ค่าไฟเพิ่ม ค่าแรงไม่เพิ่ม : วิกฤตค่าครองชีพเมื่อประชาชนไม่เคยถูกมองเห็น
ในทุกฤดูร้อนจะมีเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าค่าไฟแพงขึ้นอย่างมาก ซึ่งค่าไฟนั้นถือเป็นหนึ่งใน "ค่าครองชีพ" หลักที่สำคัญอย่างหนึ่งของประชาชน ในปีนี้นอกจากเป็นเพราะความต้องการไฟฟ้าสูงดังที่เคยเป็นมาทุกปีแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่ต้องจับตามอง คือ กรณีเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568 รัฐบาลได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนหลายราย รวมกำลังผลิตกว่า 5,203 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) เฟสแรก ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2566 กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนในอัตราคงที่ตลอด 20-25 ปี
.
การลงนามซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในครั้งนี้สร้างความกังวลว่าอาจเป็นสัญญาที่ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นในท้ายที่สุด โดยมีข้อสังเกตและข้อกังวลเนื่องจากราคารับซื้อไฟฟ้าที่กำหนดไว้สูงกว่าราคาตลาดโลกถึง 20-30%
.
นอกจากนี้การคัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่ในโครงการ FiT ใช้ ‘ระบบคัดเลือก’ (Selection) มากกว่า ‘ระบบประมูลแข่งขันราคา’ (Auction) ซึ่งสภาผู้บริโภคเคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่าวิธีนี้ไม่ใช่กลไกที่จะทำให้ได้ราคารับซื้อที่เหมาะสมที่สุด และจะกลายเป็นภาระผู้บริโภคที่ต้องจ่ายค่าไฟแพง รวมทั้งยังเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนพลังงาน
.
ขณะเดียวกันไทยยังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงเกินความต้องการอยู่แล้ว 36% การเซ็นสัญญาซื้อไฟฟ้าจากโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในครั้งนี้ไม่เพียงซ้ำเติมปัญหาดังกล่าวเท่านั้น แต่สัญญานี้ยังล็อกราคาเอาไว้คงที่และกินระยะเวลานาน 20-25 ปี
.
ก่อนหน้านี้ ครม. มีแนวคิดลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย โดยพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยืนยันว่าค่าไฟฟ้างวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคมนี้ จะลดเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วยแน่นอน พร้อมปฏิเสธเรื่องการเซ็นสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกะวัตต์อาจทำให้ค่าไฟแพงไปอีก 25 ปีว่าไม่เป็นความจริง เพราะการผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ต้นทุนเฉลี่ย 2 บาท 94 สตางค์ต่อหน่วย ส่วนต้นทุนผลิตจากพลังงานหมุนเวียนถูกกว่า คือ อยู่ที่ 2 บาท 16 สตางค์ต่อหน่วย และกำหนดผลิตไม่เกิน 20 % ของการกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
.
แม้คำกล่าวอ้างของ รมว.พลังงานจะระบุว่าข้อกังวลเรื่องค่าไฟแพงไปอีก 25 ปีจากโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนไม่เป็นความจริง แต่ท้ายที่สุดต้นทุนพลังงานเหล่านั้นก็จะมาปรากฏในค่าไฟที่ประชาชนต้องร่วมกันจ่ายในแต่ละเดือนนั่นเอง โดย 18 ปีที่ผ่านมาเงินอุดหนุนค่า Adder และ FiT ถูกส่งผ่านมาในบิลค่าไฟประชาชนแล้ว 462,477 ล้านบาท หรือหากดูเฉพาะค่า FiT ที่เก็บมาตั้งแต่ปี 2557 จะพบว่าคนไทยต้องจ่ายค่า FiT ในบิลค่าไฟไปแล้ว เป็นจำนวน 126,331.47 ล้านบาท
.
เรื่องค่าไฟนั้นผมได้เคยเสนอในการอภิปรายเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดยผมเสนอให้ลดภาระ กฟผ. เพื่อเป็นการลดภาระประชาชน ดังนี้
.
1) ปรับโครงสร้างการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว : ภาครัฐควรสนับสนุนให้มีการแข่งขันทางด้านราคา เพื่อให้ผู้ค้าที่เสนอราคาถูกที่สุดและนำเข้าก๊าซได้ในปริมาณที่มากที่สุด ก็จะทำให้ Pool gas ที่เป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่มีราคาถูกลง ค่าไฟฟ้าก็จะถูกตามด้วย และยังรวมถึงการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีโดยเฉพาะพลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรม
.
2) ปรับหลักคิดค่าความพร้อมจ่ายใหม่ : แม้จะไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า แต่ กฟผ. ก็ยังต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่ายให้กับโรงไฟฟ้าเอกชนตามสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว ปี 2567 ข้อมูลจาก TDRI พบว่ามีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในไทย 7 แห่งจากทั้งหมด 13 แห่งที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า แต่ กฟผ. ต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่ายให้กับเอกชนรวม 2,500 ล้านบาท และหากย้อนไป 16 ปีคนไทยได้เสียค่าความพร้อมจ่ายไปแล้ว 5.33 แสนล้านบาทโดยที่โรงไฟฟ้าไม่ได้เดินเครื่อง
.
ภาครัฐควรต้องปรับหลักคิดค่าความพร้อมจ่ายนี้ใหม่ เริ่มจากทบทวนคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงเกินจำเป็นเพื่อลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ที่ไม่จำเป็น เพราะหากดูจากแผน PDP 2024 จะสร้างเพิ่มอีก 11 แห่ง รวมทั้งควรหยุดทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบระยะยาว ให้ผู้ผลิตไฟฟ้าต้องร่วมรับผิดชอบต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า
.
ซ้ำร้าย นอกเหนือไปจากความเสี่ยงที่ค่าไฟจะแพงขึ้นผ่านการเอื้อกลุ่มทุนพลังงานตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,203 เมกะวัตต์เป็นระยะเวลา 20-25 ปี โดยไม่มีหลักประกันว่าค่าไฟจะลดลงเหลือ 3.99 บาท/หน่วยตามคำกล่าวอ้างของรัฐบาลแล้ว ล่าสุดวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 (บอร์ดไตรภาคี) ครั้งที่ 4/2568 ที่ประชุมมีความเห็นแตกต่างกันของฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง จึงเป็นอีกครั้งที่ไตรภาคีไม่สามารถปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทได้ ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพของประชาชนยิ่งขึ้นไปอีก
.
ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศให้ได้โดยเร็ว พร้อมทั้งลดค่าครองชีพของประชาชนรวมทั้งค่าไฟ เพื่อให้คนไทย “มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” อย่างแท้จริง ตามที่รัฐบาลได้สัญญาไว้
.
อ้างอิง
.https://justpow.co/news-first-rebiglot-signed-april2025/
https://www.the101.world/deal-energy-electricity-cost/
https://thestandard.co/electricity-price-increase-25years/
https://www.khaosod.co.th/economics/news_9727389

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น