ครบ 180 วัน อาคาร สตง. ถล่ม : ความล้มเหลวของวาทกรรม ‘ปราบโกง’ สู่ปัญหาทางรัฐธรรมนูญ
วันนี้ 24 กันยายน 2568 ครบ 180 วันของเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงจากแผ่นดินไหว เหตุการณ์นี้มิใช่เพียงโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความเปราะบางในโครงสร้างการปราบปรามการทุจริตของรัฐไทย องค์กรซึ่งควรทำหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสของประเทศกลับตกเป็นข้อกังขาเรื่องมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ เมื่ออาคารของผู้ตรวจสอบยังพังทลายลง กลไกการปราบโกงในระดับโครงสร้างจะมีสภาพเป็นอย่างไร
.
เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” แต่เมื่อพิจารณาโดยข้อเท็จจริงกลับแสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้ง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้าทั้งปี 2540 และ 2550 เปิดช่องให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบอำนาจรัฐโดยตรง แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 กลับตัดสิทธินี้ออกไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้คำว่า “ปราบโกง” ถูกลดทอนเหลือเพียงวาทกรรมมากกว่าจะเป็นกลไกเชิงสถาบันที่ใช้ได้จริง
.
ขณะเดียวกันตัวเลขดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยในช่วงปี 2562–2567 ก็สะท้อนชัดว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคำโฆษณาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพรราะคะแนนอยู่ในช่วงเพียง 34–36 อันดับถอยหลังจนถึง 110 ก่อนกลับมาที่ 107 ในปีล่าสุด ห่างไกลจากเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติที่จะติด 1 ใน 54 และมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 50 ซึ่งผู้แทน ป.ป.ช. เองก็ยังยอมรับว่าตัวชี้วัดดังกล่าวเป็น “เป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่ง” ยิ่งตอกย้ำว่ากลไกการ “ปราบโกง” ในปัจจุบันยังไม่สัมฤทธิ์ผลตามที่เขาหลอกลวง
.
อาคาร สตง. ที่พังถล่มจึงเปรียบเสมือนเงาสะท้อนของรัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งสองต่างถูกสร้างภาพว่ามีความมั่นคง แข็งแกร่ง และเชื่อถือได้ แต่เมื่อเผชิญแรงสั่นสะเทือนจริงไม่ว่าจะจากภัยธรรมชาติหรือสถานการณ์ทางการเมืองตลอดจนตัวเลขสถิติก็กลับเผยให้เห็นรอยร้าวและความล้มเหลวที่เด่นชัดไม่ต่างกัน
.
ดังนั้นหากประเทศไทยต้องการหลุดพ้นจากวังวนของวาทกรรม “ปราบโกง” ที่ไร้ผลสัมฤทธิ์ ทางออกคือการรื้อสร้างกลไกการตรวจสอบใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูความน่าเชื่อถือให้องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไปพร้อม ๆ กับการฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ และเร่งปฏิรูปมาตรฐานการก่อสร้างอาคารในประเทศไทย ไม่ต่างไปจาก “การร่างรัฐธรรมนูญใหม่” ที่เปรียบเสมือนการสร้างรากฐานใหม่ให้กับประเทศ คืนอำนาจการมีส่วนร่วมแก่ประชาชน และสร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใส เข้มแข็ง และเชื่อถือได้อย่างแท้จริง เพื่อมิให้โศกนาฏกรรมทางกฎหมายอย่างรัฐธรรมนูญ 2560 รวมถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดกับผู้ตรวจสอบอย่างการพังถล่มของอาคาร สตง. เกิดขึ้นวนเวียนไม่รู้จบ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น