3 ฝากนับถอยหลังรัฐบาลเฉพาะกิจ ถึงเวลานับหนึ่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่



วันนี้ (29 กันยายน 2568) ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผมได้ร่วมอภิปรายในประเด็นนโยบายสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
.
โดยผมได้ตั้งประเด็น 3 ฝากไปยังรัฐบาล ดังนี้
.
ฝากแรก ผมเสนอว่าควรให้โอกาสประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่มีการระบุเพิ่มเติมจากที่ถามว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ทำให้พรรคการเมืองหลักทั้ง 3 พรรคต้องพยายามหาทางแก้ไขในเรื่องนี้ ก่อนที่จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15 และมาตรา 256 ที่ทั้ง 3 พรรคเสนอมาในวันที่ 14-15 ตุลาคมนี้
อย่างไรก็ตามผมขอวิงวอนไปยังสมาชิกรัฐสภาว่าไม่ควรปิดโอกาสในเชิงหลักการว่า สสร. ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งแม้ศาลจะระบุว่าไม่ให้รัฐสภาให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะเป็นผู้ให้ประชาชนเลือกไม่ได้ ผมจึงขอตั้งคำถามต่อไปว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกรัฐมนตรีรวมถึงรัฐบาล ซึ่งล้วนกล่าวอ้างว่าประชาชนเป็นผู้มีบุญคุณ ไม่ต่างจากบวรศักดิ์ อุวรรโณ รองนายกรัฐมนตรีที่เคยชี้ว่าเหตุผลที่ต้องทำประชามติก็เพื่อยืนยันว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน หรือแม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญเองก็เคยอ้างว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน เราจึงควรพิสูจน์ให้เห็นด้วยการกลับไปทำประชามติถามประชาชนว่าประชาชนมีความประสงค์จะเลือกตั้ง สสร. โดยตรงหรือไม่ เพราะสิ่งนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผู้มีอำนาจมองประชาชนเป็นผู้มีบุญคุณ เจ้าของอำนาจอธิปไตย หรือมองเป็นผู้มีอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นภาระที่รัฐบาลเฉพาะกิจต้องทำ
ฝากที่ 2 สิ่งที่จะการันตีว่าประชามตินั้นเป็นประชามติอย่างแท้จริง บรรยากาศต้องเสรีและเป็นธรรม และสิ่งนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง รัฐบาลจะร่วมต้องสร้างบรรยากาศเหล่านั้นและรัฐบาลจะอยู่เฉยไม่ได้ หากว่าย้อนกลับไปในการทำประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ปี 2559 ก็มีกระบวนการมีกลไก องคาพยพต่าง ๆ ของรัฐที่จะส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักรู้หรือออกมาใช้สิทธิ์ในการออกเสียงประชามติ ดังนั้นตลอดระยะเวลา 4 เดือนบวกอีก 2 เดือนของรัฐบาลชุดนี้นั้น รัฐบาลต้องมีแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ว่าจะทำอย่างไรบ้างเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงอย่างเสรีและเป็นธรรม
.
ฝากสุดท้าย เมื่อรัฐบาลระบุว่าจะมีการยุบสภาภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 รัฐบาลควรมีมติ ครม. ออกมาประกาศการทำประชามติภายในวันที่ 20 มกราคม สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารัฐบาลมีความจริงใจและมองประชาชนเป็นผู้มีบุญคุณ ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ และเป็นเจ้าของอธิปไตยอย่างแท้จริงหรือไม่




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?