทำลายเจตนารมณ์คะแนนเสียงเลือกๆตั้งของประชาชน ทำให้การเลือกตั้งสองครั้งล่าสุดพรรคการเมืองที่ได้อันดับหนึ่งกลับไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้
.
สิ่งที่สังคมไทยทำได้เฉพาะหน้าในการลบล้างผลพวงและมรดกของวัฒนธรรมการรัฐประหารรวมถึงการฟื้นฟูประชาธิปไตย คือ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้ยึดโยงกับประชาชนและมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริงขึ้นมา และที่สำคัญต้องช่วยกันยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญตามหลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย
.
ในวาระ 19 ปีรัฐประหาร 2549 จึงเป็นโอกาสอันดีที่สังคมไทยจะร่วมกันผลักดันวาระรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นวาระหลักของสังคม เพื่อเป็นหมุดหมายชิ้นแรกที่เป็นจะเป็นหลักประกันว่าประเทศไทยมีแนวโน้มหลุดพ้นจากวงจรการรัฐประหารซ้ำซาก และร่วมกันพัฒนาให้ประชาธิปไตยกลับคืนมา

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?