จับตากฎหมายอากาศสะอาดกับสายลมที่มาถึงล่าช้า ก่อนฤดูฝุ่นมาเยือนอีกครั้ง
ในวันพรุ่งนี้ (24 กันยายน 2568) สภาผู้แทนราษฎรมีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดหรือที่เรียกกันว่ากฎหมายอากาศสะอาด ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่หลายฝ่ายรอคอยมานาน เพราะนี่คือกฎหมายที่จะวางกรอบชัดเจนในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ ทว่าคำถามที่ประชาชนจำนวนมากอดไม่ได้ที่จะถามคือล่าช้าเกินไปหรือไม่
.
ก่อนอื่นผมขอสนับสนุนการพิจารณาร่างกฎหมายอากาศสะอาดของสภาผู้แทนราษฎรและหวังว่า สส. ทุกท่านจะเร่งพิจารณาและลงมติผ่านกฎหมายฉบับนี้ เพราะหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตฝุ่นพิษ PM2.5 ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นวัฏจักรเดิมที่ไม่เคยถูกแก้ไขอย่างจริงจังจนหลายคนชินชา ฤดูฝุ่นควันกำลังจะหวนกลับมาอีกครั้งในไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่กว่ากฎหมายนี้จะเข้าสู่สภา กว่าที่จะผ่านความเห็นชอบ และกว่าที่จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมก็อาจต้องใช้เวลาอีกยาวนาน และทุกนาทีที่เสียไปหมายถึงสุขภาพและชีวิตของคนไทยทุกคน อาจเป็นเวลาที่สังคมไทยแทบไม่มีเหลืออีกต่อไปแล้ว
.
การพิจารณากฎหมายครั้งนี้ต้องสะท้อนถึงเจตจำนงของรัฐในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน คือ สิทธิที่จะได้หายใจในอากาศที่ปลอดภัยและสะอาด หากกฎหมายอากาศสะอาดถูกผลักดันอย่างจริงจังจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบังคับใช้มาตรการเชิงป้องกัน ตั้งแต่การควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ อุตสาหกรรม การจราจร การเผาในที่โล่ง ไปจนถึงการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน
.
แต่สิ่งที่สังคมไทยกังวลคือความล่าช้า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดเคยคาดการณ์ว่าร่างกฎหมายจะเข้าสู่วาระ 2 และ 3 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 แต่กลับปรากฎว่าได้เข้าสู่สภาจริงในช่วงปลายเดือนกันยายน ทั้งนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมาการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศเต็มไปด้วยความสับสนจนประชาชนต้องรับผลกระทบด้วยปอด สุขภาพ หรือแม้แต่ชีวิตของตนเอง หากการพิจารณากฎหมายครั้งนี้ยังยืดเยื้อหรือถูกทำให้ด้อยความหมายก็คงไม่ต่างอะไรกับการซ้ำเติมประชาชนให้ติดอยู่ในวังวนฝุ่นพิษต่อไป
.
ท้ายที่สุดสิ่งที่สภาควรทำในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่เพียงการพิจารณากฎหมาย แต่ต้องแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยเอาจริงกับการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ ไม่ใช่รอให้ฤดูฝุ่นมาถึงแล้วค่อยแก้ปัญหาไปปีต่อปีจนคนไทยกลายเป็นผู้ประสบภัยทางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นการพิจารณากฎหมายอากาศสะอาดของสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้จึงถือเป็นความหวังของชีวิตคนไทย ซึ่งขั้นตอนต่อไปหากกฎหมายผ่านวาระ 3 ก็จะเข้าสู่วุฒิสภา ซึ่งผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าวุฒิสภาจะเล็งเห็นความสำคัญของร่างกฎหมายนี้เช่นกัน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น