เวทีเสวนา “Behind Closed Doors” ส่องเบื้องหลังงบฯ 2570 สส.-สว. ชี้เป็นงบ “ฝีแตก” รัฐบาลต้องผ่าตัดใหญ่

 

วานนี้ (15 ส.ค.2569) ช่วงเช้าและบ่าย ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา, ACT, KRAC, HAND และชมรมนักข่าวไทย รวมจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “ส่องงบฯ 70 ตามรอยภาษีเรา ใช้ยังไงให้คุ้มค่า” โดยมีสื่อมวลชนและองค์กรภาคประชาสนที่สนใจเข้าร่วม
.
ช่วงเช้า เริมด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ติดตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณอย่างไร ให้เห็นประเด็นที่อาจมองข้าม สื่อสารให้ประชาชนอยากมาร่วมจับตา” แบ่งเป็น หัวข้อ “จุดชวนสังเกตและจับตา ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ที่มากกว่าในเอกสาร” โดยปิยวรรณ เงินคล้าย จากสำนักงบประมาณของรัฐสภา (PBO) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ หัวข้อ “เครื่องมือส่องงบฯ เจาะลึกด้วยเทคโนโลยี เสริมมุมมองจากประสบการณ์” โดย วิจักขณ์ฤทธิ์ จิวจินดา กลุ่มเทคโนโลยีภาคประชาชน หรือ WeVis และ ธนากร ไพรวรรณ์ จากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง /อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบฯ สภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งมีการแบ่งกลุ่มให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองใช้เครื่องมือในการตรวจสอบงบประมาณ
.
ช่วงบ่ายเป็นเสวนา “Behind Closed Doors ส่องเบื้องหลังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่คนนอกไม่รู้” วิทยากรประกอบด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคประชาชน และ วทันยา บุนนาค พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.งบประมาณฯ จากฝั่ง สส. วีรยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา และนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ กมธ.และอดีต กมธ. งบประมาณฯ ฝั่ง สว.
.
ประเด็นอภิปรายโดยสรุป
.
ศิริกัญญา เปรียบเทียบลักษณะของงบประมาณปี 2570 ว่าเป็น "งบฝีแตก" เนื่องจากเป็นปัญหาหมักหมมมานานจนแก้ไม่ไหว จึงต้องปล่อยให้หนองไหลแล้วค่อยทำการรักษา ชี้ให้เห็นว่ารายจ่ายประจำพุ่งสูงขึ้นมากในขณะที่รายจ่ายลงทุนลดลง พร้อมเปิดเผยปัญหาในห้องพิจารณางบประมาณว่ามีความไม่เท่าเทียมกันทางอำนาจ บางหน่วยงานที่สามารถให้คุณให้โทษกับ สส. ได้ เช่น กระทรวงมหาดไทย ข้าราชการระดับสูงจะไม่ค่อยเต็มใจตอบคำถาม หรือบางครั้งเมื่อถูกซักไซ้ก็ถึงขั้นตบโต๊ะและชี้หน้า สส. นอกจากนี้ยังเผยถึงการจัดสรรงบลงทุนที่มักไปกระจุกตัวอยู่กับโครงการตัดถนน ซึ่งการรักษาจำนวนโครงการมูลค่าสูงจะทำให้ผู้รับเหมาฮั้วประมูลกันได้
.
ขณะที่ วทันยา วิจารณ์การจัดทำงบประมาณของประเทศว่าขาดวิสัยทัศน์ และระบุว่าหากเปรียบเป็นบริษัทก็คงล้มละลายไปแล้ว ยังชี้ให้เห็นว่ามีรายจ่ายบุคลากรรวมกับบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของงบประมาณทั้งหมด ยังพบการของบประมาณที่ซ้ำซ้อนกัน เช่น ทุกหน่วยงานต่างของบประมาณเพื่อทำระบบ AI และระบบคลาวด์แยกกันโดยไม่นำมาบูรณาการ รวมทั้งพบการตั้งงบจัดซื้อคุรุภัณฑ์ในราคาที่แพงเกินจริง เช่น เครื่องชงกาแฟเพื่อฝึกอาชีพราคา 4 แสนบาท
.
ขณะที่ฝั่ง สว. นรเศรษฐ์ สะท้อนว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณของวุฒิสภาเปรียบเสมือนพิธีกรรม เนื่องจาก สว. ไม่มีอำนาจตัดงบและไม่มีอนุ กมธ. ในการตรวจสอบเชิงลึก ทำให้สุดท้ายข้าราชการจะไม่สนใจตอบคำถาม พร้อมเสนอเสนอว่าประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการตัดงบแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป แต่ต้องเริ่มนำระบบ "งบประมาณฐานศูนย์" (Zero-based Budgeting) มาใช้ และเสนอให้มีการผ่าตัดใหญ่เพื่อลดความซ้ำซ้อนของภารกิจหน่วยงานรัฐ พร้อมกับการยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น แทนการกินยาแก้ปวดไปเรื่อยๆ
.
ขณะที่ วีรยุทธ ระบุว่างบประมาณปี 2570 ยังไม่ตอบโจทย์วิกฤตเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม และเปรียบเป็นเหมือนกำแพงติดหล่มที่ขวางกั้นไม่ให้ไทยเดินหน้าแก้ปัญหาไปได้ ยังพบการจัดสรรงบที่ไม่ตรงกับภารกิจหลักของหน่วยงานอย่างชัดเจน เช่น กองทัพไปจัดตั้งงบประมาณเกี่ยวกับการท่องเที่ยว สุดท้ายยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขโครงสร้างการบริหารราชการ โดยควรกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพื่อให้นำงบประมาณไปจัดทำบริการสาธารณะ แทนที่จะปล่อยให้ทำงานทับซ้อนกับส่วนกลาง
.
ช่วงท้ายของการเสวนา ยังมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้ฟังและนักวิชาการ เช่น ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล ที่ร่วมตั้งคำถามถึงงบประมาณท้องถิ่นที่ถูกค้างสัดส่วนไว้ที่ร้อยละ 29 ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร