15 ปี 10 เมษา 53 ถึงเวลาทวงคืนยุติธรรมก่อนอีก 5 ปี หมดอายุความ
ปฏิบัติการปราบปรามประชาชนภายใต้วาทกรรมว่า "ขอคืนพื้นที่" เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ความรุนแรงโดยรัฐในเขตกรุงเทพมหานครในระดับสูงสุดนับตั้งแต่หลังเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ซึ่งตามมาด้วยเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนครั้งใหญ่อีกครั้งในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกันที่มีผู้ชีวิตรวมกว่า 94 ราย เพียงเพราะเขาเหล่านั้นต้องการให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะยุบสภาเท่านั้น
70 กองร้อย คือตัวเลขของกองกำลังทหารติดอาวุธที่ถูกนำมาใช้ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 นำไปสู่การสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่และพลเรือนทั้งที่เป็นผู้ชุมนุมและไม่ใช่ผู้ชุมนุม รวมทั้งสิ้น 27 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 5 ราย พลเรือน 21 ราย และสื่อมวลชนต่างประเทศ 1 ราย จุดที่มีการปะทะและเสียชีวิตมากคือถนนดินสอและสี่แยกคอกวัว ซึ่งมีรายงานว่าประชาชนถูกยิงด้วยกระสุนความเร็วสูงเสียชีวิตหลายราย
.
ศูนย์ข้อมูลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ชี้ว่าในปฏิบัติการของรัฐบาลเพื่อจัดการกับการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มีการเบิกใช้กระสุนปืนตั้งแต่ 11 มีนาคม – 19 พฤษภาคม 2553 เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 597,500 นัด และภายหลังได้นำไปคืนกรมสรรพาวุธ 479,577 นัด หรือ เท่ากับมีการใช้กระสุนในการสลายการชุมนุม 117,923 นัด ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นกระสุนจริง 111,303 นัด และเป็นกระสุนซุ่มยิง 2,120 นัด
.
"การลอยนวลพ้นผิด" ของเจ้าหน้าที่รัฐ ยังคงเกิดขึ้นกับเหตุการณ์เมษาฯ-พฤษภาฯ 2553 ซึ่งมีต้นตอมาจากการบังคับใช้ พรก. ฉุกเฉินฯ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 พื่อขยายอำนาจพิเศษของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมโดยไม่ต้องรับผิด
.
การลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการล้อมปราบคนเสื้อแดง เป็นไปโดยอาศัยกลไกขององค์กรศาลและองค์กรอิสระที่ถือกำเนิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งข้อสังเกตคือกลไกที่เกิดขึ้นนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปกป้องความเป็นผู้บริสุทธิ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งในแง่ของกฎหมาย (คำพิพากษาศาลและกระบวนการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.) และ ประวัติศาสตร์ทางการเมือง (การจัดทำรายงานข้อเท็จจริงของ กสม. และ คอป.)
.
ในทางกลับกันที่ผ่านมา ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและฝ่ายประชาชนกลับถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเรื่อยมา และคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เช่น คดีกลุ่มชายชุดดำที่ใช้อาวุธติดลำกล้องยิงใส่ประชาชนก็ถูกศาลพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อเป็นคดีที่เกี่ยวกับการบาดเจ็บล้มตายของประชาชนกลับไปไม่ถึงไหน
.
คดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง แม้ในบางคดีจะมีการไต่สวนการเสียชีวิตแล้ว แต่ในคดีที่ประชาชนฟ้องอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณต่อศาลนั้น ศาลได้ให้ไปฟ้องกับ ป.ป.ช. เพราะเห็นว่าการกระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ ซึ่งต่อมา ป.ป.ช. ก็ไม่รับคำร้อง โดยอ้างว่ายังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งที่ย้อนไปคดีสลายชุมนุมพันธมิตร ป.ป.ช. ยังเคยมติชี้มูลความผิดสมชาย วงศ์สวัสดิ์และ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ มาแล้วจากการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
.
เมื่อปี 2563 ประชาไทเคยได้รับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าคดีผู้เสียชีวิตจำนวน 54 ราย ถูกส่งให้อัยการพิเศษไปแล้ว และเมื่อ 2 ธันวาคม 2563 ดีเอสไอให้ข้อมูลเพิ่มว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 4 รายที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ
.
ประชาไทยังติดตามพบว่าศาลมีคำสั่งในส่วนของสำนวนไต่สวนการตายแล้ว 33 ราย ซึ่งยังต้องรอคำตอบจากอัยการว่าเป็นสำนวนคดีอาญาแล้วกี่คดี ทั้งนี้มี 1 รายที่ทางดีเอสไอแจ้งว่าสำนวนคดีอยู่กับอัยการคดีพิเศษแล้วคือ "ชายไม่ทราบชื่อ"
.
เรามีแบบอย่างจากคดีตากใบที่แม้จะขาดอายุความ ไม่สามารถนำคนผิดมาดำเนินคดีได้ แต่ก็เป็นตัวจุดประกายสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายที่ทั้งสังคมประสานเสียงกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐเร่งนำคนผิดมาลงโทษ เนื่องในวาระครบรอบ 15 ปีของเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 เหลือเวลาอีกเพียง 5 ปีคดีการปราบปรามคนเสื้อแดงจะหมดอายุความ จึงถึงเวลาที่เราควรต้องเร่งฟื้นฟูคดีและทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสียอีกครั้ง เพื่อไม่ให้วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดดำเนินต่อไป

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น