‘ล่าช้า-ไม่รับรอง’ ชะตากรรมร่างกฎหมายประชาชนยังแขวนบนเส้นด้าย
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 มีเอกสารจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่านายกรัฐมนตรีไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่เสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 43,826 คน ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดย พรบ. นี้มีสาระสำคัญคือการเปลี่ยนเบี้ยยังชีพแบบรัฐสงเคราะห์ให้เป็นบำนาญถ้วนหน้าตามแนวทางรัฐสวัสดิการ บนหลักการสิทธิเสมอกันถ้วนหน้าเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยใช้อัตราไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน ปรับอัตราทุก 3 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยปัดตกกฎหมายบำนาญมาแล้วจำนวน 3 ฉบับ รวมครั้งนี้เป็น 4 ฉบับ
.
พรบ. บำนาญฯ ฉบับนี้พร้อมรายชื่อประชาชนนับหมื่นได้ยื่นเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณารับรองไปตั้งแต่ 21 ธันวาคม 2566 โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนจากหลายเครือข่ายร่วมยื่นรายชื่อ ทั้งเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายผู้สูงอายุ เครือข่ายแรงนอกระบบ เครือข่ายแรงงานในระบบ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ฯลฯ
.
หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 ปี 3 เดือนหรือ 467 วันที่นายกรัฐมนตรีต้องใช้เพื่อบอกกับประชาชนว่า “ไม่รับรอง” ร่างกฎหมายฉบับดัวกล่าว แต่กลับ “ดอง” เอาไว้นับปี ปล่อยให้ประชาชนรอคอยคำตอบอันน่าผิดหวังเช่นนี้
.
นอกเหนือไปจากร่าง พรบ. บำนาญฯ ฉบับประชาชนที่ถูกปัดตกนี้แล้ว จนถึงขณะนี้ยังคงมีกฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่ออีกจำนวน 12 ร่างที่นายกรัฐมนตรียังไม่มีคำสั่งว่าจะรับรองหรือไม่ โดยบางฉบับยืดเยื้อมาตั้งแต่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 จวบจนปัจจุบัน ดังนี้
.
1. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน พ.ศ. ... ผู้เสนอ นายแก้ว สังข์ชู กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 13,739 คน
2. ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผู้เสนอ นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 12,419 คน
3. ร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. ... ผู้เสนอ นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 11,790 คน
4. ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง ม่าง พ.ศ. .... กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวน 11,779 คน เสนอโดย นายวิเชียร ศรีสุด
5. ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา กัญชง พ.ศ. ....เสนอโดย นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน 10,125 คน
6. ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....เสนอโดย พลตํารวจเอก วินัย ทองสอง กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน 34,354 คน
7. ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสํานักงานไม้เศรษฐกิจแห่งชาติ พ.ศ. ....เสนอโดย นายเฉลิมชัย สมมุ่ง กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน 19,212 คน
8. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... เสนอโดย นางสาวสารี อ๋องสมหวัง กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,233 คน
9. ร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดย นางสาวสารี อ๋องสมหวัง กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,345 คน
10. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดย พันตรี นนธิมินทร์ ธรรปนานนท์ (พันตรี วชิพร ยี่ทอง) กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 10,002 คน
11. ร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดย พันตรี นนธิมินทร์ ธรรปนานนท์ (พันตรี วชิพร ยี่ทอง) กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 10,289 คน
12. ร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดย พันตรี นนธิมินทร์ ธรรปนานนท์ (พันตรี วชิพร ยี่ทอง) กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 12,895 คน
.
นอกเหนือจากความล่าช้าที่เกิดขึ้นแล้ว กรณีที่เกิดขึ้นกับกฎหมายบำนาญทั้ง 4 ฉบับที่นายกรัฐมนตรีไม่รับรองนั้นยังสร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ชะตากรรมของกฎหมายที่รอนายกรัฐมนตรีรับรองอีก 7 ฉบับนั้นยิ่งเสมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย โดยเฉพาะเมื่อนายกรัฐมนตรีไม่ให้การรับรองกฎหมายที่ประชาชนเสนอรวมแล้วถึง 11 ฉบับ
.
การเสนอกฎหมายโดยประชาชนเป็นหลักการและเครื่องมือสําคัญที่มีการบัญญัติและรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสําคัญและการเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถรวมตัวกันเพื่อแสดงออกถึงสิทธิและเสรีภาพในการปกป้องพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของตนหรือชุมชน รวมถึงเป็นการแสดงเจตจํานงให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกรัฐสภาได้ทราบถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน
.
ดังนั้นนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับฟัง “เสียง” ของประชาชน และควรเร่งพิจารณาให้คำรับรองร่างกฎหมายที่เป็นการแสดงออกถึงความต้องการของประชาชนโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้รัฐสภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติได้มีโอกาสในการพิจารณาร่างกฎหมายที่มาจากการเสนอของประชาชนเพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อไป หรือหากนายกรัฐมนตรีไม่รับรองก็ควรชี้แจงเหตุผลเพื่อให้ประชาชนนำร่างกฎหมายดังกล่าวมาปรับปรุงแก้ไขก่อนเสนอใหม่อีกครั้งต่อไป อย่าให้ประชาชนต้องคอยทวงถามจนนำไปสู่ข้อครหาว่าผู้นำของรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งจงใจถ่วงเวลาร่างกฎหมายที่มาจากประชาชน
.
[อ้างอิง]
https://einitiative.parliament.go.th/.../1.%20%E0%B8%81...

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น