อย่าลืมปัญหาแรงงาน : จากสงครามการค้าถึงค่าชดเชยที่เป็นธรรม
วันนี้ (8 เมษายน 2568) ในที่ประชุมวุฒิสภา ผมร่วมปรึกษาหารือในประเด็นขอให้รัฐบาลคำนึงถึงสิทธิและผลกระทบแรงงานกรณีเจรจาแก้ปัญหากำแพงภาษีไทย-สหรัฐฯ และเร่งแก้ปัญหาแรงงานถูกลอยแพไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย
.
จากกรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งไทยถูกขึ้นภาษี 37% ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพารายได้หลักจากการส่งออกโดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และสินค้าเกษตรกรรม ผลที่ตามมายังกระทบต่อภาคแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต ประมาณ 6.41 ล้านคน ซึ่งคนเหล่านี้ชีวิตยังต้องตกอยู่ใต้ความเสี่ยง แรงกดดัน และความไม่แน่นอน ทั้งตกงาน รายได้ลดลง จนถึงละเมิดสิทธิแรงงาน
.
ผมจึงขอเรียนปรึกษาหารือ ผ่านประธาน ไปยังนายกรัฐมนตรี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนคณะที่จะไปเจรจากับวหรัฐฯ การดำเนินการใดๆ ควรตระหนักและให้ความสำคัญกับแรงงาน และควรนำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา “บนโต๊ะ” เทียบเท่ากับมาตรการทางเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ รัฐบาลควรพิจารณากำหนดมาตรการช่วยเหลือแรงงานควบคู่กันไปด้วย
.
อีกประการที่ขอปรึกษาหารือคือ จากปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างลอยแพ นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด ปี 2567 มีลูกจ้างจำนวน 6,594 คนที่ถูกเลิกจ้างและได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานได้ออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน แต่ยังไม่ได้รับการปฏิบัติตาม คิดเป็นจำนวนเงินรวมกว่า 2,888 ล้านบาท
.
ส่งผลให้ลูกจ้างต้องเผชิญกับความเดือดร้อน ขาดรายได้ และอาจต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องในศาลแรงงาน ซึ่งใช้เวลานานและมีต้นทุนและภาระทางกฎหมาย
.
ตัวอย่างเช่นในกรณีคนงานจากบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แอลฟ่า สปินนิ่ง จำกัด และบริษัท เอเอ็มซี สปินนิ่ง จำกัด ที่ได้ออกมาเรียกร้องต่อหลายหน่วยงาน เนื่องจากถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม โดยไม่ได้รับค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด
.
นอกจากนี้ปัจจุบันคนงานบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด ได้ปักหลักประท้วงที่บริเวณตึก ก.พ.ร. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน และมีแรงงานหญิงจำนวน 5 คน กำลังอดอาหารประท้วงตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยตามกฎหมายและเป็นสิทธิที่ควรจะได้รับ
.
ผมจึงขอฝากข้อเสนอไปยังผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีข้อเรียกร้องจากแรงงานให้มีการใช้งบกลางในการช่วยเหลือไปพลางก่อน ข่าวล่าสุดได้รับคำตอบจาก 8 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องแล้ว หวังว่าเรื่องดังกล่าวจะเข้า ครม. โดยเร็ว เพื่อชดเชยเยียวยาให้กับคนงานที่เดือดร้อนอยู่
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น