จาก ‘ทหารเกณฑ์’ สู่ ‘แรงงานบังคับ’ กับหนทางปฏิรูปเพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ พ.ศ. 2473 ซึ่งประเทศไทยให้สัตยาบันแล้วเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2512 โดยรัฐสมาชิกของ ILO ซึ่งให้สัตยายันอนุสัญญานี้ รับจะดำเนินการปราบปรามการเกณฑ์แรงงานหรือการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ
.
แรงงานบังคับ (Forced Labour) คืองานหรือบริการทุกชนิดซึ่งเกณฑ์เอาจากบุคคลใด ๆ โดยการขู่เข็ญการลงโทษ และซึ่งบุคคลดังกล่าวนั้นมิได้สมัครใจที่จะทำเองหรือขาดความยินยอมโดยเสรี การเรียกเกณฑ์แรงงานหรือการใช้แรงงานบังคับที่ผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษเช่นการกระทำความผิดทางอาญา และเป็นหน้าที่ของรัฐสมาชิกที่ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้จะทำให้แน่ใจว่าบทลงโทษตามกฎหมายนั้นพอเพียงอย่างแท้จริงและใช้บังคับอย่างเข้มงวด
.
นิยามข้างต้นดูจะใกล้เคียงกับสถาบันหนึ่งในประเทศไทย นั่นคือ “ทหารเกณฑ์” ที่เข้านิยามในหลายด้าน ทั้งการเกณฑ์โดยไม่สมัครใจ การถูกบั่นทอนกายและใจตลอดเวลาการฝึก การไม่ได้ทำภารกิจเพื่อความมั่นคง ต้องปฏิบัติหน้าที่เป็น “ทหารบริการ” ทำงานบ้าน ทำงานสวน ขับรถให้ผู้บังคับบัญชา ตลอดจนต้องใช้แรงงานในภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการทหารอีกหลายประการไม่ต่างจากแรงงานราคาถูก โดยเฉพาะเมื่อเบี้ยเลี้ยงที่จ่ายให้ทหารเกณฑ์ต่อเดือนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าแรงภาคเอกชน อีกทั้งยังไม่มีสิทธิรวมกลุ่ม เจรจาต่อรอง แม้ถูกละเมิดก็ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ เมื่อเกิดเหตุล้มตายในค่ายทหารก็มีน้อยกรณีที่ได้รับความเป็นธรรม
.
แม้ในอนุสัญญาฯ มาตรา 2 ข้อ 1 (a) ระบุไว้ว่า แรงงานบังคับไม่เกี่ยวกับ “งานหรือบริการใด ๆ ซึ่งเกณฑ์โดยการบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารที่เป็นลักษณะงานของทหารอย่างแท้จริง” แต่ไม่ว่าจะมองในมุมใด ข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าสภาพที่เกิดขึ้นกับทหารเกณฑ์นั้นไม่ต่างจาก “แรงงานบังคับ” ตามอนุสัญญา ILO 29 แม้จะมีข้อยกเว้นไม่บังคับใช้กับการรับราชการทหาร แต่องค์ประกอบของการเป็นทหารเกณฑ์ “แบบไทย ๆ” นั้น คือการ “ไม่สมัครใจ” เป็นพื้นฐาน ก่อนเข้าไปใช้แรงงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคง
.
ที่ผ่านมา ILO เคยวิจารณ์ประเทศที่นำกำลังทหารมาใช้เป็นแรงงานบังคับ เช่น เติร์กเมนิสถาน ที่นำทหารมาใช้ในโครงการสาธารณะอย่างการเก็บเกี่ยวฝ้าย หรือประเทศเอริเทรีย ที่การเกณฑ์ทหารยืดเวลาออกไปไม่มีกำหนดและมีการบังคับใช้แรงงานในระบบทหาร ตลอดจนกรณีของเมียนมาที่ ILO ออกมาตรการพิเศษ เนื่องจากใช้ทหารเด็ก และการเกณฑ์บังคับประชาชนเข้ากองทัพหรือทำงานกึ่งทหารโดยไม่สมัครใจ
.
ก่อนที่ไทยจะเป็นประเทศต่อไปที่ ILO ออกคำวิจารณ์ ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มนับหนึ่งในการปฏิรูปกองทัพ เพราะทหารเกณฑ์ผลัดแรกจะเข้ากรมในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ด้วยการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ 100% เพื่อให้ได้ “ทหารอาชีพ” เข้าไปปฏิบัติงานภายใต้ผลตอบแทนและสิทธิสวัสดิการที่ดี ที่สำคัญต้องไม่ทำให้ทหารชั้นผู้น้อยกลายเป็นแรงงานรับใช้ส่วนตัว ยึดหลักปฏิบัติต่อทหารในฐานะ “แรงงานมืออาชีพ” หาใช่ “แรงงัานบังคับของกองทัพ” ไม่ใช้กำลังพลในภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง นอกจากนี้ควรเลิกการซ้อมทรมาน การลงโทษหรือทำให้อับอาย ทหารต้องมีสิทธิในการร้องเรียน สิทธิในการป้องกันการละเมิด และการรวมกลุ่ม
.
ท้ายที่สุดนี้ผมขอส่งกำลังใจให้ทหารเกณฑ์ผลัด 1 ที่กำลังจะเข้าประจำการในเดือนพฤษภาคมนี้ ขอให้ทุกท่านมีสวัสดิภาพ สิทธิที่ดี ไม่ต้องถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งให้สมเกียรติทหารอาชีพของชาติ หาใช่ “แรงงาน” ใต้การ “บังคับ” ของใคร
.
.
แรงงานบังคับ (Forced Labour) คืองานหรือบริการทุกชนิดซึ่งเกณฑ์เอาจากบุคคลใด ๆ โดยการขู่เข็ญการลงโทษ และซึ่งบุคคลดังกล่าวนั้นมิได้สมัครใจที่จะทำเองหรือขาดความยินยอมโดยเสรี การเรียกเกณฑ์แรงงานหรือการใช้แรงงานบังคับที่ผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษเช่นการกระทำความผิดทางอาญา และเป็นหน้าที่ของรัฐสมาชิกที่ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้จะทำให้แน่ใจว่าบทลงโทษตามกฎหมายนั้นพอเพียงอย่างแท้จริงและใช้บังคับอย่างเข้มงวด
.
นิยามข้างต้นดูจะใกล้เคียงกับสถาบันหนึ่งในประเทศไทย นั่นคือ “ทหารเกณฑ์” ที่เข้านิยามในหลายด้าน ทั้งการเกณฑ์โดยไม่สมัครใจ การถูกบั่นทอนกายและใจตลอดเวลาการฝึก การไม่ได้ทำภารกิจเพื่อความมั่นคง ต้องปฏิบัติหน้าที่เป็น “ทหารบริการ” ทำงานบ้าน ทำงานสวน ขับรถให้ผู้บังคับบัญชา ตลอดจนต้องใช้แรงงานในภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการทหารอีกหลายประการไม่ต่างจากแรงงานราคาถูก โดยเฉพาะเมื่อเบี้ยเลี้ยงที่จ่ายให้ทหารเกณฑ์ต่อเดือนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าแรงภาคเอกชน อีกทั้งยังไม่มีสิทธิรวมกลุ่ม เจรจาต่อรอง แม้ถูกละเมิดก็ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ เมื่อเกิดเหตุล้มตายในค่ายทหารก็มีน้อยกรณีที่ได้รับความเป็นธรรม
.
แม้ในอนุสัญญาฯ มาตรา 2 ข้อ 1 (a) ระบุไว้ว่า แรงงานบังคับไม่เกี่ยวกับ “งานหรือบริการใด ๆ ซึ่งเกณฑ์โดยการบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารที่เป็นลักษณะงานของทหารอย่างแท้จริง” แต่ไม่ว่าจะมองในมุมใด ข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าสภาพที่เกิดขึ้นกับทหารเกณฑ์นั้นไม่ต่างจาก “แรงงานบังคับ” ตามอนุสัญญา ILO 29 แม้จะมีข้อยกเว้นไม่บังคับใช้กับการรับราชการทหาร แต่องค์ประกอบของการเป็นทหารเกณฑ์ “แบบไทย ๆ” นั้น คือการ “ไม่สมัครใจ” เป็นพื้นฐาน ก่อนเข้าไปใช้แรงงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคง
.
ที่ผ่านมา ILO เคยวิจารณ์ประเทศที่นำกำลังทหารมาใช้เป็นแรงงานบังคับ เช่น เติร์กเมนิสถาน ที่นำทหารมาใช้ในโครงการสาธารณะอย่างการเก็บเกี่ยวฝ้าย หรือประเทศเอริเทรีย ที่การเกณฑ์ทหารยืดเวลาออกไปไม่มีกำหนดและมีการบังคับใช้แรงงานในระบบทหาร ตลอดจนกรณีของเมียนมาที่ ILO ออกมาตรการพิเศษ เนื่องจากใช้ทหารเด็ก และการเกณฑ์บังคับประชาชนเข้ากองทัพหรือทำงานกึ่งทหารโดยไม่สมัครใจ
.
ก่อนที่ไทยจะเป็นประเทศต่อไปที่ ILO ออกคำวิจารณ์ ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มนับหนึ่งในการปฏิรูปกองทัพ เพราะทหารเกณฑ์ผลัดแรกจะเข้ากรมในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ด้วยการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ 100% เพื่อให้ได้ “ทหารอาชีพ” เข้าไปปฏิบัติงานภายใต้ผลตอบแทนและสิทธิสวัสดิการที่ดี ที่สำคัญต้องไม่ทำให้ทหารชั้นผู้น้อยกลายเป็นแรงงานรับใช้ส่วนตัว ยึดหลักปฏิบัติต่อทหารในฐานะ “แรงงานมืออาชีพ” หาใช่ “แรงงัานบังคับของกองทัพ” ไม่ใช้กำลังพลในภารกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง นอกจากนี้ควรเลิกการซ้อมทรมาน การลงโทษหรือทำให้อับอาย ทหารต้องมีสิทธิในการร้องเรียน สิทธิในการป้องกันการละเมิด และการรวมกลุ่ม
.
ท้ายที่สุดนี้ผมขอส่งกำลังใจให้ทหารเกณฑ์ผลัด 1 ที่กำลังจะเข้าประจำการในเดือนพฤษภาคมนี้ ขอให้ทุกท่านมีสวัสดิภาพ สิทธิที่ดี ไม่ต้องถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งให้สมเกียรติทหารอาชีพของชาติ หาใช่ “แรงงาน” ใต้การ “บังคับ” ของใคร
.
(อ้างอิง)
.- https://www.mol.go.th/wp.../uploads/sites/2/2019/12/ad1.pdf
- https://normlex.ilo.org/dyn/nrmlx_en/f?p=1000:12100:0::NO::P12100_ILO_CODE:C029
- https://www.ilo.org/.../2024%20Observance%20of...
- https://www.ohchr.org/.../human-rights-situation-eritrea...
- https://www.ilo.org/.../decision-concerning-follow-report...;

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น