‘ทวี’ ทิ้งทวน ตอบกระทู้ปมความคืบหน้าคดีสลายชุมนุมคนเสื้อแดงลงราชกิจจานุเบกษา เผยคดีส่วน DSI ปิดได้หมดแล้ว ยันมีมาตรการเยียวยาให้ความเป็นธรรมตามหลักยุติธรรมสมานฉันท์-ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำตอบกระทู้ถามของผมเรื่อง “ความคืบหน้าในการดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิด กรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. 2553” ซึ่งผมได้ยื่นถามต่อ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเมื่อ 14 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา
.
พ.ต.อ. ทวี ตอบคำถามของผมว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดในเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วทุกคดี รวมทั้งสิ้น 383 คดี โดยมีรายละเอียด ดังนี้
.
กลุ่มที่ 1 : คดีเกี่ยวกับการก่อการร้าย (เหตุร้ายต่าง ๆ) จำนวน 156 คดี โดยมีคำสั่งฟ้อง
57 คดี คำสั่งไม่ฟ้อง 3 คดี คำสั่งงดการสอบสวน 95 คดี และรวมสำนวนคดี 1 คดี
.
กลุ่มที่ 2 : คดีเกี่ยวกับการขู่บังคับรัฐบาลให้กระทำการใด ๆ จำนวน 25 คดี โดยมีคำสั่งฟ้อง
21 คดี คำสั่งไม่ฟ้อง 3 คดี และคำสั่งงดการสอบสวน 1 คดี
.
กลุ่มที่ 3 : คดีเกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 181 คดี
โดยมีคำสังฟ้อง 13 คดี คำสั่งไม่ฟ้อง 16 คดี คำสั่งงดการสอบสวน 140 คดี และรวมสำนวนคดี 12 คดี
.
กลุ่มที่ 4 : คดีเกี่ยวกับการกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ จำนวน 21 คดี
โดยมีคำสั่งฟ้อง 12 คดี คำสั่งงดการสอบสวน 8 คดี และรวมสำนวนคดี 1 คดี
.
รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังตอบคำถามเรื่องความคืบหน้าของการเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุนุมฯ ซึ่งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯจัดทำว่า คณะกรรมการดังกล่าวได้มีการเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ให้กับสาธารณชนรับทราบเมื่อเดือนกันยายน 2553 โดยได้รายงานการดำเนินการที่ผ่านมาของคณะกรรมการ สรุปเหตุการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้น วิเคราะห์สาเหตุและรากเหง้าของปัญหา การเยียวยาและฟื้นฟูเหยื่อ รายงานความร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศรวมถึงข้อเสนอแนะอันเป็นแนวทางในการสร้างความปรองดองในชาติทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งรายงานฉบับนี้นับเป็นเอกสารสำคัญที่สะท้อนถึงความพยายามของรัฐในการแสวงหาความจริงและวางรากฐานของกระบวนการสมานฉันท์ในสังคมไทย ซึ่งมิได้มีการะบุถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอเมริกาในรายงานฉบับสมบูรณ์แต่อย่างใด
.
ส่วนคำถามเรื่องข้อเสนอในการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดช่องทางให้สามารถนำคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลและการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมในกรณีดังกล่าวนั้น พ.ต.อ.ทวีตอบว่ากระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้บรรจุประเด็นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพการชุมนุมไว้ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่ 4 และฉบับที่ 5 ซึ่งถือเป็นกรอบนโยบายระดับชาติด้านสิทธิมนุษยชนที่ทุกหน่วยงานต้องยึดถือปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยประเด็นดังกล่าวจะปรากฏอยู่ในแผนสิทธิมนุษยชนด้านการเมืองการปกครอง ซึ่งให้ความสำคัญกับการผลักดันกฎหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการจัดอบรมให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับเพื่อสร้างความตระหนักและการปฏิบัติที่เหมาะสม นอกจากนี้ได้มีการสื่อสารในเวทีประชุมต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันนโยบายหรือร่วมกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก
.
ด้านวัตถุประสงค์ของการมีอายุความในคดีอาญา คือ เพื่อป้องกันปัญหาพยานหลักฐานเสื่อมถอยและกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว ประเทศไทยมีการกำหนดอายุความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 - 101 ตามประเภทความผิด ทั้งนี้ในคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ถือเป็นคดีอาญาทั่วไปที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของอายุความ ทำให้เกิดความกังวลว่าคดีอาจสิ้นสุดลงโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการศึกษาทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวกับอายุความในคดีอาญา อย่างไรก็ตามการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงบริบทของประเทศอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของระบบกฎหมาย การเมือง สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งข้อจำกัดในทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงแน่นอนของกฎหมาย (Legal Certainty) เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบกฎหมายโดยรวม
.
นอกจากนี้ปัจจุบันได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... เพิ่มความเป็นมาตรา 49/1 เพื่อกำหนด
ให้ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นฟ้องคดีได้เองในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่รับเรื่องกล่าวหาไว้พิจารณา อย่างไรก็ดียังคงต้องมีการพิจารณาบทบัญญัติของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้มีความเหมาะสมต่อไป
.
ส่วนการเร่งรัดกระบวนการสืบสวนและสอบสวนนั้น กระทรวงยุติธรรมโดยกรมสอบสวน
คดีพิเศษได้เร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจหรือศูนย์ติดตามคดีสำคัญทางการเมืองขึ้นเพื่อกำกับและติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสร็ภาพได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ในกรณีที่ประชาชนใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์และเฝ้าระวังกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ดังกล่าวเช่นกัน
.
ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงยุติธรรมตระหนักดีว่า
การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเอาผิดกับผู้กระทำความผิด แต่ควรดำเนินการควบคู่ไปกับหลัก "ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice)" เพื่อให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความเสียหายแก่ผู้เสียหายและครอบครัว เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้แสดงความรับผิดชอบและเยียวยาบาดแผลทางสังคมที่ตกค้างจากอดีต ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นกระทรวงยุติธรรมจึงได้มีการให้ความช่วยเหลือด้านการประกันตัวกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย พ.ศ.2559 รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมสำหรับผู้ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองจำนวน 201 ราย เป็นเงิน 63,325,450 บาท เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว
.
นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การบังคับใช้กฎหมายภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนกรณีการสั่งการ การควบคุม และการจัดการสถานการณ์การใช้กำลังและสถานการณ์ประท้วง ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The Office of the High Commissioner for Humanrights : OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดให้มีการอบรมและการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ครู บุคลากรทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรศาสนาและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงการจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มีความตระหนักรู้ถึงสิทธิของตนเอง เคารพสิทธิผู้อื่น และไม่กระทำการละเมิดสิทธิผู้อื่น รวมถึงเป็นต้นแบบของกลุ่มเยาวชนที่เคารพสิทธิมนุษยชน อีกทั้งในปี 2568 มีการจัดกิจกรรมเยาวชนรุ่นใหม่ใส่ใจเคารพสิทธิในสถานศึกษาภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยโรงเรียนอุปถัมภ์ของกระทรวงยุติธรรม (ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ) รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรและจัดทำแผนส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างการรับรู้และพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลต่อได้
- อ่านคำตอบฉบับเต็ม https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/84006.pdf
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น