โกง สว. ฟ้อง iLaw: การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อใจ | เทวฤทธิ์ มณีฉาย | 101 One-on-One EP.417




วานนี้ (3 ส.ค.) ผมได้มีโอกาสร่วมรายการ 101 One-on-One ในหัวข้อ "โกง สว. ฟ้อง iLaw: การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อใจ"
.
ประเด็นแรกที่ต้องย้ำการฟ้องร้อง iLaw และการข่มขู่คนตรวจสอบ หรือที่ถูกมองว่าเป็นการฟ้องปิดปากนั้น ในเบื้องต้นมีผลในเชิงป้องปรามแน่นอน จริงอยู่ที่อาจมีคนกล้าที่จะพูดต่อ แต่โดยมากจะไม่ใกล้าออกมาตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูล หากดูเครื่องมือในการตอบโต้หรือชี้แจง นายกฯและรัฐมนตรีสามารถใช้ช่องทางสื่อสาร ชี้แจง อธิบายได้อยู่แล้ว ดังนั้นคนที่จะได้ประโยชน์คือประชาชนที่จะได้ข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย มาชั่งน้ำหนักมากกว่า อีกทั้งการฟ้องตามจังหวัดต่างๆ ก็อาจสะท้อนเจตนาของผู้ฟ้องที่เป็นการสร้างอุปสรรคในการดำเนินคดีสำหรับผู้ถูกฟ้อง ทั้งที่สามารถฟ้องที่เดียวกันได้
.
ประเด็นต่อมาช่องโหว่ของกติกาที่อาจถูกมองว่าเป็นปัญหาการได้มาซึ่ง สว. ตัวอย่าง กติกาการเลือก สว. มีความซับซ้อนและมีปัญหาตั้งแต่การแบ่งกลุ่มอาชีพที่คลุมเครือ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ถูกจับมัดรวมกัน ทำให้สุดท้ายได้แต่ตัวแทนที่เป็นผู้สูงอายุเข้ามา
.
อีกทั้งปัญหาใหญ่ที่สุดของระบบนี้คือ "ผู้สมัครและผู้โหวตเป็นคนเดียวกัน" ทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ได้ง่าย
.
ตราบเท่าที่ยังไม่มีเรื่องอามิสสินจ้าง เรื่องการข่มขู่คุกคาม หลอกลวง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม เพราะเหล่านี้เป็นความผิดชัดเจนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. แล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาการเลือก สว.เมื่อปี 67 นั้น ทั้งผู้เล่น กรรมการ(กกต.) ล้วนแล้วคลำทางกันหมดกับ กติกานี้ ขนาด กกต.เองก็ยังตีความผิดไปจากรัฐธรรมนูญเลย ตัวอย่าง คดีที่ผมไปร้องให้ศาลปกครองเพิกถอนระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวผู้สมัคร สว. ท้ายที่สุด ศาลเองก็มีคำสั่งให้เพิกถอน แม้กกต.จะวางมาตรการแนะนำตัวที่มีข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชนมากโดยอ้างเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมของผู้สมัคร แต่ศาลเห็นว่าหัวใจสำคัญของการได้มาซึ่ง สว. คือหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้นจึงได้เพิกถอนระเบียบบางข้อที่เป็นข้อจำกัด
.
อีกประการคือเรื่องกระบวนการภายใน สว. ที่เห็นได้ชัดว่าด้วยสมตฐานว่า สว.จะมีความเป็นอิสระดังนั้นจึงไม่มีกลไกปกป้องเสียงข้างน้อย หรือการใช้มติก็มีเพียงเสียงข้างมากทั่วไปเท่านั้น ในการลงมติสำคัญๆ โดยไม่มีกลไกปกป้องเสียงข้างน้อย หมายความว่าหากมีกลุ่มที่มีเอกภาพเพียง 101 คน ก็สามารถควบคุมทิศทางการโหวตในสภาได้ทั้งหมด
.
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ อำนาจในการรับรององค์กรอิสระ หาก สว. กลุ่มนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็จะส่งผลต่อการแต่งตั้ง ป.ป.ช., กกต., และศาลรัฐธรรมนูญ แน่นอนว่า 2 ปีที่ผ่านมา 4 ใน 7 กกต. มาจากการให้ความเห็นชอบของ สว.ชุดนี้ และที่สำคัญในปี 2570 ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะหมดวาระพร้อมกันถึง 5 ท่าน ซึ่ง สว. ชุดนี้จะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติคนใหม่เช่นกัน
.
สำหรับอนาคต ไม่ว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นอย่างไรนั้น สิ่งที่ควรตระหนักคือ ระบบการได้มาซึ่ง สว. แบบปัจจุบันไม่ควรมีอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นอย่างไร แต่ รัฐธรรมนูญ ม.107 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ควรได้รับการแก้ไข

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร