วันผู้สูงอายุสากล: ในวันที่สังคมไทยเผชิญยุคสูงวัยเข้มข้น แต่บำนาญถ้วนหน้าที่ยังไม่ถึงฝั่งฝัน



วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีคือวันผู้สูงอายุสากลที่องค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้นเพื่อย้ำเตือนให้เห็นถึงคุณค่าของผู้สูงวัยในฐานะกำลังสำคัญของสังคม และเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลทุกประเทศตระหนักถึงสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของประชากรกลุ่มนี้ ในบริบทของประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างเข้มข้น” ประเด็นดังกล่าวคือโจทย์เชิงนโยบายที่มีความสำคัญระดับโครงสร้างและสัมพันธ์โดยตรงกับอนาคตของประเทศทั้งระบบ
.
ประเทศไทยมีผู้สูงอายุแล้วกว่า 14 ล้านคนหรือราว 20% ของประชากรทั้งประเทศ ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทศวรรษข้างหน้า การดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เรื่องของครอบครัวหรือบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของรัฐและนโยบายสาธารณะที่ต้องสร้างหลักประกันร่วมให้แก่ทุกคน หลักประกันที่ว่านั้นเคยมีผู้เสนอไว้แล้วในนาม “บำนาญถ้วนหน้า” หรือ "บำนาญแห่งชาติ" แต่น่าเสียดายว่าสถานะปัจจุบันของกฎหมายได้ถูกรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยไม่รับรองไปทั้งหมดแล้ว 4 ฉบับ
.
บำนาญถ้วนหน้าคือหลักสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในมิติของสิทธิ บำนาญพื้นฐานคือการยืนยันว่าผู้สูงอายุทุกคนจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน ทำให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี มีสิทธิที่จะดำรงชีวิตอย่างมั่นคง ไม่ถูกทอดทิ้ง และไม่ต้องตกอยู่ในสภาวะพึ่งพิงอย่างไร้ทางเลือก ในมิติของสังคม บำนาญพื้นฐานคือการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างแรงงานในระบบกับแรงงานนอกระบบ ระหว่างผู้มีรายได้สูงกับผู้มีรายได้น้อย และในมิติของเศรษฐกิจ บำนาญพื้นฐานคือการสร้างรายได้ถาวรที่จะหมุนเวียนกลับไปสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นการบริโภค และสร้างเสถียรภาพในระยะยาว
.
ในปัจจุบันระบบที่ไทยมีอยู่อาจยังไม่สามารถตอบโจทย์สิทธิสวัสดิการผู้สูงอายุได้จริง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600 – 1,000 บาทต่อเดือนเป็นเสมือนเพียงเงินเชิงสัญลักษณ์ว่ารัฐได้ให้แล้ว แต่ไม่เพียงพอสำหรับค่าครองชีพในสังคมปัจจุบัน แม้จะมีการผลักดันแนวคิดใหม่ ๆ เช่น “หวยเกษียณ” ซึ่งสะท้อนความพยายามในการหาเครื่องมือทางการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในวัยเกษียณ แต่ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือการออมแบบสมัครใจหรือการพึ่งพาระบบการเงินของบุคคลไม่สามารถครอบคลุมประชากรสูงวัยทุกคนและไม่ตอบโจทย์เชิงสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้าได้อย่างแท้จริง คนที่มีรายได้ต่ำหรือไม่มั่นคงย่อมไม่สามารถออมได้เพียงพอ ขณะที่ผู้สูงอายุทุกคนต่างสมควรได้รับหลักประกันในฐานะพลเมืองเฉกเช่นเดียวกัน
.
คำถามสำคัญที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาเมื่อกล่าวถึงแนวคิดบำนาญถ้วนหน้าคืองบประมาณพอหรือไม่? หากพิจารณาเชิงตัวเลข ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุราว 14 ล้านคน หากกำหนดบำนาญถ้วนหน้าในระดับขั้นต่ำ 3,000 บาทต่อเดือน จะใช้งบประมาณปีละประมาณ 504,000 ล้านบาท คิดเป็นเพียงร้อยละ 2.5 – 3.0 ของ GDP แม้ตัวเลขนี้จะดูสูงแต่เมื่อเทียบกับงบประมาณที่รัฐใช้ในโครงการขนาดใหญ่หรือการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หรือรายจ่ายที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นสำหรับประชาชนอื่นๆ จะพบว่าการลงทุนด้านบำนาญไม่เกินศักยภาพทางการคลังของประเทศ อีกทั้งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะเกิดขึ้นมีมูลค่าสูงกว่าตัวเลขการใช้จ่ายโดยตรงอย่างมาก ซึ่งงบประมาณสามารถจัดหาได้จากการปรับโครงสร้างภาษี อาทิ การยกเลิกการลดหย่อนที่ไม่จำเป็น การจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี
.
ผลกระทบเชิงบวกของบำนาญถ้วนหน้ามีหลายประการ รายได้ประจำที่เพียงพอของผู้สูงอายุจะช่วยบรรเทาภาระของครอบครัว ทำให้แรงงานวัยทำงานมีศักยภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งรายได้เหล่านี้จะหมุนเวียนเข้าสู่ตลาดท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการค้าขายชุมชน ที่สำคัญบำนาญถ้วนหน้าจะลดปัญหาการพึ่งพิงและการขอรับสวัสดิการเชิงสงเคราะห์ซึ่งไม่ยั่งยืน
.
ในเชิงนโยบาย การเดินหน้าสู่บำนาญถ้วนหน้าสามารถทำได้ผ่านหลายกลไก ได้แก่การยืนยันหลักการของกฎหมายบำนาญถ้วนหน้าให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ไม่ควรถูกปัดตกโดยรัฐบาลอีกต่อไป การบูรณาการระบบที่มีอยู่ทั้งประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนข้าราชการ และเบี้ยยังชีพให้อยู่ในกรอบเดียวที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ การกำหนดรายได้ขั้นต่ำที่เพียงพอต่อค่าครองชีพ เช่น ไม่น้อยกว่า 3,000 บาทต่อเดือน และการจัดตั้งกองทุนบำนาญแห่งชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินและรายได้จากรัฐวิสาหกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
.
ในวันผู้สูงอายุสากลปีนี้คำถามใหญ่ที่ทั้งสังคมและรัฐไทยต้องถามตัวเองคือเราจะยังปล่อยให้ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องอยู่กับรายได้ไม่ถึงพันบาทต่อเดือนขณะที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นทุกปีหรือไม่ เราจะยังพอใจกับนโยบายสงเคราะห์ที่ไม่มั่นคงหรือจะก้าวไปสู่การสร้างระบบบำนาญถ้วนหน้าในฐานะสิทธิของพลเมืองทุกคน การสร้างบำนาญถ้วนหน้าไม่ใช่ภาระทางการคลังแต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เป็นการยืนยันว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และการเคารพศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุที่เป็นรากฐานของสังคมไทยมาโดยตลอด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?