วิกฤตบอร์ด กสทช. สู่สุญญากาศนโยบาย: สะเทือนอนาคตทีวีดิจิทัลและสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน



การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ไม่สามารถดำเนินภารกิจสำคัญตามกฎหมายได้เนื่องมาจากปมปัญหาความชอบธรรมทางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการกำหนดทิศทางนโยบายสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศไทย
.
ต้นตอสำคัญของวิกฤตระลอกล่าสุดเกิดขึ้นเพราะ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังคงทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมบอร์ด กสทช. แม้ว่าก่อนหน้านี้คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเนื่องจากยังคงประกอบอาชีพตรวจรักษาผู้ป่วยในสถาบันการแพทย์ ซึ่งเข้าข่ายการประกอบงานอื่นอันขัดต่อพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และส่งผลให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิ์หรือขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ต้น
.
ปัญหาดังกล่าวยังตอกย้ำภาวะผิดปกติในการบริหารงานภายใน โดยเฉพาะการที่บุคลากรบางส่วนของสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีหน้าที่เป็นเพียงฝ่ายเลขานุการกลับวางตัวและแสดงบทบาทเหนือคณะกรรมการ มีการส่งสัญญาณชี้แนวนโยบายหรือกดดันการลงมติของบอร์ด ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากในอดีตที่ประธาน กสทช. ในยุคก่อน ๆ สามารถรักษาขอบเขตอำนาจและศักดิ์ศรีของคณะกรรมการไว้อย่างมั่นคง โดยให้ฝ่ายสำนักงานทำหน้าที่เพียงผู้สนับสนุนข้อมูลเท่านั้น
.
มติของคณะกรรมการสรรหามีผลผูกพันทางกฎหมายทันทีเมื่อพบว่าผู้ดำรงตำแหน่งมีลักษณะต้องห้าม ถือว่าขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้นโดยไม่มีบทบัญญัติใดที่บังคับให้ต้องรอพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งตามที่มีการกล่าวอ้าง การฝืนทำหน้าที่ต่อไปจึงมีแต่จะสร้างความเสียหายและทำให้มติของบอร์ดเสี่ยงต่อการเป็นโมฆะย้อนหลัง
.
ความชะงักงันของบอร์ด กสทช. ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลซึ่งใบอนุญาตประกอบกิจการกำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2572 ระยะเวลาที่เหลืออยู่อีกเพียงราว 3 ปี ถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่ผู้ประกอบการสื่อจำเป็นต้องได้รับความชัดเจนเพื่อวางแผนธุรกิจ
.
เมื่อ กสทช. ไม่สามารถจัดทำแผนยุทธศาสตร์ (road map) ได้ว่าหลังปี 2572 จะใช้รูปแบบการเปิดประมูลใหม่ การต่ออายุใบอนุญาต การปรับลดจำนวนช่องลง หรือกำหนดราคาคลื่นความถี่อย่างไร ผู้ประกอบการช่องทีวีจึงไม่สามารถประเมินมูลค่าสินทรัพย์ วางงบประมาณ หรือลงทุนในคอนเทนต์ขนาดใหญ่ได้ ส่งผลให้ต้องชะลอการลงทุนและลดขนาดองค์กรเพื่อประคองตัว
.
กสทช. จำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะเรียกคืนคลื่นความถี่บางส่วนย่าน 700 MHz จากกิจการแพร่ภาพกระจายเสียงเพื่อนำไปจัดสรรใหม่ให้กับเทคโนโลยีโทรคมนาคม (5G/6G) หรือไม่ หากปราศจากมติบอร์ดที่เด็ดขาดทั้งอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมก็ไม่สามารถวางแผนโครงข่ายและงบประมาณประมูลคลื่นความถี่ได้
.
นอกจากนี้ในขณะที่ทีวีดิจิทัลไทยถูกแช่แข็งจากปัญหาทางกฎหมายและนโยบาย สื่อข้ามชาติและแพลตฟอร์มให้บริการสื่อผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) เช่น Netflix YouTube หรือ TikTok กำลังเร่งแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณาและฐานผู้ชมไปอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การถดถอยของศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมสื่อไทยในระยะยาว
.
ผมขอเน้นย้ำว่าโทรทัศน์พื้นฐานหรือฟรีทีวีถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เท่าเทียมกันทั้งสังคม โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตซึ่งถือเป็นสิทธิตามกฎหมาย ในภาวะที่การรับสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในปัจจุบันยังถูกควบคุมโดยระบบกลไกคัดเลือกเนื้อหาหรืออัลกอริทึม (algorithm) ที่คอยจัดสรรข้อมูลบนหน้าฟีดกระดานข่าวตามความพึงพอใจของระบบโดยรัฐและผู้บริโภคไม่สามารถกำกับดูแลได้ ความน่ากังวลจะยิ่งเด่นชัดขึ้นในยามที่ประเทศเผชิญกับภาวะวิกฤต ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาดร้ายแรง หรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ซึ่งรัฐจำเป็นต้องมีระบบการสื่อสารที่รวมศูนย์ มีเอกภาพ และสามารถกระจายชุดข้อมูลเดียวกันไปยังประชาชนทั่วประเทศได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ ซึ่งระบบอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มต่างชาติไม่สามารถตอบโจทย์การสื่อสารอย่างเป็นเอกภาพในลักษณะนี้ได้
.
ภาวะชะงักงันของบอร์ด กสทช. ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ซึ่งส่งผลให้แผนยุทธศาสตร์โทรทัศน์ดิจิทัลไร้ความชัดเจน จึงไม่เป็นผลดีเลยต่อระบบนิเวศสื่อของชาติและสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ผมจึงขอเรียกร้องให้ กสทช. เร่งทำให้เกิดความชัดเจนในตัวประธานคณะกรรมการเพื่อลดข้อสงสัยของสังคมและให้ภารกิจหลักของ กสทช. ได้เดินหน้าต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

การทำ #ประชามติ เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เหมือนตีเช็คเปล่า จริงหรือไม่?