แรงงานกลางแจ้งกับความเสี่ยงที่เลี่ยงได้ยาก รัฐควรรับมืออย่างไร?


(ทีมงาน)
.
ในแต่ล่ะปี อุณหภูมิโลกและคลื่นความร้อนจะรุนแรงหนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดจากข้อมูลข้อมูลจากโครงการบริการข้อมูลภูมิอากาศของโคเปอร์นิคัส (C3S) ภายใต้สหภาพยุโรป พบว่า เดือนมีนาคม 2025 โลกทำสถิติใหม่อีกครั้ง โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.6°C

 
.
ในประเทศไทย คลื่นความร้อนส่งผลให้เกิดภัยแล้ง อาการเจ็บป่วยจากอากาศร้อน เช่น ฮีทสโตรก อ่อนเพลีย ภาวะเครียดจากความร้อน วิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานนอกระบบที่ขาดหลักประกันสวัสดิการและเวลาพักที่เพียงพอ ยิ่งซ้ำเติมความเปราะบางแก่คนทำงาน
.
แล้วจะมีวิธีรับมืออย่างไร? โดยเฉพาะการคุ้มครองแรงงานกลางแจ้ง เช่น แรงงานก่อสร้าง เกษตรกร ไรเดอร์ส่งอาหาร และคนทำงานในร่มที่อยู่ในอาคาร ซึ่งไม่มีระบบระบายความร้อนที่เพียงพอ และต่างได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากคลื่นความร้อนนี้
.
มาตรการที่ประเทศไทยมีอยู่ยังไม่สามารถปกป้องแรงงานเหล่านี้จากภัยความร้อนได้มากนัก แม้จะมีคำแนะนำ เช่น ควรดื่มน้ำบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการทำงานในช่วงที่แดดจัด แต่ในทางปฏิบัติแรงงานแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเงื่อนไขการทำงานและสภาพการแข่งขันที่สูง ทำให้พวกเขาต้องทำงานต่อเนื่องแม้ในช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุด
.
หลายประเทศทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงความรุนแรงของคลื่นความร้อนที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานอย่างชัดเจน และได้ริเริ่มมาตรการเพื่อคุ้มครองแรงงานจากอันตรายที่เกิดจากความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น
.
เริ่มจากรัฐบาลมีการวางกรอบนโยบายด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการกำหนดเกณฑ์อุณหภูมิที่ถือว่าอยู่ใน “ระดับอันตราย” และกำหนดแนวทางดำเนินการเมื่ออุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์ เช่น การจำกัดเวลาทำงาน การเพิ่มช่วงเวลาพัก การจัดหาพื้นที่ร่ม น้ำดื่มเย็น และอุปกรณ์ป้องกันความร้อนให้แรงงานอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังออกแนวทางปฏิบัติสำหรับนายจ้างอีกด้วย
.
ตัวอย่าง ประเทศสเปนและอิตาลี ซึ่งมีการออกกฎหมายควบคุมการทำงานกลางแจ้งในช่วงที่อุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด กฎหมายเหล่านี้กำหนดให้หยุดงานชั่วคราวหรือเปลี่ยนเวลาทำงานเมื่ออุณหภูมิพุ่งสูง และบังคับให้นายจ้างจัดหาน้ำดื่ม พื้นที่พักร้อน และอุปกรณ์ป้องกันความร้อนให้แรงงาน
.
ประเทศกลุ่มตะวันออกกลางมีคำสั่งห้ามทำงานช่วงเที่ยงวัน และให้หยุดพักได้เมื่ออุณหภูมิแตะระดับอันตรายในช่วงฤดูร้อน ในหลายรัฐของประเทศอินเดียเริ่มนำแผนปฎิบัติการมาใช้ โดยลดปริมาณการทำกิจกรรมหรือการทำงานกลางแจ้งในช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน
.
ในประเทศออสเตรเลีย นายจ้างมีหน้าที่ตามกฎหมายในการประเมินความเสี่ยงจากคลื่นความร้อน และจัดให้มีมาตรการรองรับ เช่น เพิ่มช่วงเวลาพัก การหมุนเวียนงานเพื่อลดความเสี่ยงจากความร้อนสะสม และให้ความรู้เกี่ยวกับอาการของฮีทสโตรกและภาวะเครียดจากความร้อนแก่แรงงาน ซึ่งบังคับใช้ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ
.
รัฐบาล บริษัทแพลตฟอร์ม และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรตระหนักถึงวิกฤตอันใกล้นี้อย่างเร่งด่วน หาทางรับมือผลกระทบจากภัยโลกร้อน และร่วมกันศึกษามาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานและปกป้องสุขภาพของคนทำงานในทุกภาคส่วน
.
 
อ้างอิง
https://www.reuters.com/.../europe-just-had-warmest.../
https://www.context.news/.../how-can-workers-be-protected...
https://www.safeworkaustralia.gov.au/.../frequently-asked...
https://blogs.adb.org/.../red-alert-how-we-can-help...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?